ตอนที่ 4: คำสั่งที่ไร้ศักดิ์ศรี
“ฉันถามว่าแกจะรับผิดชอบยังไง! ลำพังเงินเดือนแม่บ้านทั้งปีของแก จะมีปัญญาซื้อเชือกรองเท้าฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้!” สเตลล่ากอดอก พลางจ้องมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับฉันเป็นเศษขยะ
“ป้าขอโทษจริง ๆ ค่ะคุณสเตลล่า แต่ป้าตั้งป้ายเตือนไว้แล้ว และคุณเดินชนไม้ถูพื้นเอง…” ฉันพยายามอธิบายด้วยเหตุผล แต่ดูเหมือนมันยิ่งทำให้ไฟโทสะของเธอพวยพุ่ง
“นี่แกย้อนฉันเหรอ?! เป็นแค่คนใช้ล้างส้วม มีสิทธิ์อะไรมาเถียงฉัน!” สเตลล่าก้าวเข้ามาประจันหน้า พลางยกเท้าข้างที่เลอะน้ำขึ้นมาเล็กน้อย “ถ้าอยากให้ฉันยกโทษให้… คุกเข่าลงไป แล้วใช้เสื้อผ้าเน่า ๆ ของแกเช็ดรองเท้าให้ฉันสะอาดเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ทำ ฉันจะไล่แกออก!”
พนักงานรอบ ๆ เริ่มกระซิบกระซาบ หลายคนสงสารฉัน แต่ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ามาช่วยเพราะกลัวอิทธิพลของผู้จัดการคนใหม่
ฉันมองหน้าสเตลล่าอย่างนิ่งสงบ ความจริงฉันสามารถโทรหาลูกชายให้ไล่เธอออกตอนนี้เลยก็ได้ แต่ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าทำตัวเหนือกฎหมายไปได้ไกลแค่ไหน
“ว่าไง! จะเช็ดไม่เช็ด?!” สเตลล่าตวาดซ้ำ
ตอนที่ 5: การมาถึงของท่านประธาน
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
เสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง ฝูงชนที่มุงดูอยู่รีบแหวกทางออกทันที ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ใบหน้าหล่อเหลาแต่เคร่งขรึมเดินเข้ามาอย่างมั่นคง… อเล็กซ์ ลูกชายของฉันนั่นเอง ด้านหลังของเขามีเลขาฯ และการ์ดชุดดำเดินตามเป็นขบวน
สเตลล่าเมื่อเห็นว่าเป็นใคร จากเสือร้ายก็กลายเป็นแมวเชื่องในทันที เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มหวานแย้มทันควัน แล้ววิ่งเข้าไปฟ้องอเล็กซ์ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“อุ๊ย! ท่านประธานคะ! ดีเลยค่ะที่มาพอดี คือยัยป้าแม่บ้านซุ่มซ่ามคนนี้ค่ะ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ เอาน้ำสกปรกมาสาดใส่รองเท้าสเตลล่าจนพังหมด แถมยังยืนเถียงคำไม่ตกฟากอีกต่างหาก คนแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ค่ะ ต้องไล่ออกสถานเดียวและต้องให้ชดใช้ค่าเสียหายด้วย!” สเตลล่าพูดพลางชี้มาที่ฉันด้วยท่าทางมั่นใจว่าตัวเองชนะแน่
แต่อเล็กซ์ไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอพูดเลย สายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉัน บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบขึ้นมาทันทีจนสเตลล่าเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
“ท่าน… ท่านประธานคะ?” สเตลล่าเรียกเบา ๆ
ตอนที่ 6: บทเรียนราคาแพง
อเล็กซ์ไม่ตอบเธอแม้แต่คำเดียว เขาเดินตรงดิ่งมาหาฉัน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพนักงานนับสิบในล็อบบี้ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ คุกเข่าลงบนพื้นเปียก ๆ นั้นต่อหน้าฉัน โดยไม่กลัวว่ากางเกงสูทราคาแพงจะเปื้อนเลยแม้แต่น้อย
