นี่คือตอนต่อจนจบเรื่องราว (ภาค 2 และบทสรุป) ในเวอร์ชันภาษาไทยครับ
บันทึกหยาดฝน… คนนึงจำ อีกคนเจ็บ
ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
คำว่า “สามี” ในเอกสารฉบับนั้น… มันเหมือนใบมีดที่กรีดลึกลงบนหน้าของฉันอย่างเลือดเย็น
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าราคาถูก ยอมประหยัดทุกบาททุกสตางค์ ทนใส่รองเท้าขาด ๆ เพื่อให้เรามีเงินเก็บพอสำหรับอนาคตของลูก แต่ผู้ชายที่ฉันเรียกว่าสามี กลับไปเซ็นชื่อในฐานะ “สามี” ของผู้หญิงอีกคน เพื่อซื้อคอนโดหรูราคาหลายล้าน
ฉันปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กเบา ๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียง
ฉันเดินกลับมานั่งที่พื้นข้างโซฟา จ้องมองใบหน้าของนนท์ที่กำลังหลับลึก ความรัก ความผูกพัน และความหวังดีที่เคยมีให้ผู้ชายคนนี้ มันมลายหายไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่าและความนิ่งสนิท
ฉันไม่ได้ร้องไห้เลยสักหยด ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว
วิกฤตครั้งนี้ทำให้ฉันตื่นรู้… ถ้าฉันโวยวาย ปลุกเขาขึ้นมาทะเลาะตอนตีสอง ฉันก็จะเป็นแค่ผู้หญิงบ้าคลั่งคนหนึ่ง เขาอาจจะปฏิเสธ ลบหลักฐาน และทำตัวระวังมากขึ้น แล้วสุดท้ายฉันกับลูกก็จะไม่เหลืออะไรเลย
ฉันหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ส่งไฟล์สกรีนช็อตสลิปโอนเงินทั้ง 31 ใบ รูปภาพจากแชท “ช่างตั้ม ซ่อมประปา” และไฟล์ PDF ใบจองคอนโด เข้ามาในไลน์ของตัวเอง จากนั้นก็ลบประวัติการส่งในเครื่องของเขาอย่างแนบเนียน แล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม
คืนนั้น ฉันไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ฉันนั่งลิสต์รายการทรัพย์สินทั้งหมดที่เรามีร่วมกัน เงินเก็บในบัญชีร่วม รถยนต์ และวางแผนเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูน้องลิน
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างยังดูปกติ
นนท์ตื่นสายเหมือนทุกวัน เขาเดินบิดขี้เกียจเข้ามาในครัว ฉันส่งแก้วกาแฟให้เขาพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ แบบที่เคยทำเป็นประจำ
“เมื่อคืนฝนตกหนักเนอะพี่” ฉันชวนคุยเสียงเรียบ “อืม… ตกหนักจนพี่ปวดหัวเลยเนี่ย วันนี้ต้องเข้าหน้างานที่รัชดาแต่เช้าด้วย อาจจะกลับดึกหน่อยนะ” เขาตอบโดยไม่สบตา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอทันที
“อ๋อ… โปรเจกต์ที่รัชดาเหรอคะ? เหนื่อยหน่อยนะพี่”
“อืม เพื่อครอบครัวเราแหละ” เขาพูดคำนั้นออกมาได้เต็มปาก ก่อนจะรีบแต่งตัวออกจากบ้านไป
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง ฉันไม่ได้รอช้า ฉันโทรหาทนายความที่เป็นรุ่นพี่สมัยเรียน เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังและส่งหลักฐานทุกอย่างให้ พี่ทนายบอกคำเดียวสั้น ๆ: “หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ทั้งสลิปที่โอนสม่ำเสมอ ทั้งเอกสารผูกพันในฐานะสามีภรรยาพฤตินัย ฟ้องชู้และฟ้องหย่าได้สบายมาก”
บ่ายวันนั้น… วันที่ 14
เวลา 15:00 น. ตรง โทรศัพท์ของฉันมีแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี
คุณได้รับเงินโอนจำนวน 899.00 บาท จาก: นายนนทพัทธ์ สันติสุข บันทึกช่วยจำ: “ค่ารองเท้าใหม่ เห็นบ่นว่าพัง”
ฉันจ้องมองยอดเงินนั้นแล้วยิ้มเยาะในใจ… 899 บาท เขาส่งมาให้หลังจากที่เขาคงเพิ่งโอนเงิน 1,430 บาทไปให้ “ฝนแรก” ของเขาตอนบ่ายสามโมงตรงเป๊ะเหมือนทุกเดือน เงินก้อนนี้คงเป็นเศษเงินแห่งความรู้สึกผิดที่เขาเจียดมาให้เมียแต่งที่บ้าน
ฉันใช้เงิน 899 บาทนั้น กดสั่งซื้อรองเท้าแตะสีเบจคู่ที่อยากได้ทันที
เพราะหลังจากนี้… ฉันต้องใช้รองเท้าคู่ใหม่ที่แข็งแรง เพื่อเดินออกจากชีวิตของผู้ชายคนนี้อย่างสง่างาม
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ในเย็นวันศุกร์ที่นนท์บอกว่าติดงานด่วนที่รัชดา
ฉันพาน้องลินพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าของเราสองคนแม่ลูก ย้ายออกมาอยู่ที่บ้านสวนของแม่ที่เชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว และในเวลา 18:00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน ฉันส่งข้อความสุดท้ายหาเขาทางไลน์
มันไม่ใช่ข้อความด่าทอ แต่เป็นรูปภาพเอกสารสลักหลังใบหย่าและหมายศาลฟ้องชู้ พร้อมข้อความสั้น ๆ:
“รองเท้าคู่ใหม่ใส่สบายมากเลยค่ะพี่นนท์ ขอบคุณสำหรับ 899 บาทนะ ส่วนเงิน 44,330 บาทที่พี่โอนให้ ‘ฝนแรก’ ตลอดสองปีที่ผ่านมา รวมถึงค่าคอนโดที่รัชดา ไปเตรียมอธิบายกับศาลเอาเองนะคะ สัญญาซื้อขายระบุชื่อพี่เป็นสามีชัดเจนขนาดนั้น คงไม่ต้องปฏิเสธแล้ว”
หลังจากส่งข้อความนั้น ฉันกดบล็อกเบอร์โทรศัพท์และทุกช่องทางการติดต่อของเขาทันที
ฉันหันไปมองน้องลินที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนบ้านยายอย่างมีความสุข สายลมเย็น ๆ ของเชียงใหม่พัดมาพร้อมกับละอองฝนบางเบา
มันอาจจะเป็น “ฝนแรก” ของฤดูกาล… แต่สำหรับฉัน มันคือฝนแห่งการเริ่มต้นใหม่ ชีวิตที่ไม่มีคำลวงหลอก และไม่มีวันที่จะต้องทนใช้เศษความรักของใครอีกต่อไป