ภาคจบ: ความพังพินาศของคนทรยศ และการเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางของตัวเอง

ดร. อากีลาร์ กวาดสายตามองเอกสารแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของท่านแปรเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความตกตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพ่อและแม่ของฉันที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางลาน

“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน… คุณเดล โรซาริโอ?” เสียงของท่านอธิการบดีทุ้มต่ำและทรงพลัง ผ่านไมโครโฟนที่ยังเปิดอยู่ ทำให้คำถามนั้นดังก้องไปทั่วทั้งอนาบริเวณ

“ม… ไม่มีอะไรครับท่าน! อีลูกคนนี้มันเป็นบ้า มันสร้างเรื่อง!” พ่อพยายามก้าวเข้ามาจะแย่งซองเอกสาร แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามคนเข้ามายืนขวางไว้ทันที

“มันไม่ใช่แค่แผ่นนั้นค่ะท่านอธิการ” ฉันพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นคลอน “ในซองนั้นมีทั้งสเตทเมนต์บัญชีธนาคารที่แสดงการโอนเงินจากน้าของหนูเข้าบัญชีส่วนตัวของนายรอมน มีหนังสือยืนยันจากธนาคารว่าเอกสารกู้เงินการศึกษาถูกยื่นจากที่อยู่ของพวกเขา และที่สำคัญที่สุด… มีคลิปเสียงและแชตหลักฐานทั้งหมดที่พวกเขาวางแผนจะโยนหนี้ก้อนนี้ให้หนูรับกรรมหลังจากที่หนูเรียนจบ”

เสียงฮือฮาดังขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง สายตานับร้อยคู่ที่เคยดูถูกหรือสงสารฉันในตอนแรก บัดนี้เปลี่ยนเป็นสายตาแห่งความรังเกียจและสาปแช่ง ส่งตรงไปยังสามคนพ่อแม่ลูก

“แกมันนังลูกเนรคุณ!” แม่กรีดร้อง เสียงแหลมสูงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความกลัว “พวกฉันเลี้ยงแกมานะ!

“เลี้ยงหนูเหรอคะ?” ฉันหันไปเผชิญหน้ากับพวกเขาตรง ๆ น้ำตาที่ฉันกักเก็บมาตลอด 4 ปีไม่ไหลออกมาสักหยด มีเพียงแววตาที่ว่างเปล่า “เงินทุกบาทที่หนูใช้เรียนและประทังชีวิต มาจากน้ำพักน้ำแรงของหนูและเงินทุนที่หนูหามาเอง ส่วนเงินที่พวกคุณขโมยไป… พวกคุณเอาไปประเคนให้นิโก้ เอาไปซื้อความสุขให้ลูกชายสุดที่รักของพวกคุณ โดยที่ปล่อยให้หนูเกือบอดตายในห้องเช่ารูหนู!

นิโก้ที่เคยยืนเก็กท่าหล่อในชุดสูทราคาแพง บัดนี้ก้มหน้าหลบสายตาคนรอบข้าง ตัวสั่นเทาด้วยความอับอาย เพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัยบางคนที่รู้จักเขาเริ่มชี้หน้าและซุบซิบ

“ดร. อากีลาร์ คะ” ฉันหันกลับมาหาอธิการบดี “หนูยื่นเรื่องนี้ต่อสถานีตำรวจและทนายความเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันก่อน และที่หนูเลือกที่จะเปิดเผยมันในวันนี้… เพราะหนูต้องการให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นพยานว่า เกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่หนูได้มา มันเป็นของหนู 100% และหนูจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเอาเปรียบหรือชุบมือเปิบจากความสำเร็จของหนูอีกต่อไป”

ดร. อากีลาร์ พยักหน้าช้า ๆ แววตาของท่านเต็มไปด้วยความเลื่อมใสในความเด็ดเดี่ยวของฉัน

“ทางมหาวิทยาลัยจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ในเรื่องการปลอมแปลงเอกสารกู้ยืมเงินครับ คุณลิรา… คุณทำถูกต้องแล้ว” ท่านกล่าวผ่านไมโครโฟน

พ่อของฉันทรุดเข่าลงกับพื้นปูน ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือดเหมือนคนตาย เขารู้ดีว่าชื่อเสียงในสังคมและหน้าที่การงานของเขาจะดับวูบลงทันทีหลังจากวันนี้ ส่วนแม่ได้แต่ยืนร้องไห้โฮด้วยความอับอายและตื่นตระหนก

เจสซ่าวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันจากด้านหลัง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นแทนฉัน “ลิรา… แกเก่งมาก แกหลุดพ้นแล้วนะ”

ฉันกอดตอบเพื่อนรักพลางมองข้ามไหล่เธอไป… มองดูครอบครัวที่สายเลือดไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น กำลังถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญตัวออกจากงานรับปริญญา ท่ามกลางเสียงโห่ฮาและการกดชัตเตอร์รัว ๆ ของตากล้องและนักข่าวท้องถิ่นที่อยู่ในงาน

ความสะใจแวบเข้ามาในใจเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโล่งอกอย่างมหาศาล

ฉันเดินกลับไปเก็บหมวกปริญญาที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดอีกครั้ง คราวนี้ฉันสวมมันลงบนศีรษะอย่างภาคภูมิใจ

ฝ่ามือที่พ่อตบลงบนหน้าของฉันในวันนี้ มันไม่ได้ทำให้ชีวิตของฉันร่วงหล่นลงพื้นเหมือนหมวกใบนี้… แต่มันคือแรงผลักดันสุดท้ายที่ตัดขาดฉันจากอดีตอันเน่าเฟะอย่างสิ้นเชิง

จากนี้ไป… ชีวิตที่เป็นของฉันอย่างแท้จริง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *