แฟนเชฟบอกว่ารักฉันแค่เพราะทำอาหารอร่อย… คืนนั้นฉันสะบั้นรักทันที แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปกลับเหนือความคาดหมาย!

นี่คือเรื่องราวตอนต่อจนถึงตอนจบของโซเฟียและเอเดรียนครับ:

คำพูดของเอเดรียนทำเอาฉันอึ้งไปหลายวินาที ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้ชายที่เงียบขรึมและดูเข้าถึงยากที่สุดในกลุ่มของมาร์ค จะแอบคิดอะไรกับฉัน แต่ในตอนนั้น หัวใจของฉันเพิ่งผ่านมรสุมมา ฉันจึงตอบเขาไปตรงๆ:

“ขอบคุณนะคะเอเดรียน แต่ตอนนี้ฉันอยากโฟกัสเรื่องร้านอาหารของตัวเองมากกว่า”

“ผมรู้ครับ” เสียงทุ้มของเขาตอบกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ “ผมไม่ได้จะรีบร้อนอะไร แค่อยากให้คุณรู้ไว้… ว่าหลังจากนี้ คุณไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว”

3 เดือนต่อมา: รสชาติที่ไม่มีวันหวนคืน

ในขณะที่ชีวิตของฉันกำลังเริ่มต้นใหม่ด้วยการเปิดร้านอาหารไทย-ฟิวชันเล็กๆ ที่อบอุ่น ชีวิตของมาร์คกลับดิ่งลงเหวอย่างที่เขาไม่เคยคาดคิด

หลังจากเลิกกับฉัน มาร์คก็ย้ายไปอยู่กับบีแอนด์ แฟนเก่าสุดเซ็กซี่ของเขาตามที่ใจปรารถนา แต่ความจริงอันโหดร้ายคือ บีแอนด์ไม่เคยจับตะหลิวเลยด้วยซ้ำ วันๆ เธอเอาแต่สั่งอาหารหรูๆ ราคาแพงมาทาน หรือไม่ก็ชวนมาร์คออกไปปาร์ตี้จนดึกดื่น

มาร์คเริ่มเบื่ออาหารนอกบ้านที่รสชาติชูรสจัดจ้านแต่ไร้ชีวิตชีวา ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนเพลีย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ กลุ่มเพื่อนของเขาเริ่มแตกคอซะเอง ทุกครั้งที่นัดรวมตัวกัน เพื่อนๆ มักจะบ่นอุบ:

“คิดถึงข้าวผัดปูและต้มยำของโซเฟียชะมัด” “เออ ตั้งแต่ไม่มีโซเฟีย ปาร์ตี้พวกเราก็กร่อยไปเลย”

ความหงุดหงิดสะสมจนทำให้มาร์คทะเลาะกับบีแอนด์บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มตระหนักได้ว่า “ความใส่ใจ” และ “รสมือ” ที่ฉันเคยให้เขาอย่างไร้เงื่อนไข มันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เงินก็ซื้อไม่ได้

วันเปิดร้านใหม่ และแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

วันแรกที่ร้านอาหารของฉันเปิดทำการ ร้านถูกตกแต่งอย่างน่ารักและมีลูกค้าแน่นขนัด และคนที่คอยมาช่วยฉันยกของ จัดโต๊ะ และเดินวุ่นอยู่หลังร้านตั้งแต่เช้าก็คือ เอเดรียน

ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เขาทำตามสัญญา เขาไม่เคยเร่งรัด ไม่เคยฉวยโอกาส แต่เขาแสดงออกด้วยการกระทำ เขาคอยส่งวัตถุดิบดีๆ มาให้ คอยเป็นกำลังใจ และอยู่เคียงข้างฉันในฐานะ “ผู้สนับสนุนหลัก” อย่างแท้จริง

แต่แล้วในช่วงค่ำ ประตูร้านก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ มาร์ค

สภาพของเขาดูซูบลงไปถนัดตา แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้เต็มไปด้วยความล้า เขาเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ท่ามกลางสายตาของลูกค้าในร้าน

“โซเฟีย…” มาร์คเรียกชื่อฉันด้วยเสียงสั่นเครือ “ฉันคิดถึงเธอ… คิดถึงอาหารของเธอ กลับมาอยู่ด้วยกันนะ คอนโดฉันยังรอเธออยู่ บีแอนด์ไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับฉันจริงๆ คนที่ใช่คือเธอ”

ฉันมองหน้าอดีตแฟนหนุ่มที่คบกันมาสามปี ความรู้สึกโกรธแค้นมันหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและสมเพช ฉันยิ้มให้เขาบางๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ:

