ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ยายซ่อนไว้ เพื่อต่อลมหายใจของฉัน

หนูยืนนิ่งอยู่กลางบ้านที่มืดสลัว หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ลายมือโย้เย้ของยายบนกระดาษสมุดฉีกสีเหลืองนวลนั้นเด่นชัด มันคือความจริงที่ว่า ยายรู้ล่วงหน้ามาตลอด… รู้ว่าพ่อกับแม่จะทำอย่างไรกับร่างและบ้านหลังนี้เมื่อท่านจากไป

หนูกลั้นใจอ่านข้อความบรรบัดถัดไป

“มิราลูกรัก… ยายรู้ว่าพ่อกับแม่ของลูกเขาไม่คิดจะเลี้ยงดูหนูต่อหรอก เงินหมื่นกับสร้อยทองที่ยายแกล้งทำเป็นซ่อนไว้หลังเตาแก๊ส ยายตั้งใจทิ้งไว้ให้หนูแงะเอาไปใช้ประทังชีวิตช่วงแรก แต่เงินแค่นั้นมันไม่พอให้หนูเรียนจบหรอกลูก

จำต้นมะม่วงอกร่องใหญ่ที่สวนหลังบ้านได้ไหม? ตรงโคนต้นที่มีศาลพระภูมิเก่าหักๆ ตั้งอยู่ ยายฝัง ‘ของจริง’ ไว้ใต้ฐานศาลนั่นแหละ แอบไปขุดซะตอนดึกๆ อย่าให้ใครเห็น แล้วเอาเงินนั่นหนีไปหาป้าน้อยที่เพชรบูรณ์ ยายคุยกับเขาไว้หมดแล้ว ป้าน้อยจะช่วยส่งหนูเรียนเอง

จำไว้ลูก… ชีวิตเป็นของหนู อย่าให้คนใจร้ายพวกนั้นมาแย่งมันไป ยายรักหนูนะ”

น้ำตาที่หนูกลั้นไว้มาตลอดทั้งวันทะลักร่วงลงมากระทบกระดาษจนเป็นรอยด่าง หนูสะอื้นจนตัวโยน ยายไม่ได้แค่ทิ้งเงินไว้ให้ แต่ยายวางแผน ‘ทางรอด’ ทุกอย่างไว้ให้เด็กอายุ 11 ขวบคนนี้เรียบร้อยแล้ว

หนูรอจนถึงเวลาตีสอง… เวลาที่หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายฝนที่ยังคงตกพรำๆ

หนูถือเสียมเล็กๆ เดินฝ่าความมืดไปยังต้นมะม่วงหลังบ้าน แสงไฟสลัวจากบ้านข้างๆ พอให้เห็นเงาตะคุ่มของศาลพระภูมิเก่าที่หักพัง หนูคุกเข่าลงบนพื้นดินที่แฉะชื้น ค่อยๆ ยกฐานศาลออก แล้วลงมือขุดดินตรงนั้นอย่างบ้าคลั่ง

ลึกลงไปประมาณหนึ่งศอก เสียมของหนูกระทบกับวัตถุแข็งๆ

มันคือ กล่องเหล็กใส่ขนมปังเก่า ที่ถูกพันด้วยเทปกาวหนาแน่นหนาจนน้ำเข้าไม่ได้

หนูรีบฝังกลบดินให้เหมือนเดิม ยกศาลเก่ามาวางทับไว้ แล้วกอดกล่องเหล็กนั้นวิ่งกลับเข้าบ้าน ล็อคประตูอย่างแน่นหนา

เมื่อแกะเทปกาวออกและเปิดฝากล่อง… ดวงตาของหนูก็เบิกกว้าง

ด้านในไม่มีเงินสดเป็นปึกๆ แต่มี สมุดบัญชีเงินฝากประจำ ชื่อของยายคู่กับชื่อของหนู มีเงินในนั้นถึง สองแสนบาท ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายจากการขายที่นาผืนเก่าของยายที่ทุกคนคิดว่าหมดไปแล้ว พร้อมกับ โฉนดที่ดินบ้านหลังนี้ ที่เป็นชื่อของยาย และจดหมายมอบอำนาจฉบับจริงที่ยายพิมพ์ลายนิ้วมือไว้เรียบร้อย

ยายไม่ได้ให้บ้านหลังนี้กับพ่อ… แต่ยายยกมันให้หนู

และยังมี ตั๋วรถทัวร์ไปจังหวัดเพชรบูรณ์ เที่ยวเวลาเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ แนบอยู่ข้างในด้วย

ตีห้าของวันรุ่งขึ้น หนูเก็บเสื้อผ้าที่จำเป็นใส่กระเป๋าเป้ใบเก่า ซ่อนกล่องเหล็ก สร้อยทอง และเงินสดทั้งหมดไว้แนบกาย หนูหันกลับไปมองบ้านไม้หลังเล็กที่หนูโตมาเป็นครั้งสุดท้าย บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำของยาย

หนูไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะรู้ว่าความรักของยายจะโอบกอดและปกป้องหนูไปตลอดทาง

หนูเดินออกไปที่ถนนใหญ่ โบกรถสองแถวเพื่อต่อรถทัวร์มุ่งหน้าสู่เพชรบูรณ์ เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อคนใจร้าย…

เพราะหนูคือ “มิรา” หลานสาวของยาย ยายผู้พายหนูข้ามผ่านนรก และมอบอนาคตใหม่ให้ด้วยมือของท่านเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *