III. แผนการล่าในความมืด
“คุณอลิสา มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ?” เสียงของทนายส่วนตัวของฉันดังขึ้นปลายสาย
“เตรียมเอกสารฟ้องหย่า และคำสั่งระงับการโอนหุ้นทั้งหมดของมาวินให้ฉันด่วนที่สุด” ฉันกรอกเสียงที่นิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นลงไปในโทรศัพท์ “และอีกอย่าง… ช่วยประสานงานกับผู้บริหารระดับสูงทุกคน พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงตรง ฉันจะเปิดการประชุมบอร์ดบริหารนัดพิเศษ”
หลังจากวางสาย ฉันไม่ได้ขับรถกลับคฤหาสน์หรูของเรา แต่ฉันเลือกที่จะขับตรงไปยังอพาร์ตเมนต์ลับที่ฉันซื้อเก็บไว้ ฉันใช้เวลาทั้งคืนนั่งดูคลิปวิดีโอความยาวเกือบห้านาทีนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกเสียงหัวเราะของพราว และทุกคำดูถูกของมาวินเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระหน่ำไฟแค้นในใจของฉัน แต่แทนที่จะเผาผลาญตัวเอง ฉันจะใช้ไฟนี้แผดเผาพวกมันให้มอดไหม้จนไม่เหลือชิ้นดี
ฉันจัดการส่งคลิปวิดีโอตัวเต็มให้ทนาย และสั่งให้สำรองข้อมูลไว้ในไดรฟ์ลับถึงสามที่ จากนั้นฉันก็นั่งมองท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีสว่าง… วันพิพากษาของพวกมันมาถึงแล้ว
IV. วันพิพากษาที่กลางห้องประชุม
เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ บรรดาผู้ถือหุ้นและกรรมการบริหารต่างนั่งกันพร้อมหน้า มาวินเดินเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทางภูมิฐานและรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นเช่นเคย เขารีบเดินเข้ามาหาฉันทันที
“ที่รักครับ! คุณเรียกประชุมด่วนเรื่องอะไรเหรอ? แล้วทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้านล่ะครับ รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณแทบแย่” มาวินพูดพลางพยายามจะโอบไหล่ฉันเสแสร้งทำเป็นสามีแสนดี
ฉันเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแล้วปั้นยิ้มตอบ “พอดีมีงานด่วนน่ะค่ะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว… นั่งที่เถอะค่ะที่รัก”
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่ ฉันก็ยืนขึ้นที่หัวโต๊ะประชุม “กราบเรียนคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นทุกท่าน วันนี้ฉันมีโครงการร่วมทุนครั้งสำคัญและผู้ร่วมก่อตั้งคนใหม่ที่จะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักค่ะ ขอเชิญคุณพราวค่ะ”
ประตูห้องประชุมเปิดออก พราวเดินเข้ามาในชุดเดรสสีขาวหรูหรา แม้จะเพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วัน แต่ใบหน้าของเเธอถูกแต่งแต้มอย่างงดงาม เธอเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่คิดว่าตัวเองชนะแล้ว และส่งสายตาเชื่อมโยงกับมาวินอย่างปิดไม่มิด
“สวัสดีค่ะทุกคน พราวจะเข้ามาช่วยดูแลโปรเจกต์ใหม่ และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านนะคะ” พราวก้าวขึ้นมายืนข้างฉัน
“ใช่ครับ โครงการนี้จะสร้างกำไรมหาศาลให้เราแน่นอน” มาวินรีบพูดสนับสนุนชู้รักของตัวเองทันที โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังก้าวขาเข้าสู่ลานประหาร
V. นรกที่แท้จริง
“ดีค่ะ ในเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ฉันขอเปิดสไลด์ชี้แจงรายละเอียดของ ‘โปรเจกต์ลับ’ นี้เลยนะคะ”
ฉันกดรีโมตคอนโทรลในมือ ทันใดนั้น หน้าจอยักษ์ด้านหลังของฉันที่ควรจะแสดงแผนภูมิการเงินกลับมืดลง และปรากฏภาพวิดีโอที่สว่างวาบขึ้นมาแทน…
มันคือวิดีโอจากกล้องมือถือของฉันในห้อง VIP ที่โรงพยาบาลเมื่อคืนนี้!
เสียงกระซิบของมาวินที่บอกว่า “พี่แต่งงานกับยัยนั่นก็เพราะเงินเท่านั้นแหละพราว… พอพี่ฮุบหุ้นส่วนใหญ่มาได้ พี่จะทิ้งยัยนั่นทันที” ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบ ตามด้วยภาพการจูบอย่างดูดดื่มของทั้งคู่
“นี่มันอะไรกัน?!” เสียงของคณะกรรมการคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
ใบหน้าของมาวินและพรากเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในพริบตา มาวินเบิกตากว้างลนลานจนแทบตกเก้าอี้ “อลิสา! นี่มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ! มันเป็นวิดีโอตัดต่อ! มีคนใส่ร้ายผม!” เขาร้องตะโกนพร้อมกับพยายามจะวิ่งมาคว้าตัวฉัน
“เงียบ!” ฉันตบโต๊ะประชุมเสียงดังสนั่นจนทุกคนสะดุ้ง “หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ แกยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอมาวิน?!”
พราวยืนตัวสั่นเทา น้ำตาไหลพรากด้วยความอับอาย “พี่อลิสา… พราวขอโทษ พราวไม่ได้ตั้งใจ…”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่!” ฉันมองน้องสาวแท้ๆ ด้วยสายตาขยะแขยง “ฉันซัพพอร์ตแกทุกอย่าง ให้เงิน ให้ชีวิตที่หรูหรา แต่แกกลับคาบสามีของฉันไปกิน แอบมีลูกด้วยกัน และวางแผนจะฮุบสมบัติของฉัน! แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง!”
ฉันหันไปหาทนายความที่เดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมปึกเอกสาร “นี่คือใบหย่า และคำสั่งศาลที่ระงับธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดของมาวิน รวมถึงการริบทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นสินสมรส เพราะแกละเมิดข้อตกลงในสัญญาการสมรสอย่างร้ายแรง แกจะไม่ได้เงินจากฉันแม้แต่บาทเดียว และจะถูกไล่ออกจากตำแหน่งในบริษัททันที!”
“ส่วนแก… พราว” ฉันหันไปจ้องหน้าน้องสาวที่ทรุดลงไปร้องไห้กับพื้น “บ้านและรถสปอร์ตที่แกใช้อยู่เป็นชื่อของบริษัท ฉันจะยึดคืนทั้งหมดภายในวันนี้ แกกับลูกชู้ของแกไปหาที่อยู่ใหม่เอาเองแล้วกัน!”
“อลิสา! คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ! ผมเป็นสามีคุณ!” มาวินตะคอกใส่ฉันอย่างบ้าคลั่ง ทหารรักษาความปลอดภัยสี่คนเดินเข้ามาล็อกตัวเขาและพราวทันที
“พวกลากคอคนทรยศสองคนนี้ออกไปจากตึกของฉัน! และห้ามให้พวกมันเหยียบเข้ามาที่นี่อีกเด็ดขาด!” ฉันสั่งเสียงเฉียบขาด
VI. บทสรุปของผู้ชนะ
เสียงกรีดร้องและคำขอความช่วยเหลือของมาวินกับพราวดังโหยหวนไปตามทางเดิน ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไป คณะกรรมการในห้องประชุมต่างพากันปรบมือและแสดงความเลื่อมใสในความเด็ดเดี่ยวของฉัน
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ยืนมองวิวกรุงเทพมหานครจากกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน นึกถึงความเจ็บปวดเมื่อคืนนี้ แต่วันนี้ความเจ็บปวดนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความสะใจอย่างถึงที่สุด
พวกมันคิดว่าจะใช้ความรักของฉันเป็นเครื่องมือในการไต่เต้า แต่พวกมันลืมไปว่า… ฉันคือคนที่สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาด้วยสมองและสองมือ และถ้าใครกล้ามาแตะต้องสิ่งที่ซื่อสัตย์ต่อฉัน ฉันก็พร้อมที่จะทำลายพวกมันให้จมดินโดยไร้ความปรานี!