“มาร์ค… นายไม่ได้คิดถึงฉันหรอก นายแค่คิดถึง ‘คนรับใช้ที่ทำอาหารให้กินฟรี’ ต่างหาก”

“ไม่ใช่ครั—”

ยังไม่ทันที่มาร์คจะพูดจบ ร่างสูงใหญ่ของเอเดรียนก็เดินเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างฉันกับมาร์ค แววตาของเอเดรียนที่เคยมองฉันด้วยความอ่อนโยน บัดนี้เปลี่ยนเป็นสายตาที่กร้าวร้าวและทรงพลังแบบนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล

“หมดเวลาของมึงแล้วมาร์ค” เอเดรียนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง “ตอนที่เธออยู่กับมึง มึงมองเธอเป็นแค่คนครัว แต่วันนี้… สำหรับกู เธอคือผู้หญิงที่มีค่าที่สุด และคือเจ้าของร้านอาหารที่กูพร้อมจะร่วมทุนด้วยไปตลอดชีวิต”

มาร์คเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นเอเดรียน “ไอ้เอเดรียน! มึง… มึงหักหลังกูเหรอ?!”

“กูไม่ได้หักหลัง มึงเป็นคนทิ้งขว้างอัญมณีล้ำค่าชิ้นนี้เองต่างหาก” เอเดรียนตอบกลับนิ่มๆ “ออกไปจากร้านของเธอได้แล้ว ก่อนที่กูจะให้รปภ.ลากมึงออกไป”

มาร์คหันมามองฉันเป็นครั้งสุดท้าย หวังจะเห็นความเห็นใจ แต่ฉันกลับหันหลังให้เขาและเดินเข้าครัวไปทำออเดอร์ต่ออย่างไม่ไยดี เขารู้ดีว่าบารมีและอำนาจของตระกูลเรเยสของเอเดรียนนั้นเหนือกว่าตระกูลของเขา สุดท้ายมาร์คจึงต้องเดินคอตกออกจากร้านไปท่ามกลางสายตาเหยียดหยามของลูกค้าคนอื่นๆ

ตอนจบที่แสนอร่อย

หลังจากวันนั้น มาร์คก็ไม่กลับมากวนใจฉันอีกเลย มีข่าวแว่วมาว่าเขาเลิกกับบีแอนด์ และต้องใช้ชีวิตอยู่กับความโดดเดี่ยวและอาหารแช่แข็งในคอนโดหรูอันเงียบเหงา

ส่วนร้านอาหารของฉัน… กลายเป็นร้านที่ฮิตที่สุดในเมืองภายในเวลาไม่กี่เดือน

ค่ำคืนหนึ่งหลังจากที่ร้านปิดไฟลง เหลือเพียงความเงียบสงบ ฉันยกจาน “ผัดหมี่ซีฟู้ดซอสพิเศษ” ออกมาวางที่โต๊ะมุมในสุด ที่ซึ่งเอเดรียนนั่งรออยู่เป็นประจำ

“ลองชิมดูค่ะ เมนูใหม่… ฉันตั้งใจทำเกือบสองชั่วโมงเลยนะ” ฉันบอกพร้อมรอยยิ้ม

เอเดรียนหยิบตะเกียบขึ้นมาทานคำแรก แววตาของเขาประกายความสุขอย่างปิดไม่มิด เขาวางตะเกียบลง ก่อนจะเอื้อมมือมากุมมือของฉันไว้เบาๆ

“โซเฟียครับ… อาหารของคุณอร่อยที่สุดในโลกจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกหลุมรักคุณซ้ำๆ ไม่ใช่แค่รสชาติอาหารหรอกนะ”

“แต่เป็นความเข้มแข็ง ความเด็ดเดี่ยว และหัวใจที่งดงามของคุณต่างหาก”

ฉันมองสบตาผู้ชายตรงหน้า หัวใจที่เคยแหลกสลายบัดนี้ถูกเติมเต็มจนอุ่นวาบ ฉันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบเขาไปว่า:

“ถ้าปากหวานขนาดนี้… งั้นฉันอนุญาตให้คุณเป็น ‘คนเดียว’ ที่จะได้กินฝีมือฉันไปตลอดชีวิตดีไหมคะ?”

เอเดรียนยิ้มกว้างจนตาปิด ค่ำคืนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่กลิ่นหอมของอาหารอบอวลอยู่เหมือนในอดีต แต่มีกลิ่นอายของ ความรักครั้งใหม่ ที่หอมหวานและมั่นคงที่สุดโชยอวลอยู่รอบตัวเราสองคน… ตลอดไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *