จุดจบไฮโซลวงโลก: ขังเมียแต่งท้องแก่ในกรงหมา เจอยศผู้กองกวาดล้างหมดตัว!

ตอนจบ: จุดจบของคนลวงโลก และตราบาปที่จะไม่มีวันลบเลือน

เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าคอมแบททหารราบดังกระทบพื้นปูน โรงรถที่เคยซ่อนความลับอันโสมมถูกแสงไฟสปอตไลท์จากรถทหารสาดส่องจนสว่างวาบ ราวกับแสงแห่งความยุติธรรมที่กรีดผ่านความมืด

ระพินทร์หน้าถอดสี มือที่ถือสมาร์ตโฟนสั่นระริกจนเกือบหลุดมือ เมื่อหันไปพบกับ ผู้กองก้อง ในชุดเครื่องแบบทหารบกเต็มยศ สายตาของคู่นั้นคมปราบและเย็นเยียบราวกับใบมีด ข้างกายของผู้กองมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสองนาย และทหารใต้บังคับบัญชาอีกสามนายที่พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง

“ผู้…ผู้กองก้อง? กลับมาจากเกาหลีตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?” ระพินทร์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แสร้งทำเป็นยิ้มสู้ “นี่มันเรื่องเข้าใจผิดนะครับ ผมแค่…กำลังจะพาลดาไปส่งโรงพยาบาล”

“เข้าใจผิดงั้นเหรอ?”

ผู้กองก้องไม่แม้แต่จะเสวนากับระพินทร์ เขาก้าวสามขุมเข้าไปที่ประตูโรงรถ ผลักร่างของระพินทร์และตรีชาออกไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะใช้เท้าถีบประตูไม้กลอนล็อกจนพังยับเยินเข้าไปด้านใน

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทุกคนทำให้นายทหารผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนถึงกับฟิวส์ขาด… น้องสาวร่วมสายเลือดที่เขาฟูมฟักมาตั้งแต่เด็ก กำลังนอนคู้เข่าอยู่ในกรงสุนัขเหล็กแคบๆ ข้อมือมีรอยครูดเขียนข้อความบนพื้นปูนด้วยเลือดผสมผงเพชรจากแหวนแต่งงาน

“ลดา! พี่มาแล้วลูก… พี่มาช่วยแล้ว”

ผู้กองก้องคุกเข่าลงทันที เขาใช้คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ที่ทหารผู้ช่วยยื่นให้ ตัดแม่กุญแจกรงสุนัขจนขาดสะบั้นภายในไม่กี่วินาที เขาถอดเสื้อนอกเครื่องแบบออกช้อนร่างน้องสาวที่เบาหวิวและสั่นเทาขึ้นมาโอบกอดไว้

“พี่ก้อง… ลดาเจ็บ… ช่วยลูกของลดาด้วย…” ลดาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะหมดสติไปในอ้อมกอดของพี่ชาย

“สิบเอก! นำรถออก ดึงตัวแพทย์สนามที่สแตนด์บายอยู่หน้าหมู่บ้านเข้ามาด่วนที่สุด! นำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า!” ผู้กองก้องสั่งการเสียงเฉียบขาด ร่างของลดาถูกประคองขึ้นรถพยาบาลทหารที่จอดรออยู่อย่างรวดเร็ว

เมื่อรถพยาบาลเคลื่อนตัวออกไป ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมคฤหาสน์หรูย่านราชพฤกษ์อีกครั้ง

ระพินทร์เห็นท่าไม่ดี คิดจะอาศัยจังหวะนี้พาตรีชาเดินเลี่ยงไปที่รถ SUV เพื่อหนี แต่ยังไม่ทันจะก้าวขา ทหารสองนายก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าพร้อมอาวุธครบมือ

“คิดจะไปไหน… ไอ้ระพินทร์” เสียงของผู้กองก้องดังมาจากด้านหลัง มันเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต

“ผู้กองครับ! คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้อำนาจทหารรังแกประชาชนแบบนี้นะครับ! นี่มันเรื่องผัวเมีย เรื่องภายในครอบครัว ผมจะฟ้อง…” ระพินทร์ตะโกนโวยวาย หวังจะใช้ข้อกฎหมายข่มขู่

“เรื่องภายในครอบครัวงั้นเหรอ? กักขังหน่วงเหนี่ยว พยายามฆ่า ทารุณกรรมหญิงมีครรภ์… นี่มันคดีอาญาแผ่นดินโว้ย!” ผู้กองก้องเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าซาตานในคราบคนดี “แล้วมึงไม่ต้องขู่เรื่องฟ้องร้องหรอก เพราะหลักฐานที่กูถืออยู่… มันจะส่งมึงไปนอนในคุกจนแก่น้ำลายเหนียวแน่นอน”

ผู้กองก้องโยนซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกและแฟลชไดรฟ์ลงบนกระโปรงรถ SUV หรูของระพินทร์

