“หนีไป!” จดหมายลับจากหลาน 8 ขวบ ที่ช่วยชีวิตฉันจากลูกแท้ๆ

บันทึกหนีตาย: เผยโฉมหน้ากากปีศาจ (ภาคจบ)

ฉันวิ่งหน้าตั้งออกมาจากอาคารผู้โดยสาร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของธนาดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด หัวใจของฉันแทบจะกระดอนออกมานอกอก อายุ 60 ปีกับร่างกายที่ร่วงโรยไม่ได้เอื้ออำนวยให้ฉันวิ่งได้เร็วนัก แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและภาพดวงตาที่หวาดกลัวของมินา มันผลักดันให้ขาของฉันก้าวต่อไป

“แม่! หยุดนะ! แม่จะไปไหน?!” เสียงธนาตะโกนก้อง เสียงของเขาไม่มีแววของลูกชายผู้แสนดีอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและกดดัน

ฉันตัดสินใจกระโดดขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งที่เพิ่งมาส่งผู้โดยสารทันที “ไปไหนก็ได้ค่ะ ออกไปจากสนามบินด่วนที่สุด!” ฉันบอกคนขับด้วยเสียงสั่นเครือ รถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปได้อย่างหวุดหวิด ทิ้งให้ธนายืนมองตามด้วยสายตากร้าวร้าวและเคียดแค้นอยู่เบื้องหลัง

เมื่อตั้งสติได้ ฉันสั่งให้แท็กซี่พาไปส่งที่บ้านพักหลังเล็กของเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่ฉันไม่ได้ติดต่อนานแล้ว เพื่อความปลอดภัย ตลอดทางฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กข้อมูลที่เคยข้ามผ่านไป… บัญชีธนาคารของธนา เงินประกันชีวิต และข่าวสารต่างประเทศ

แล้วฉันก็พบความจริงอันน่าสะอิดสะเอียน… บริษัทของธนากำลังล้มละลายและเป็นหนี้ท่วมหัวจากพนันออนไลน์ และชื่อผู้รับผลประโยชน์จากประกันชีวิตมูลค่า 10 ล้านบาทของฉัน ก็คือชื่อของเขาแต่เพียงผู้เดียว ส่วนคลินิกที่ฝรั่งเศสของเพื่อนเขานั้น… เคยมีประวัติพัวพันกับคดีขายอวัยวะเถื่อนในตลาดมืด!

เขาไม่ได้ต้องการแค่เงินประกัน… แต่มันคือการ “ขาย” แม่ตัวเองเพื่อล้างหนี้!

น้ำตาของความเสียใจไหลอาบแก้ม ลูกชายที่ฉันเลี้ยงดูมาด้วยความรัก กลับเห็นค่าชีวิตของแม่เป็นเพียงธนบัตร ฉันกำหมัดแน่น ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ และที่สำคัญ… มินายังอยู่กับเขา! เด็กน้อยเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยฉัน ถ้าฉันหนีไปเฉยๆ มินาต้องตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของปีศาจในคราบพ่อคนนั้นแน่

ฉันตัดสินใจโทรหาตำรวจสายด่วนแจ้งความเรื่องการพยายามฆ่าและกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมส่งหลักฐานเอกสารประกันและข้อความข่มขู่ในแชตเก่าๆ ของธนาที่ฉันเคยแคปเก็บไว้ แต่ตำรวจบอกว่าต้องใช้เวลาในการดำเนินการ

“ฉันรอไม่ได้…” ฉันคิดในใจ

เย็นวันนั้น ฉันรู้ดีว่าธนาต้องออกตามหาฉันตามโรงแรมรอบๆ สนามบิน ฉันใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรเข้าเครื่องของเขา ธนารับสายทันทีด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “แม่… แม่ทำแบบนี้ทำไม กลับมาหาผมเถอะ มินากำลังร้องไห้คิดถึงคุณย่านะ” มันใช้หลานมาขู่ฉัน!

“แกฟังฉันนะธนา…” ฉันบังคับเสียงไม่ให้สั่น “ฉันรู้หมดแล้วว่าแกจะทำอะไร แกอยากได้เงินใช่ไหม? เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายที่แกยังไม่รู้ว่าฉันมี มันอยู่ในตู้เซฟที่ธนาคาร ถ้าแกอยากได้… เอาตัวมินามาแลกที่สวนสาธารณะท้ายเมืองคืนนี้ ไม่งั้นฉันจะเผามันประชดแก!”

ฉันโกหกคำโต… ฉันไม่มีที่ดินผืนนั้นหรอก แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่จะล่อคนโลภอย่างมันออกมาได้

เวลา 21.00 น. ณ สวนสาธารณะที่มืดมิดและไร้ผู้คน ฉันยืนรออยู่ใต้แสงไฟสลัว ไม่นานนัก รถตู้ของธนาก็จอดเทียบ มันเดินลงมาพร้อมกับลากแขนของมินาลงมาด้วย ใบหน้าของลูกชายบิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธแค้น

“ไหนล่ะเอกสาร! เอามาให้ผม!” มันตวาดพลางผลักมินาลงพื้น

ฉันรีบวิ่งเข้าไปกอดหลานสาวเอาไว้แน่น มินาร้องไห้สะอื้น “คุณย่า… หนูขอโทษ” “ไม่เป็นไรลูก ย่าอยู่นี่แล้ว” ฉันกระซิบ

“หมดเวลาเล่นละครน้ำตาร่วงแล้วแม่! เอาเอกสารมา ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน!” ธนาชักมีดพกออกมาจากกระเป๋า สายตาของมันไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย

“แกมันไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไปแล้ว ธนา…” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

“งั้นก็ตายไปพร้อมกันที่นี่แหละ!” มันพุ่งเข้ามาพร้อมมีดในมือ มินากรี้ดลั่น

ปัง!! ปัง!!

เสียงปืนดังขึ้นสองนัด กระสุนเจาะเข้าที่ขาของธนาจนมันล้มคว่ำลงไปร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด มีดหลุดออกจากมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบคนพุ่งชาร์จเข้ามารวบตัวมันไว้ทันที!

ที่แท้… ฉันได้ประสานงานกับตำรวจไว้ตั้งแต่ก่อนมา และใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้ตำรวจสามารถจับกุมธนาได้คาหนังคาเขาพร้อมอาวุธและหลักฐานการข่มขู่

ธนาถูกลากตัวไปขึ้นรถตำรวจ สายตาของมันมองมาที่ฉันด้วยความเคียดแค้น แต่อนาคตของมันต่อจากนี้คงมีเพียงคุกตารางยาวนานชั่วชีวิต

ฉันก้มลงมองมินาที่ยังคงตัวสั่นเทา ฉันกอดเธอไว้แน่นพลางลูบหัวเบาๆ

“ขอบใจมากนะลูก… ที่ช่วยชีวิตย่าไว้” ฉันพูดพร้อมน้ำตาแห่งความโล่งอก “ต่อไปนี้… เราสองคนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันจริงๆ เสียที”

เครื่องบินไปฝรั่งเศสลำนั้นอาจจะทะยานขึ้นฟ้าไปแล้วโดยไม่มีเรา… แต่วันนี้ ฉันและหลานสาวได้ตื่นจากฝันร้าย และพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปในโลกแห่งความจริงที่มีกันและกันอย่างปลอดภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *