พวกเขาก้าวเดินตรงมาทางเสาที่ฉันยืนอยู่ เสียงส้นสูงของหล่อนกระทบพื้นกระเบื้องสนามบินดังเป็นจังหวะ บีบคั้นหัวใจของฉันให้เต้นระทึก แต่ฉันไม่ถอยหนี
ก่อนที่พวกเขาจะทันสังเกตเห็น ฉันก้าวออกมาจากหลังเสา ยืนจันหน้ากับทั้งสองคนตรง ๆ
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของไบรอันอันตรธานหายไปในพริบตา หน้าของเขาถอดสี กลายเป็นขาวซีดราวกับกระดาษ ผู้หญิงคนนั้นชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“อ้าว… ไบรอัน” ฉันแสร้งทำน้ำเสียงประหลาดใจ สายตามองสลับระหว่างเขากับผู้หญิงในเสื้อโค้ตสีครีม “ไหนบอกว่าต้องไปคุยงานด่วนที่ต่างจังหวัดไงจ๊ะ? แล้วนี่… แม่ ‘เพื่อนร่วมงาน’ คนที่เคยเล่าให้ฟังใช่ไหม?”
“เดี๋ยว… ที่รัก คือมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ…” ไบรอันละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ เขาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือที่เคยโอบเอวหล่อนสะบัดออกราวกับต้องของร้อน
“ไม่ต้องอธิบายหรอก” ฉันยิ้มหวาน ยิ้มแบบที่กว้างที่สุดในชีวิต “ฉันได้ยินทุกอย่างชัดเจนแล้ว… ชัดเจนมาก ๆ“
ฉันชูโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นมา หน้าจอยังคงแสดงสัญลักษณ์การบันทึกเสียงและวิดีโอที่กำลังทำงานอยู่ ไบรอันจ้องมองมันราวกับเห็นระเบิดเวลา เขาพยายามจะคว้าโทรศัพท์จากมือฉัน แต่ฉันก้าวถอยหลังอย่างรู้ทัน
“คุณคิดจริงๆ เหรอไบรอัน ว่าคุณฉลาดอยู่คนเดียว?” ฉันหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงเยือกเย็นจนคนรอบข้างเริ่มหันมามอง “คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดที่ยอมเซ็นเอกสารโอนทรัพย์สินให้คุณง่าย ๆ โดยไม่ตรวจสอบเลยเหรอ?”
ไบรอันเบิกตากว้าง “เธอ… เธอหมายความว่าไง?”
ความจริงที่อยู่เบื้องหลัง
“เอกสารชุดนั้นที่ฉันเซ็นให้คุณในคืนนั้นน่ะ…” ฉันเว้นจังหวะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนือกว่า “มันไม่ใช่เอกสารมอบอำนาจหรือโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรอกจ้ะ แต่อัยการประจำตระกูลของฉันเขาเปลี่ยนมันเป็น ‘สัญญากู้ยืมเงินส่วนบุคคล’ ที่ระบุว่าคุณหยิบยืมเงินทองและสินทรัพย์ทั้งหมดของฉันไปเพื่อทำธุรกิจ โดยมีข้อกำหนดว่าหากมีการฟ้องหย่าด้วยเหตุชู้สาว… คุณจะต้องชดใช้คืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายทันที“
หน้าของไบรอันเปลี่ยนจากซีดเป็นเขียว “ไม่จริง… เธอกล้าดียังไง!”
“และที่สำคัญที่สุด” ฉันพูดต่อ พลางกดส่งไฟล์เสียงและวิดีโอที่เพิ่งอัดเมื่อครู่เข้าอีเมลของทนายความส่วนตัวของฉันและแชร์ลงในคลาวด์สาธารณะ “ไฟล์เสียงที่พวกคุณเพิ่งวางแผนฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์เมื่อกี้… ตอนนี้มันถึงมือทนายความของฉันเรียบร้อยแล้ว มันเป็นหลักฐานชั้นดีในชั้นศาลเลยล่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นเริ่มลนลาน หล่อนหันไปทุบแขนไบรอัน “ไบรอัน! ไหนบอกว่ายัยนี่โง่ไง! ไหนบอกว่าจัดการทุกอย่างแล้ว!”
“อ้อ… แล้วก็เรื่องบ้านหลังนั้น” ฉันหันไปมองไบรอันด้วยสายตาที่เหยียดหยามที่สุด “บ้านของพ่อฉัน คุณไม่มีวันได้แตะต้องมันแม้แต่ตารางนิ้วเดียว บัญชีร่วมของเรา ฉันสั่งอายัดและถอนเงินส่วนของฉันออกมาตั้งแต่คุณเริ่มทำตัวมีพิรุธเมื่อเดือนก่อนแล้ว”
ไบรอันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นสนามบิน กระเป๋าเอกสารหนังที่เขาพกมาอย่างภาคภูมิใจหลุดมือ ร่วงลงพื้นจนเอกสารภายในกระจายเกลื่อนกวาด
บทสรุปของผู้ชนะ
ฉันก้มลงมองชายที่ฉันเคยรัก แต่อดีตสามีคนนี้ไม่มีค่าพอให้ฉันเสียน้ำตาให้อีกต่อไป
“ขอบคุณที่มาส่งข่าวถึงสนามบินนะไบรอัน” ฉันพูดเสียงเรียบ “อ้อ… ไม่ต้องรีบกลับบ้านนะ เพราะฉันให้คนไปเปลี่ยนกลอนประตูบ้านใหม่หมดแล้ว เสื้อผ้าของคุณถูกแพ็กใส่ถุงขยะสีดำวางไว้หน้าบ้าน… อนาคตของคุณหลังจากนี้ ไปคุยกับทนายและตำรวจเอาเองแล้วกัน”
ฉันหันหลังกลับ ออกก้าวเดินอย่างมั่นคง เสียงส้นรองเท้าของฉันดังกระทบพื้นอย่างสง่างาม ทิ้งให้ชายสารเลวและชู้รักของเขายืนทะเลาะและโทษกันเองอยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยในสนาบิน
ฉันไม่ได้สูญเสียอะไรเลย… ในทางกลับกัน ฉันเพิ่งได้ชีวิตที่อิสระและมีความสุขที่สุดกลับคืนมา ปล่อยให้พวกเขาสองคนจมอยู่กับความพินาศที่พวกเขาเป็นคนเริ่มมันเองนั่นแหละ