ความจริงใจท่ามกลางความยากลำบาก
ในขณะที่ฉันอยู่ที่บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ของ คลารา ฉันเห็นแววตาและหัวใจที่แท้จริงของเธออย่างหมดเปลือก ทุก ๆ วัน คลาราจะตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารที่ย่อยง่ายและดีต่อสุขภาพมาป้อนฉันทีละคำอย่างใจเย็น หลานสาวตัวน้อยของฉันก็คอยมานั่งข้าง ๆ คอยจับมือ แคะเล็บ และเล่านิทานให้ฉันฟังเพื่อไม่ให้ฉันเหงา
คืนหนึ่ง ฉันแกล้งทำเป็นนอนละเมอและปัดแก้วน้ำตกลงพื้นจนแตก คลารารีบวิ่งเข้ามาในห้องด้วยความตกใจ แทนที่จะดุด่าหรือแสดงท่าทีรำคาญเหมือนสะใภ้สองคนแรก เธอกลับคุกเข่าลงตรวจดูเท้าของฉันทันทีว่าโดนเศษแก้วบาดหรือไม่
“คุณแม่เป็นอะไรไหมคะ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ไม่ต้องกลัวนะแม่ คลาราอยู่นี่แล้วค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและกอดฉันไว้แน่น
หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ของคลาราที่หยดลงบนบ่าของฉัน ทำให้ฉันรู้ทันทีว่า… ในโลกที่เต็มไปด้วยความโลภใบนี้ ฉันได้พบอัญมณีที่มีค่าที่สุดแล้ว ซึ่งไม่ใช่เพชรในตู้เซฟของฉัน แต่เป็นหัวใจของสะใภ้คนนี้
วันเปิดพินัยกรรม: หน้ากากที่หลุดลอย
เมื่อครบกำหนดสามสัปดาห์ ทนายความส่วนตัวของฉันได้เรียกตัวสะใภ้ทั้งสามคนและลูก ๆ ของฉันมารวมตัวกันที่คฤหาสน์เพื่อเปิดพินัยกรรมตามที่ฉันได้สั่งการไว้ล่วงหน้า
เบียทริซและแคสซานดราแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหรา ประโคมเครื่องเพชรวิบวับ (ซึ่งรวมถึงแหวนเพชรที่เบียทริซแอบขโมยไปจากนิ้วของฉันด้วย) ทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางเชิดหน้าชูตาและมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าพวกตนจะได้แบ่งสมบัติมหาศาลนี้อย่างแน่นอน ส่วนคลารานั่งอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวในมุมห้อง สวมชุดเรียบ ๆ ที่สะอาดตา
ฉันนั่งอยู่บนรถเข็น สวมแว่นตาดำสนิท แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ
“เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้ว ฉันจะเริ่มอ่านพินัยกรรมของดอนญ่า เอสเมอรัลดา ณ บัดนี้” ทนายความประกาศด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
เบียทริซแอบกระซิบสะกิดแคสซานดราแล้วหัวเราะเบา ๆ
“เตรียมตัวรับเงินหมื่นล้านได้เลยแก ยัยแก่นั่นคงใกล้จะไปนรกเต็มทีแล้ว”
วินาทีพิพากษา
ทนายความเริ่มอ่านข้อความในพินัยกรรม:
“ข้อแรก… ข้าพเจ้าขอตัดสิทธิ์ในการรับมรดก และการมีส่วนร่วมใด ๆ ในบริษัทของ เบียทริซ และ แคสซานดรา โดยสิ้นเชิง!”
ห้องโถงทั้งห้องเงียบกริบลงทันตา เบียทริซและแคสซานดราลุกขึ้นยืนชี้หน้าทนายความด้วยความโกรธเกรี้ยว
“นี่มันบ้าอะไรกัน?! ยัยแก่นี่ตาบอดและสมองเลอะเลือนไปแล้วแน่ ๆ! พินัยกรรมนี้ต้องเป็นของปลอม! พวกเราดูแลปรนนิบัติเธอเป็นอย่างดีตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา!” เบียทริซกรีดร้องเสียงหลง
“ใช่! พวกเรายอมเสียสละเวลาอันมีค่าไปดูแลคนแก่พิการไร้ประโยชน์อย่างเธอ แล้วทำไมยกทุกอย่างให้ยัยคลารา ยัยคนจนสกปรกนั่น!” แคสซานดราโวยวายสมทบ
ในวินาทีนั้นเอง… ฉันค่อย ๆ ยกมือขึ้น ถอดแว่นตาดำออก และลุกขึ้นยืนจากรถเข็นอย่างช้า ๆ โดยไม่ต้องพึ่งไม้เท้าประคอง ฉันก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สายตาของฉันจับจ้องไปที่สะใภ้ทั้งสองคนด้วยความนิ่งสงบแต่ทรงพลัง
เบียทริซและแคสซานดราเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนหน้าถอดสีเหมือนเห็นผี
“พวกแกคิดจริงๆ หรือ… ว่าฉันตาบอด?” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทรงอำนาจ
“เบียทริซ… เศษอาหารสุนัขที่แกเอาผสมข้าวให้ฉันกินน่ะ รสชาติมันเป็นยังไงล่ะ? แล้วแหวนเพชรบนนิ้วแกนั่น… ขโมยไปจากคนตาบอดมันรู้สึกภูมิใจมากไหม?”
เบียทริซเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
“ส่วนแก แคสซานดรา… ห้องมืด ๆ ที่ไม่มีพัดลม และน้ำเย็นจัดที่แกรดใส่หัวฉันพร้อมกับรอยหยิกพวกนี้… ฉันยังจำมันได้ดีทุกรอย!”
แคสซานดราก้มหน้าหลบสายตา ตัวสั่นงันงกจนพูดอะไรไม่ออก
บทสรุปและผู้สืบทอดที่แท้จริง
ฉันหันไปหาทนายความและสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด
“พินัยกรรมฉบับนี้ถูกต้องทุกประการ และฉันขอประกาศเพิ่มเติมตรงนี้… ทรัพย์สินทั้งหมด 5 หมื่นล้านเปโซ รวมถึงตำแหน่งประธานบริหารสูงสุดของอาณาจักรเพชรของฉัน จะตกเป็นของ คลารา แต่เพียงผู้เดียว!”
คลาราอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลอาบแก้ม เธอไม่ได้ต้องการเงินทอง แต่สิ่งที่เธอได้รับคือผลตอบแทนจากความดีและความรักที่บริสุทธิ์ที่เธอมีให้ฉันเสมอมา
สำหรับเบียทริซและแคสซานดรา… ฉันสั่งให้บอดี้การ์ดลากตัวพวกเธอออกจากคฤหาสน์ทันที พร้อมทั้งดำเนินคดีทางกฎหมายในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรมผู้สูงอายุ และลักทรัพย์ ซึ่งโทษจำคุกรอพวกเธออยู่แน่นอน
ความดีอาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ และความอดทนของฉันในวันนั้น… ก็ทำให้ฉันได้รู้ว่า ใครคือปีศาจร้าย และใครคือเทวดาตัวจริงในครอบครัวนี้!