เขาเอื้อมมือมาจับมืออันหยาบกร้านของฉันไว้ด้วยความทะนุถนอม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและรู้สึกผิด
“คุณแม่ครับ! คุณแม่เป็นอะไรไหมครับ? มันทำอะไรคุณแม่หรือเปล่า?!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดังชัดเจน
คำว่า “คุณแม่” คำเดียว ทำเอาทั้งโถงล็อบบี้เงียบกริบราวกับป่าช้า สเตลล่าอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน แก้วกาแฟในมือของเธอหลุดร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงดัง เพล้ง! เหมือนสติของเธอที่แตกกระเจิงไปในวินาทะนั้น
“ท… ท่านประธาน… คุณแม่… หมายความว่ายังไงคะ?” สเตลล่าถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าของเธอเริ่มอ่อนจนแทบจะยืนไม่อยู่
อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันกลับไปมองสเตลล่าด้วยสายตาที่คมกริบราวกับใบมีด
“เธอถามว่าใครน่ะเหรอ? นี่คือ คุณหญิงสมพร อิมพีเรียล ประธานบอร์ดบริหารสูงสุด และเป็นเจ้าของเงินทุกบาททุกสตางค์ที่สร้างตึกนี้ขึ้นมา! รวมถึงเงินเดือนที่ฉันจ่ายให้เธอด้วย!” อเล็กซ์ตวาดเสียงกร้าว
“สเตลล่า… เธอเพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึงอาทิตย์ แต่กลับใช้อำนาจบาตรใหญ่ ดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น รองเท้าของเธอราคาเป็นแสน แต่จิตใจของเธอมันไม่มีค่าเลยสักบาท!”
บทสรุป
“ท่านประธานคะ… สเตลล่าขอโทษค่ะ! สเตลล่าไม่ทราบจริง ๆ ค่ะคุณท่าน! ได้โปรดให้อภัยด้วยนะคะ!” สเตลล่าทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้โฮ พยายามจะคลานเข้ามาเกาะขาฉันเพื่อขอความเห็นใจ
ฉันมองเธอด้วยความสมเพช ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ตอนที่ฉันขอโทษเธอ เธอบอกว่าเงินเดือนแม่บ้านทั้งปีไม่มีปัญญาซื้อเชือกรองเท้าเธอ… ตอนนี้ฉันคงต้องบอกเธอเหมือนกันว่า ต่อให้เธอทำงานชดใช้ไปทั้งชีวิต ก็คงไม่มีปัญญาซื้อเศษเสี้ยวของตึกนี้คืนจากฉันหรอกนะ”
ฉันหันไปหาอเล็กซ์ “จัดการตามกฎของบริษัทเถอะลูก แม่เหนื่อยแล้ว อยากกลับไปพักผ่อน”
“ครับคุณแม่” อเล็กซ์พยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัย “ริบบัตรพนักงานของผู้หญิงคนนี้ ไล่ออกทันทีโดยไม่มีการชดเชยใด ๆ และส่งประวัติพฤติกรรมของเธอไปยังเครือธรุกิจพันธมิตรทั้งหมดของเรา… ฉันไม่อยากเห็นเธอมีที่ยืนในวงการนี้อีก!”
“ไม่นะ! อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ! ท่านประธาน! คุณท่าน!” เสียงกรีดร้องอ้อนวอนของสเตลล่าดังระงมในขณะที่เธอถูกรปภ. หิ้วปีกออกไปจากตึกอย่างหมดสภาพ
พนักงานทุกคนในล็อบบี้ต่างก้มหัวทำความเคารพฉันด้วยความยำเกรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังจากวันนั้น ฉันก็เลิกเป็นแม่บ้านปลอมตัว และกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่บ้าน โดยรู้ว่าลูกชายของฉันจะยังคงบริหารบริษัทนี้ด้วยความยุติธรรม และไม่มีใครกล้าดูถูกคนงานระดับล่างในตึกนี้อีกต่อไป