ของเหลวสีอำพันและรอยยิ้มอาบยาพิษ
“ดื่มอวยพรให้สะใภ้คนใหม่ของตระกูลเดอซิลวาหน่อยสิครับคุณแม่” เลอันโดรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง เขาไม่ได้รู้เห็นเลยว่าเกียรติยศและชีวิตแต่งงานของเขากำลังถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย
คุณหญิงเฮเลน่ายกแก้วแชมเปญของเธอขึ้นมา สายตาของเธอจ้องมองมาที่ฉันอย่างเย้ยหยันและผู้ชนะ เธอมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าแก้วในมือของฉันคือแก้วที่เธอผสมผงปริศนานั้นลงไป
“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเรานะ… คลาร่า” เธอกล่าวเน้นเสียง แล้วยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย
ฉันยิ้มตอบและยกแก้วแชมเปญบริสุทธิ์ของฉันขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ทันทีที่ของเหลวสีทองไหลลงคอของคุณหญิงเฮเลน่า ฉันเฝ้ารอวินาทีที่ความจริงจะเปิดเผย
เพียงไม่ถึงนาทีหลังจากนั้น ดวงตาของคุณหญิงเริ่มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีแดงก่ำ มือกุมไปที่ลำคอและหน้าอกของตัวเอง ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง ราวกับมีไฟนรกกำลังแผดเผาอวัยวะภายในของเธออยู่จริง ๆ เธอกำลัง “ไหม้จากข้างใน”
“อึก… อะ… แสบ…” เสียงของเธอเล็ดลอดออกมาอย่างยากลำบาก
เลอันโดรตกใจสุดขีด “คุณแม่! เป็นอะไรไปครับ?!”
ความจริงที่น่าตกใจ
ในขณะที่คุณหญิงเฮเลน่ากำลังทรุดลงกับโต๊ะอย่างทรมาน สายตาของเธอจ้องมองมาที่ฉันด้วยความเคียดแค้นและสับสน เธอคงรู้แล้วว่าฉันรู้ทันแผนการของเธอ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้อง “หลุดยิ้ม” ออกมาในตอนนั้น ไม่ใช่แค่เพราะความสะใจที่เห็นคนชั่วได้รับกรรม… แต่เป็นเพราะมี สิ่งที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้น!
ขวดแก้วสีทึบใบเล็กที่คุณหญิงเฮเลน่าเพิ่งเก็บเข้ากระเป๋าแอร์เมสไป มันแง้มออกมาเล็กน้อยเพราะความลนลานของเธอ และบนฉลากนั้นมีสัญลักษณ์รูป ‘หัวกะโหลกไขว้’ พร้อมชื่อสารเคมีภาษาอังกฤษที่ฉันคุ้นตาเป็นอย่างดีในฐานะครูสอนวิทยาศาสตร์… มันคือ “ไซยาไนด์” (Cyanide) ชนิดเข้มข้น!
คุณหญิงไม่ได้แค่ต้องการให้ฉันท้องเสียหรืออับอาย… เธอต้องการจะฆ่าฉันให้ตายในงานแต่งงาน!
ถ้าฉันไม่สลับแก้ว คนที่นอนดิ้นและขาดใจตายอยู่ตรงนี้คงเป็นฉัน และที่ฉันยิ้มออกมาได้กว้างกว่าเดิม เพราะฉันเห็นร่างของ “สารวัตรธีรเดช” ญาติห่าง ๆ ของฉันที่เป็นตำรวจสายสืบ ซึ่งฉันเชิญมาเป็นแขกในงาน กำลังเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะ VIP พร้อมกับกำลังพลนอกเครื่องแบบอีกสองคน
จุดจบของหงส์ปีกหัก
“เกิดอะไรขึ้นครับ!” เลอันโดรร้องตะโกนเรียกให้คนช่วย ขณะที่หมอที่เป็นแขกในงานกำลังวิ่งเข้ามาดูอาการของคุณหญิงเฮเลน่าที่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้น
“ถอยออกมาก่อนครับทุกคน” สารวัตรธีรเดชประกาศเสียงดัง ก่อนจะหันมามองฉัน ฉันส่งสัญญาณสายตาให้เขาและพยักหน้าไปยังกระเป๋าแอร์เมสของคุณหญิง
ก่อนที่งานแต่งงานจะเริ่มขึ้น ฉันไม่ได้นิ่งนอนใจ ฉันรู้ดีว่าคนอย่างคุณหญิงเฮเลน่าไม่มีวันยอมให้งานนี้ผ่านไปง่าย ๆ ฉันจึงขอให้พี่ธีรเดชช่วยจับตาดูเธอผ่านกล้องวงจรปิดของโรงแรมและให้ทีมงานคอยบันทึกภาพทุกฝีก้าว… และใช่ครับ กล้องวงจรปิดความคมชัดระดับ 4K ของโรงแรมจับภาพคุณหญิงเฮเลน่าขณะกำลังเทผงไซยาไนด์ลงในแก้วแชมเปญได้อย่างชัดเจน ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด!
“คุณเลอันโดรครับ ทางเราต้องขออายัดกระเป๋าใบนี้ และขอเชิญคุณหญิงเฮเลน่าไปที่โรงพยาบาลภายใต้การควบคุมของตำรวจในข้อหา พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ครับ” สารวัตรธีรเดชกล่าวพร้อมชูหลักฐานคลิปวิดีโอจากแท็บเล็ตให้เลอันโดรดู
เลอันโดรหันมามองหน้าแม่ของตัวเองสลับกับฉันด้วยความช็อกและผิดหวังอย่างถึงที่สุด น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพราก เขาไม่คิดเลยว่าแม่ของตัวเองจะอำมหิตถึงขั้นวางยาฆ่าคนตายในวันแต่งงานของลูกชาย
ยิ้มสุดท้ายของสะใภ้
คุณหญิงเฮเลน่าถูกหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แพทย์สามารถล้างท้องและช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิดเพราะเธอจิบไปเพียงนิดเดียว แต่พิษของไซยาไนด์และสารเคมีก็ทำให้ระบบทางเดินอาหารของเธอเสียหายอย่างรุนแรง และที่สำคัญ… เธอต้องเปลี่ยนจากคฤหาสน์หรูหราไปอยู่ในคุกแทนหลังจากอาการดีขึ้น
งานแต่งงานในคืนนั้นจบลงด้วยความโกลาหล แขกเหรื่อต่างพากันกลับด้วยความตกใจ ข่าวสะใภ้สลับแก้วยาพิษใส่แม่ผัวกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งสะเทือนวงการไฮโซ
เลอันโดรนั่งกุมขมับอยู่บนเตียงในห้องหอ เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “คลาร่า… ผมขอโทษ ผมไม่รู้เลยว่าคุณแม่จะทำขนาดนี้… คุณโกรธผมไหม?”
ฉันเดินเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับไหล่ของเขาแล้วกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คลาร่าไม่โกรธคุณหรอกค่ะเลอันโดร… คลาร่าบอกแล้วไงคะ ว่าไม่มีอะไรจะมาแยกเราสองคนออกจากกันได้”
ฉันกอดเขาแน่นขึ้น พร้อมกับจุดรอยยิ้มเย็นเยียบขึ้นที่มุมปากใต้ความมืดของห้องหอ… ในที่สุด ตระกูลเดอซิลวาอันมั่งคั่งนี้ ก็ไม่มีใครคอยขัดขวางฉันอีกต่อไปแล้ว.