หัวใจเพชรของเจ้าสาวไร้ผม (ตอนจบ)
ตอนที่ 2 (จบ)
เสียงดนตรีบรรเลงเพลงงานแต่งงานดังขึ้น ประตูไม้บานยักษ์ของห้องจัดเลี้ยงเปิดออกช้าๆ
โคลอี้แอบยืนอยู่มุมห้องพร้อมรอยยิ้มสะใจ เธอคงคิดว่าจะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ย หรือเสียงกระซิบกระซาบด้วยความสมเพชจากแขกเหรื่อเมื่อเห็นเจ้าสาวหัวล้านเดินเข้างาน
แต่เปล่าเลย… วินาทีที่ฉันก้าวเท้าออกไป ความเงียบกริบเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง แขกทั้ง 500 คนเบิกตากว้าง แสงไฟในงานตกกระทบกับมงกุฎเพชร 2 ล้านดอลลาร์บนศีรษะของฉัน มันส่องประกายเจิดจรัสราวกับรัศมีของราชินี ผิวที่ไร้เส้นผมของฉันไม่ได้ดูน่าเวทนา แต่มันสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผู้รอดชีวิต
ทันใดนั้น แขกแถวหน้าสุดเริ่มลุกขึ้นยืน… ตามด้วยแถวต่อๆ ไป จนกระทั่งแขกทั้ง 500 คนในฮอลล์ต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้ฉันอย่างพร้อมเพรียง สายตาของพวกเขาไม่ได้มองด้วยความสมเพช แต่มันเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและยกย่องในความกล้าหาญ
ที่ปลายทางเดิน เลียม เจ้าบ่าวมหาเศรษฐีของฉันยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความตื้นตัน เขารีบก้าวลงจากเวทีมารับฉันแทนที่จะยืนรอเฉยๆ เขาคว้ามือฉันไปกุมไว้แล้วกระซิบข้างหู “คุณสวยที่สุดในโลก วาเลเรีย คุณคือยอดดวงใจของผม”
เลียมหันไปรับไมโครโฟนจากพิธีกร เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วห้องแต่งงาน ประกาศคำพูดที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
“ทุกท่านครับ วันนี้หลายคนอาจจะแปลกใจที่เห็นเจ้าสาวของผมในลุคนี้… เธอไม่ได้สูญเสียความงามไปเลย แต่เธอเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมาต่างหาก วาเลเรียเอาชนะโรคมะเร็งร้าย และนี่คือศีรษะที่ผ่านการเป็นนักรบมาอย่างสมเกียรติ”
แขกในงานเริ่มน้ำตาซึม บางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง เลียมพูดต่อด้วยน้ำเสียงกร้าวแกร่งและจริงจัง
“และผมมีเรื่องสำคัญจะประกาศให้ทราบ… ผมรู้มาว่ามีคนในครอบครัวของเธอตั้งใจขโมยวิกผมของเธอไปในวันนี้ หวังจะให้เธออับอายต่อหน้าทุกท่าน คนที่มีจิตใจสกปรกและอิจฉาริษยาได้แม้กระทั่งคนป่วยที่รอดชีวิต… โคลอี้ ร็อบบินส์”
สายตาทุกคู่ในงานหันไปจับจ้องที่โคลอี้ทันที! หน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนเจ็บ เธอพยายามจะถอยหนี แต่เลียมพูดขึ้นเสียงดัง
“ระบบรักษาความปลอดภัยของผมบันทึกภาพกล้องวงจรปิดตอนที่เธอแอบเข้าขโมยของไว้ได้ทั้งหมด และตอนนี้ ตำรวจกำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อจับกุมเธอในข้อหาลักทรัพย์มูลค่าสูง และผมขอยกเลิกการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมดให้กับครอบครัวร็อบบินส์นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!”
แม่ของฉันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ส่วนโคลอี้กรีดร้องออกมาด้วยความอับอายเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามารวบตัวเธอออกไปจากงานแต่งงาน ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามของสังคมไฮโซทั้ง 500 คน ชีวิตในวงสังคมของเธอจบสิ้นลงทันที
เลียมหันกลับมามองฉัน ยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าและสวมแหวนแต่งงานให้ฉัน
วันนั้น… ฉันไม่ได้เป็นแค่เจ้าสาวของมหาเศรษฐี แต่ฉันคือผู้ชนะ… ผู้หญิงที่ก้าวข้ามผ่านความตาย และสวมมงกุฎแห่งศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครสามารถพรากมันไปจากฉันได้อีกต่อไป!