ห้องบอลรูมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า เสียงแก้วไวน์ในมือของใครบางคนเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
ใบหน้าของอนันต์ซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขากะพริบตาถี่ๆ ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกสาป ในขณะที่บิวเอามือปิดปาก ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สายตาของเธอเลิ่กลั่กมองไปรอบงานที่ตอนนี้สายตาทุกคู่เปลี่ยนจากความชื่นชมเป็นความเหยียดหยามและสงสัย
“ท… ท่านประธานครับ เกิด… เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” อนันต์พยายามเค้นเสียงที่สั่นเครือออกมา “นี่คือบิวครับ เธอเป็น… เป็นคนรักของผม และนี่ก็เป็นชุดกับสร้อยที่ผมซื้อให้เธอ…”
“แกซื้อให้งั้นเหรอ?!” เสียงของชัชชัยตวาดกร้าวขึ้นมาหนึ่งระดับ จนอนันต์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว
“สร้อยคอเพชรบลูไดมอนด์ล้อมพิงค์แซฟไฟร์เส้นนี้ เป็นสร้อยประจำตระกูลเดชะวิจิตร ที่ฉันสั่งทำพิเศษและมอบให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของฉันในวันแต่งงานของเธอ! ส่วนชุดราตรีสีแชมเปญชุดนี้ ดีไซเนอร์ระดับโลกส่งตรงจากฝรั่งเศสมาตัดให้ลูกสาวฉันถึงที่บ้าน และมันมีเพียงชุดเดียวในโลก!” ชัชชัยก้าวเข้าไปข้างหน้า ความกดดันจากผู้ทรงอิทธิพลทำให้อนันต์และบิวต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
“แล้วแก… แกบอกว่าแกซื้อให้ผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้งั้นเหรอ อนันต์?!”
บิวหน้าชาเหมือนถูกตบกลางสี่แยก เธอหันไปมองอนันต์ทันที “อนันต์คะ… นี่มันหมายความว่ายังไง? ไหนคุณบอกว่าคุณซื้อทั้งหมดนี่มาจากเซฟของตระกูลคุณไงคะ?!”
ในตอนนั้นเอง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจากมุมห้อง
ทุกคนในงานต่างหลีกทางให้ร่างระหงที่กำลังเดินตรงเข้ามา ฉันก้าวเดินอย่างมั่นคง สายตาจับจ้องไปที่ชายสองคนและหญิงหนึ่งคนที่ยืนอยู่ตรงกลางสปอตไลท์ ในมือของฉันยังคงถือแก้วไวน์แดงใบเดิม
เมื่ออนันต์เห็นฉันเดินเข้าไป ดวงตาของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความหวาดกลัวจะทวีคูณ “เอลิน… คุณ…”
ฉันไม่ได้มองเขา ฉันเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ แล้วหยุดลงตรงหน้าชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพล
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” ฉันเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้
คำว่า “คุณพ่อ” คำเดียว ทำให้อนันต์ถึงกับเข่าอ่อนจนเกือบทรุดลงกับพื้น ส่วนบิวอ้าปากค้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แขกในงานเริ่มส่งเสียงฮือฮากันอีกครั้ง
“เอลิน… นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมข้าวของของลูกไปอยู่บนตัวผู้หญิงคนนี้? แล้วทำไมไอ้ผู้ชายสารเลวนี่ถึงกล้าประกาศว่าผู้หญิงคนนี้คือสะใภ้โชติธนินทร์ ทั้งๆ ที่ลูกคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของมัน!” ชัชชัยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น
ฉันหันไปมองอนันต์ที่ตอนนี้หน้าซีดจนเขียว เขากำลังจะอ้าปากอ้อนวอน “เอลิน… ผมอธิบายได้ มันไม่ใช่อย่างที่คุ…”
“ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้วค่ะอนันต์” ฉันยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทางนิ่งสงบ “ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันยอมลดตัวลงไปอยู่เบื้องหลัง ยอมใช้อำนาจและคอนเนกชั่นของคุณพ่อช่วยดึงคุณขึ้นมาจากปลัก ยอมให้คุณใช้ชื่อเสียงเพื่อสร้างบริษัทบันเทิงนี้ขึ้นมา… แต่ดูเหมือนว่า พอคุณบินได้สูงขึ้น คุณก็คิดว่าปีกของตัวเองมันแข็งแรงพอ โดยลืมไปว่าใครเป็นคนติดปีกให้คุณ”
ฉันหันไปมองบิว ที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ
“และสำหรับเธอ… บิว” ฉันก้าวเข้าไปใกล้เธอ มองดูชุดราตรีและสร้อยคอที่เคยเป็นของฉัน “เธออยากเป็นคุณนายโชติธนินทร์มากใช่ไหม? ได้สิ… ฉันยกตำแหน่งนี้ให้ เพราะหลังจากคืนนี้เป็นต้นไป ชื่อของ ‘โชติธนินทร์’ จะไม่มีค่าอะไรในวงสังคมนี้อีกต่อไป!”
“เอลิน! ผมขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะ เราคุยกันได้!” อนันต์ถลาเข้ามาจะจับมือฉัน แต่บอดี้การ์ดของคุณพ่อสองคนเข้ามาบล็อกตัวเขาไว้ทันทีและกดเขาลงกับพื้น
คุณชัชชัยมองอนันต์ด้วยสายตาที่เย็นชาและเหยียดหยามที่สุด ก่อนจะหันไปสั่งเลขาฯ เสียงดังฟังชัดเพื่อให้ทุกคนในห้องบอลรูมได้ยิน:
“แจ้งฝ่ายกฎหมายและผู้บริหารทั้งหมด… ถอนทุนทั้งหมด 600 ล้านบาท จากบริษัทของอนันต์ โชติธนินทร์ ทันที! และส่งจดหมายเวียนไปยังพันธมิตรทุกบริษัทในเครือเดชะวิจิตร… ใครก็ตามที่ให้การสนับสนุน หรือร่วมธุรกิจกับผู้ชายคนนี้และผู้หญิงคนนี้ จะถือว่าเป็นศัตรูธุรกิจกับฉัน!”
“ไม่นะ!! ท่านประธานครับ! เอลิน! ช่วยผมด้วย!” อนันต์ร้องโกนลั่น ห้องโถงที่เคยเงียบสงัดบัดนี้เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการสาดสายตาเหยียดหยามใส่คนทั้งคู่
ภายในเวลาไม่กี่นาที อนันต์รู้ดีว่าชีวิตของเขาจบสิ้นลงแล้ว บริษัทบันเทิงที่เขาสร้างมาจะล้มละลายภายในวันพรุ่งนี้ หนี้สินมหาศาลจะรุมเร้า และเขาจะถูกแบนออกจากวงการธุรกิจไปตลอดกาล
บิวรีบปล่อยมือจากอนันต์ราวกับเขาเป็นของร้อน เธอน้ำตาไหลพราก พยายามจะถอดสร้อยคอคืนให้ฉัน “คุณเอลินคะ… บิวไม่รู้จริงๆ ค่ะ บิวโดนหลอก บิวคืนให้ค่ะ!”
“ไม่ต้องถอดหรอก” ฉันพูดขัดขึ้น พร้อมกับเทไวน์แดงในแก้วลงบนหน้าอกของเธอ น้ำไวน์สีแดงเข้มไหลชโลมลงบนชุดราตรีสีแชมเปญตัวหรูจนเปรอะเปื้อนเป็นทางยาว
“เพราะชุดที่สกปรกชิ้นนี้… และผู้ชายสารเลวคนนี้ มันคู่ควรกับเธอแล้วล่ะ เอาไปเถอะ”
ฉันหันหลังกลับ ควงแขนคุณพ่อแล้วเดินออกจากห้องบอลรูมไปอย่างสง่างาม โดยไม่หันกลับไปมองเสียงกรีดร้องและเสียงอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังของคนทั้งสองที่ดังไล่หลังมา
เกียรติยศที่พวกเขาสร้างขึ้นจากคำโกหก… บัดนี้ได้ทลายลงไม่เหลือชิ้นดี และนี่คือราคาที่พวกเขาต้องจ่ายสำหรับการทรยศผู้หญิงที่ชื่อ… เอลิน เดชะวิจิตร!
[จบบริบูรณ์]