“มึงคิดว่ากูอยู่เกาหลีแล้วกูจะบอดใบ้งั้นเหรอ? ป้าสมพรโทรหากูตั้งแต่วันแรกที่มึงเริ่มกักขังลดา กูส่งหน่วยข่าวกรองของกองทัพสืบประวัติมึงทุกอย่าง… ทรัพย์สินที่มึงอวดอ้างว่ารวยนักรวยหนา เงินบริจาค 300,000 ที่มึงเคยอวดอ้างในงานแต่ง… แท้จริงแล้วมันคือ เงินสินบน จากการโกงกินโครงการก่อสร้างของรัฐที่มึงร่วมมือกับข้าราชการกังฉิน!”

ระพินทร์หน้าซีดจนกลายเป็นสีเทา

“ไม่จริง… คุณใส่ร้ายผม!”

“ในแฟลชไดรฟ์นั้นมีทั้งสเตทเมนต์บัญชีม้า ภาพถ่ายการรับส่งเงิน รวมไปถึงแชตลับที่มึงคุยกับ ‘ตรีชา’ เรื่องที่จะฮุบสมบัติของพ่อลดาหลังจากที่ลดากลายเป็นคนวิกลจริตเพราะฝีมือมึง! อ้อ… แล้วรูปที่มึงส่งให้ชู้มึงเมื่อกี้ในไลน์น่ะ…” ผู้กองก้องหยิบโทรศัพท์ของระพินทร์ขึ้นมา (ซึ่งทหารยึดไว้ได้ตอนชุลมุน) “…กูดึงข้อมูลเข้าเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางของกองปราบปรามเรียบร้อยแล้ว มึงส่งหลักฐานมัดตัวมึงเองเรื่องทารุณกรรมลดาลงในแชตขยะๆ ของพวกมึงเอง!”

ตรีชาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปร้องไห้โฮกับพื้น เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะหมดอนาคตและต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีฉ้อโกงและพยายามฆ่า

“ผู้กอง… ผมกราบล่ะครับ ผมผิดไปแล้ว ผมหน้ามืดตามัว…” ระพินทร์ทรุดเข่าลง พยายามจะคลานเข้ามาเกาะขาผู้กองก้องเพื่ออ้อนวอน

ผู้กองก้องเบี่ยงตัวหลบด้วยความรังเกียจ ก่อนจะหันไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ

“ผู้กองครับ… รบกวนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสอบสวนกองปราบปรามเลยครับ ทางเราประสานงานกับผู้บังคับการไว้แล้ว หลักฐานทั้งหมดอยู่ในนี้… อ้อ แล้วฝากข้อหาเพิ่มเติมด้วยนะครับ ‘พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน'”

1 ปีต่อมา…

ที่ศาลอาญารัชดา… ข่าวการตัดสินคดีของ “ไฮโซระพินทร์” อดีตนักธุรกิจคนดีศรีสังคม กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ระพินทร์ในชุดนักโทษสีน้ำตาล ร่างกายผ่ายผอม ผมเผ้าตัดสั้นเกรียน ใบหน้าหมองคล้ำไร้ซึ่งสง่าราศีของเศรษฐีเหมือนในอดีต ศาลพิพากษาจำคุกระพินทร์เป็นเวลา 25 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และคดีฟอกเงินฉ้อโกงหลวง ส่วนตรีชาถูกตัดสินจำคุก 8 ปีฐานร่วมกันกักขังและสมรู้ร่วมคิด ทรัพย์สินทั้งหมดรวมถึงคฤหาสน์หรูและรถ SUV ถูกยึดทรัพย์เข้าหลวงจนหมดตัว

ที่หน้าศาล… แสงแดดอบอุ่นส่องกระทบลงมา

ลดาเดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยรอยยิ้มที่สดใส ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขและอิสรภาพที่แท้จริง ในอ้อมแขนของเธอมีเด็กชายวัย 1 ขวบ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผิวขาวอมชมพู กำลังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างร่าเริง

“ไปกันเถอะลดา พ่อกับป้าสมพรรอกินข้าวอยู่ที่บ้าน” ผู้กองก้องในชุดลำลองเดินเข้ามาโอบไหล่น้องสาว พร้อมกับเอื้อมมือไปหยอกล้อหลานชายตัวน้อย

ลดาก้มลงมองลูกชายในอ้อมกอด แล้วหันกลับไปมองประตูศาลเป็นครั้งสุดท้าย

ฝันร้ายในกรงเหล็กมันจบลงไปแล้ว… นับจากนี้ไป ชีวิตของเธอและลูกจะมีแต่ความอบอุ่นและความปลอดภัย ภายใต้การปกป้องของครอบครัวที่รักเธอด้วยหัวใจจริง ไม่ใช่หน้ากากจอมปลอมอีกต่อไป

[จบบริบูรณ์]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *