นี่คือภาคต่อจนถึงตอนจบของเรื่องราว เพื่อให้เนื้อหาเข้มข้น สะใจ และทิ้งท้ายอย่างน่าประทับใจครับ:
ตอนต่อจนจบ: บทเรียนของความโลภ
หลังจากวันนั้น ฉันหอบกระเป๋าใบพัดถิ่นและรูปถ่ายของพ่อ เดินออกจากบ้านหลังนั้นมาโดยไม่หันหลังกลับไปมอง รสรินยืนยิ้มเยาะสะใจอยู่เบื้องหลัง โดยที่ไม่รู้เลยว่า “การจากไปของฉัน คือจุดเริ่มต้นของจุดจบของพวกเธอ”
สองสัปดาห์ผ่านไป… ในขณะที่รสรินและอดีตสามีของฉันกำลังเสวยสุขและวางแผนจะรื้อสวนของพ่อเพื่อสร้างสระว่ายน้ำหรูหรา จู่ๆ รถตู้สีดำหลายคันพร้อมเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบและทนายความอาวุโสก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน
รสรินเดินหน้าตาตื่นออกมา พร้อมกับอดีตสามีของฉันที่หน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนนำทีมมา
คนคนนั้นคือ “คุณทนายสมพงษ์” ทนายประจำตระกูลของพ่อฉัน และฉันที่เดินตามหลังมาด้วยชุดสีดำสนิท สายตาเรียบนิ่ง
“นี่พวกแกเข้ามาทำไม! ที่นี่เป็นสิทธิ์ของฉันแล้วนะ เอกสารก็มีครบ!” อดีตสามีของฉันตะโกนลั่น พยายามทำใจดีสู้เสือ
ทนายสมพงษ์ยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะเปิดกระเป๋าเอกสารแล้วหยิบหนังสือสัญญาฉบับจริงออกมา
“คุณเข้าใจผิดแล้วครับ คุณอดีตสามี… เอกสารที่คุณใช้ฮุบบ้านหลังนี้ไป มันเป็นเพียงแค่สัญญาค้ำประกันเงินกู้ก้อนเก่าซึ่งคุณท่าน (พ่อ) ได้ทำการชำระหนี้ทั้งหมดคืนไปล่วงหน้าสามเดือนก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตแล้ว นี่คือใบเสร็จรับเงินและหนังสือปลดจำนองฉบับจริงจากธนาคาร”
รสรินหน้าซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้! ก็เขาบอกฉันว่า…” เธอหันไปมองอดีตสามีด้วยสายตาตื่นตระหนก
ทนายความพูดต่อด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด: “ยิ่งไปกว่านั้น คุณท่านได้ทำพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนว่า ที่ดินและบ้านหลังนี้ทั้งหมด ถูกโอนเป็นมรดกกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรมของลูกสาวเพียงคนเดียวตั้งแต่วันที่ท่านเสียชีวิต ส่วนเอกสารที่พวกคุณนำมาอ้างและบุกรุกเข้ามาในที่ดินแห่งนี้ ถือเป็นการใช้เอกสารเท็จและบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล… เราได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
อดีตสามีของฉันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ส่วนรสรินที่เคยกร่างและไล่ฉันอย่างหมูอย่างหมาในวันนั้น ถึงกับสติแตก ร้องห่มร้องไห้โวยวายเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวพวกเธอไปที่โรงพักทันทีฐานฉ้อโกงและบุกรุก
ก่อนที่รสรินจะถูกควบคุมตัวเดินผ่านฉันไป ฉันเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลังว่า:
“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม… ว่าบ้านที่สร้างบนความทุกข์ของคนอื่น มันไม่มีวันร่มเย็น ตอนนี้เธอควรจะเริ่มเก็บข้าวของของเธอไปใช้ในคุกได้แล้วล่ะ”
รสรินและอดีตสามีถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดจนหมดเนื้อหมดตัว
เย็นวันนั้น ฉันเดินกลับเข้ามาในสวนของพ่ออีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวกลับมาร่มเย็นและสงบสุขเหมือนเดิม ฉันเดินไปหยุดอยู่ที่ต้นมะลิที่พ่อปลูกไว้ ลมเย็นๆ พัดมาเอื่อยๆ ราวกับเป็นอ้อมกอดของพ่อที่กำลังบอกว่า ชีวตใหม่ที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ฉันยิ้มทั้งน้ำตา และรู้ว่าจากนี้ไป… ฉันจะดูแลสวนแห่งความทรงจำนี้ด้วยความรักทั้งหมดที่ฉันมีชั่วนิรันดร์
– จบ –