แกล้งแต่งตัวจนไปซื้อรถหรู แต่โดนพนักงานไล่เหมือนหมูเหมือนหมา!

ตอนที่ 2 (ตอนจบ): หน้ากากที่หลุดลุ่ย กับความจริงที่ต้องคุกเข่า

ความเงียบในโชว์รูมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ มือของผู้จัดการที่เคยชี้หน้าฉันเริ่มสั่นเทา ส่วนวิภาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองโทรศัพท์หน้าจอแตกในมือฉันราวกับมันเป็นระเบิดเวลา

“คะ… คุณ… ท่านประธาน?” ผู้จัดการทวนคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หน้าซีดจนไม่มีสีเลือด

ฉันไม่ได้ตอบเขา แต่พูดใส่สายโทรศัพท์ต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ้อ ทนายสมชาย ตอนนี้ฉันยืนอยู่กลางโชว์รูมแล้วล่ะ แต่ดูเหมือนว่า… พนักงานที่นี่เขาจะประเมินว่าเสื้อผ้าเก่า ๆ ของฉันมันมีค่าน้อยกว่าพรมรองพื้นรถซูเปอร์คาร์ซะอีก พวกเขาเลยกำลังจะให้ รปภ. มาลากตัวฉันออกไป”

“อะไรนะคราบ?! พวกมันกล้าดีกรนมาจากไหน!” เสียงทนายสมชายปลายสายตวาดกลับมาด้วยความโกรธจัด “ท่านประธานเซ็นสัญญาซื้อหุ้นโชว์รูมนี้ไป 500 ล้านบาท เพื่อเป็นเจ้าของคนใหม่! รอสักครู่ครับ ผมกำลังจะถึงแล้ว!”

ฉันกดวางสาย แล้วหันไปสบตากับคนทั้งสองที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นปั้น

“ทะ… ท่านประธานคะ! วิภาไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ! วิภาขอโทษ!” พนักงานสาวรีบยกมือไหว้ปลก ๆ ตัวสั่นพั่บ ๆ “วิภาก็แค่ทำตามหน้าที่… เห็นชุดที่คุณใส่…”

“ทำตามหน้าที่ หรือทำตามสันดานชอบเหยียดคนกันแน่?” ฉันสวนกลับไปทันที น้ำเสียงนิ่งแต่ทรงพลัง “เสื้อยืดตัวนี้อาจจะซีด กางเกงตัวนี้อาจจะขาด… แต่จำไว้ซะนะว่า เงินในบัญชีของฉัน มันไม่ได้ซีดหรือขาดตามเสื้อผ้าไปด้วย

ไม่ทันขาดคำ ประตูกระจกด้านหน้าก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ทนายสมชายในชุดสูทภูมิฐานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดดำอีกสองคน พอเห็นฉัน ทนายสมชายก็รีบก้มหัวทำความเคารพทันที

“ท่านประธานครับ! ผมมาล่าช้า ต้องขออภัยด้วยครับ!”

ผู้จัดการโชว์รูมเห็นท่าไม่ดี รีบก้าวเท้าเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าฉันทันทีอย่างไร้ศักดิ์ศรี “ท่านประธานครับ! ผมผิดไปแล้วครับ! ผมตาต่ำเองที่มองไม่ออกว่าท่านเป็นใคร โปรดให้โอกาสผมได้ทำงานที่นี่ต่อเถอะนะครับ ผมมีลูกมีเมียต้องดูแล…”

ฉันมองลงไปที่ชายผู้จัดการและวิภาที่กำลังร้องไห้โฮด้วยความสมเพช “โอกาส… ฉันมีให้สำหรับคนที่ตั้งใจทำงานและให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ แต่สำหรับคนที่มีพฤติกรรมดูถูกลูกค้าและแบ่งแยกชนชั้นแบบพวกคุณ… ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้ยืน”

ฉันหันไปหาทนายสมชาย “ทนายสมชาย แจ้งฝ่ายบุคคล… ไล่ผู้จัดการคนนี้และพนักงานหญิงคนนี้ออกทันที โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถือว่าสร้างความเสื่อมเสียร้ายแรงให้กับภาพลักษณ์ของบริษัท”

“รับทราบครับท่านประธาน!” ทนายสมชายรับคำสั่งทันที

“ส่วนรถคันนั้น…” ฉันชี้ไปที่ซูเปอร์คาร์คันหรูสีดำทมิฬที่จอดเด่นอยู่กลางโชว์รูม “เตรียมเอกสารให้พร้อม คืนนี้ฉันจะขับมันกลับบ้าน… ทั้งที่ใส่ชุดคราบนี้นี่แหละ”

ผู้จัดการและวิภาทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ แต่สายเกินไปเสียแล้ว ความเย่อหยิ่งของพวกเขาได้ทำลายอนาคตของตัวเองลงในพริบตา

ฉันหันหลังเดินไปที่รถคันใหม่ โดยไม่ชายตามองพวกเขากันอีกเลย…

ข้อคิดจากเรื่องนี้: อย่าตัดสินคุณค่าของใครจากเสื้อผ้าที่เขาพาดไว้บนไหล่ เพราะคนรวยจริง… เขาไม่จำเป็นต้องตะโกนบอกใครว่ารวย และคนที่มีเกียรติ คือคนที่ไม่เคยคิดจะเหยียบย่ำเกียรติของคนอื่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *