ตอนที่ 2: แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูในทันที เสียงแก้วแชมเปญและเสียงหัวเราะของเหล่าไฮโซเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ฉัน—ผู้หญิงในชุดสีดำสนิท มีทารกน้อยซุกอยู่ที่อก และซองจดหมายที่มุมหนึ่งกำลังลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีฟ้า
เบียทริซ แม่ของเขาหน้าถอดสี รีบก้าวเข้ามาขวางหน้า “รปภ. อยู่ไหน! ลากผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปซะ! เธอกำลังสติแตกหลังคลอด!”
โดมินิกพยายามรักษาความเยือกเย็น เขาก้าวลงจากเวทีแต่งงานที่ประดับด้วยดอกกุหลาบขาวหรูหรา สายตาของเขาจ้องมองซองจดหมายในมือฉันด้วยความระแวง “วิเวียน… ส่งจดหมายนั่นมาให้ฉัน แล้วกลับไปนอนพักซะ ถ้าเธอรักลูกจริง อย่าทำเรื่องบ้าๆ ที่นี่”
“ฉันไม่ได้มาทำเรื่องบ้าๆ โดมินิก” ฉันพูดเสียงดังพอที่จะให้ไมโครโฟนบนเวทีรับเสียงของฉันได้ “ฉันมาส่ง ‘ของขวัญแต่งงาน’ ที่คุณลืมไว้ในคืนพายุหิมะเมื่อหกสัปดาห์ก่อน”
ฉันโยนซองจดหมายที่กำลังไหม้ลงบนโต๊ะเค้กแต่งงานห้าชั้น ไฟเผากระดาษภายนอกจนหมด เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน… มันไม่ใช่จดหมาย แต่เป็นแฟลชไดรฟ์สีเงินและโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดหน้าจอค้างไว้
ก่อนที่โดมินิกจะทันได้คว้ามันไป หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์บนเวทีที่เดิมทีต้องเปิดวิดีโอพรีเวดดิ้งของเขากับเจ้าสาวคนใหม่ ก็เปลี่ยนเป็นหน้าจอสีดำ… และมีเสียงหนึ่งดังกระหึ่มผ่านลำโพงทุกตัวในห้อง
“ได้โปรดเถอะ… ลูกเพิ่งอายุได้แค่หกวันเองนะ” เสียงของฉันในคืนนั้น สั่นเครือและแหบพร่า
“งั้นก็เดินระวังๆ แล้วกัน” เสียงของโดมินิกตอบกลับมาอย่างเย็นชา ตามด้วยเสียงประตูปิดกระแทกโครม และเสียงล็อกกลอนอย่างชัดเจน
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วทั้งงาน เจ้าสาวของเขาเอามือปิดปากด้วยความช็อก ขณะที่แขกเหรื่อและนักข่าวที่มาร่วมงานต่างพากันยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปและวิดีโอ
ตอนที่ 3: ทวงคืน
“นี่มันของปลอม! ตัดต่อ!” โดมินิกตะคอก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความกลัว “แกไม่มีหลักฐาน!”
“นั่นแค่บทนำคดีพยายามฆ่าจ้ะ โดมินิก” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากประตูทางเข้างานแต่ง
‘ฟิโอน่า แวนซ์’ อัยการผู้ช่วยก้าวเข้ามาในงาน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสี่นาย
“แฟลชไดรฟ์ที่กำลังไหม้อยู่นั่น คือไฟล์สำรองบัญชีลับของบริษัทเธอที่โอนเงินไปฟอกที่ต่างประเทศ รวมถึงหลักฐานที่เธอจ่ายเงินใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อปลอมแปลงประวัติการรักษาของวิเวียน” ฟิโอน่าชูเอกสารหมายจับขึ้น “และในฐานะอดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีวิกฤต วิเวียนส่งไฟล์ทั้งหมดเข้าเซิร์ฟเวอร์ของศาลอัยการกลางเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ห้านาทีก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาในห้องนี้”
โดมินิกทรุดเข่าลงกับพื้นหินอ่อน ความมั่นใจทั้งหมดของเขามลายหายไปในพริบตา เบียทริซพยายามจะกรีดร้องโวยวาย แต่ตำรวจกลับเข้าล็อกกุญแจมือเธอด้วยเช่นกัน ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด
ฉันก้าวเข้าไปหาโดมินิกที่นั่งเบิกตากว้างอยู่บนพื้น ก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่ไม่มีแม้แต่ความแค้น มีเพียงความว่างเปล่า
“คุณบอกว่าฉันจะเอาตัวรอดได้เสมอ…” ฉันกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน “คุณพูดถูก โดมินิก ฉันรอดมาได้ และตอนนี้… ฉันมาทวงทุกอย่างที่เป็นของฉันและโซเฟียคืน ทั้งทรัพย์สิน บ้าน และอิสรภาพ ส่วนคุณ… ยินดีด้วยกับคุกตลอดชีวิตนะ”
บทส่งท้าย: ชีวิตใหม่
สามเดือนต่อมา…
ไม่มีชื่อของโดมินิกและตระกูลของเขาเหลืออยู่ในแวดวงสังคมอีกต่อไป ทรัพย์สินทั้งหมดของเขาถูกยึดทรัพย์และบางส่วนตกเป็นของโซเฟียตามกฎหมายในฐานะค่าเสียหายและค่าเลี้ยงดู
ฉันนั่งอยู่บนระเบียงบ้านพักหลังใหม่ริมทะเล แสงแดดอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิสาดส่องลงมา โซเฟียในวัยเกือบสามเดือนกำลังนอนส่งยิ้มสดใสอยู่ในอ้อมแขนของฉัน
ลมทะเลพัดมาเบาๆ คราวนี้มันไม่มีเสียงกรีดร้องของพายุหิมะอีกต่อไป ไม่มีเสียงของปีศาจตัวไหนที่จะมาทำให้ฉันกลัวได้อีก
เพราะในคืนที่หนาวเหน็บที่สุดนั้น โดมินิกไม่ได้แค่ผลักฉันออกไปตาย… แต่เขาได้ปลุกสัญชาตญาณของนักล่าที่เก่งที่สุดให้ตื่นขึ้นมา และจากนี้ไป ฉันกับลูกจะไม่ได้แค่ ‘อยู่รอด’ เท่านั้น แต่เราจะ ‘มีความสุข’ อย่างที่พวกเขาไม่มีวันได้สัมผัสอีกเลย