“มาร์ค? ทำไม… ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่? มีปัญหาอะไรที่ออฟฟิศหรือเปล่า?”

“มาร์ค? ทำไม… ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ? ที่ออฟฟิศมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” คลาราถามเสียงสั่นเครือ เธอพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่เห็นได้ชัดว่าขาของเธอกำลังหมดแรง

ฉันไม่พูดอะไร เดินเข้าไปหาเธอแล้วโอบกอดเธอไว้แน่นที่สุด ทันใดนั้นเธอก็ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่—มันคือน้ำตาที่เธอต้องเก็บกดมานานแสนนานด้วยความหวาดกลัว

“ผมรู้เรื่องหมดแล้วคลารา ผมเห็นทุกอย่างแล้ว” ฉันกระซิบข้างหูเธอ “ยกโทษให้ผมด้วยนะที่ปล่อยให้คุณต้องเจ็บปวดในบ้านของเราเอง”

ฉันผละออกจากเธอเบาๆ แล้วช่วยเช็ดน้ำตาให้ จากนั้นก็อุ้มน้องลีโอขึ้นมาและประคองคลารานั่งลงบนเตียง “อยู่บนนี้กันนะ อย่าเพิ่งลงไปข้างล่าง”

การเผชิญหน้าในตอนดึก

ฉันเดินตรงไปยังห้องพักแขกซึ่งเป็นห้องนอนของแม่ ฉันไม่ได้เคาะประตู แต่ผลักเปิดเข้าไปอย่างแรง แม่สะดุ้งตื่นและรีบลุกขึ้นนั่ง พยายามสวมหน้ากากเป็น “แม่ที่แสนดี” อีกครั้งทันที

“มาร์ค! ลูกรัก ทำไมเข้ามาเงียบๆ ให้แม่ตกใจหมดล่ะ? ไหนบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้สายๆ ไง มาๆ เดี๋ยวแม่ไปทำอะไรให้กิน—”

“เก็บกระเป๋าเถอะครับแม่” ฉันขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

แม่ชะงักไป “อะไรนะ? ลูกพูดเรื่องอะไร? คงจะเหนื่อยจากงานมากเกินไปล่ะสิ—”

“ผมเห็นทุกอย่างในเบบี้มอนิเตอร์หมดแล้วครับแม่” ฉันชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเปิดวิดีโอตอนที่แม่กระชากผมของคลาราเมื่อกี้ให้ดู “ผมเห็นหมดแล้วว่าแม่ปฏิบัติกับภรรยาของผมเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง เห็นหมดว่าแม่ปล่อยให้แม่ของลูกผมต้องอดอยากขนาดไหน”

ใบหน้าของแม่เอเลนาถอดสีทันที รูปลักษณ์ที่ดูใจดีราวกับนางฟ้าอันตรธานหายไป ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่ขมขื่น “ลูกเชื่อคำพูดของนังผู้หญิงคนนั้นเหรอ? มาร์ค! ฉันเป็นแม่ของแกนะ! ที่ฉันทำไปก็เพื่อสั่งสอนมัน! มันเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ งานบ้านงานเรือนก็ทำไม่เป็น—”

“พอได้แล้วแม่!” ฉันตวาดลั่นจนเสียงสะท้อนไปทั่วบ้าน “งานบ้านมันฝึกฝนกันได้ แต่ความใจร้ายเป็นสันดานที่อยู่ในใจ แม่ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้อีกต่อไป และไม่คู่ควรที่จะอยู่ใกล้ครอบครัวของผมด้วย”

การขับไล่

ฉันกระชากกระเป๋าเดินทางของแม่ที่อยู่ใต้เตียงออกมา แล้วกวาดเสื้อผ้าข้าวของของแม่ยัดใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการพับหรือจัดระเบียบใดๆ ทั้งสิ้น

“แกทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ! จะให้ฉันไปไหนในเวลาป่านนี้?!” แม่กรีดร้องโวยวายพยายามจะเข้ามาฉุดรั้งฉันไว้

“จะไปโรงแรม ไปข้างถนน หรือไปหาใครก็ชั่ว—ผมไม่สนใจอีกแล้วครับ” ฉันตอบพลางลากกระเป๋าเดินทางของแม่เดินออกจากห้อง “ผมให้ความไว้วางใจแม่เพื่อให้มาช่วยเรา แต่แม่กลับใช้มันเพื่อทำลายภรรยาของผม”

เมื่อถึงหน้าประตูบ้าน ฉันหันกลับไปมองแม่เป็นครั้งสุดท้าย “ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก และไม่ต้องคิดจะโทรหาคลาราหรือเข้าใกล้ลีโอด้วย ถ้าผมรู้ว่าแม่ยังมาตอแยพวกเขาสักนิดเดียว ผมจะเอาคลิปวิดีโอพวกนี้ไปคุยกับแม่ที่โรงพักแน่”

ฉันปิดประตูเสียงดังปัง บ้านทั้งหลังตกสู่อันตรายแห่งความเงียบงันทันที

ตอนจบ

ฉันเดินกลับเข้ามาในห้องนอน เห็นคลารานอนอยู่บนเตียงและกำลังโอบกอดน้องลีโอไว้ ฉันนั่งลงข้างๆ เธอและกุมมือเธอไว้

“แม่ไปแล้วนะคลารา เขาจะไม่มีวันทำร้ายคุณได้อีกแล้ว”

เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ฉันได้เห็นรอยยิ้มที่แท้จริงปรากฏบนริมฝีปากของภรรยา… มันคือรอยยิ้มแห่งความปลอดภัย

ฉันได้เรียนรู้ว่า… การเป็นลูกที่ดีนั้นมีขอบเขต และขอบเขตนั้นจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อสายเลือดของตัวเองกลายเป็นยาพิษที่คอยทำลายครอบครัวที่เราสร้างขึ้นมา ตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยทำงานล่วงเวลาดึกดื่นขนาดนั้นอีกเลย เพราะหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของฉัน ไม่ใช่การออกแบบตึกรามบ้านช่อง แต่คือการเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งคอยปกป้องภรรยาและลูกของฉันต่างหาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *