ตอนที่ 3: ล้างบางชั้นล่างสุด
บ่ายสองโมงตรงเป๊ะ รถเรนจ์โรเวอร์ของฉันเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของ เครสวูด โฮลดิ้งส์
ฉันก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่มั่นคง แว่นกันแดดสีดำสนิทบดบังสายตาคู่ที่กำลังเย็นชาถึงขีดสุด ทันทีที่เดินผ่านประตูหมุนเข้ามาในล็อบบี้ พนักงานต้อนรับและพนักงานรักษาความปลอดภัยต่างพากันก้มหัวทำความเคารพ
แต่ในสายตาของฉัน ตอนนี้ตึกหรูหราสูงระฟ้าแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านที่ถูกปลวกเจาะจนกลวง
ฉันเดินตรงไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์กลางชั้นล่าง ซึ่งมีหัวหน้าพนักงานต้อนรับคนใหม่ที่ชื่อ เบลล่า ยืนอยู่ หล่อนเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของนาตาลี ชู้รักของออดีตสามีฉันนั่นเอง หล่อนได้งานนี้มาทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ เพียงเพราะโดมินิกใช้อำนาจเซ็นอนุมัติรับเข้าทำงาน
เมื่อเบลล่าเห็นฉัน หล่อนไม่ได้แสดงท่าทีเคารพเหมือนพนักงานคนอื่น แต่กลับกอดอก ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ราวกับรู้เรื่องที่ฉันไปหย่ากับโดมินิกมาแล้ว
“อ้าว… คุณออเดรย์” เบลล่าทักเสียงสูง “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ? ถ้าจะมาหาคุณโดมินิก วันนี้ท่านเข้าบ่ายนะคะ แล้วเห็นว่าตารางงานแน่นมาก คงไม่มีเวลาว่างให้เข้าพบซี้ซั้วหรอกค่ะ”
ฉันหยุดเดิน จ้องหน้าหล่อนนิ่งๆ
“ฉันไม่ได้มาหาโดมินิก” ฉันพูดเสียงเรียบ
“อ๋อเหรอคะ? แต่ถ้าจะมาหาประธานใหญ่ (พ่อของฉัน) ท่านก็ติดประชุมยาวค่ะ” เบลล่าพูดพลางแกล้งทำเป็นก้มดูเล็บตัวเอง “อ้อ… แล้วก็เผื่อคุณยังไม่รู้นะคะ ตอนนี้ระเบียบการเข้าตึกเคร่งครัดมาก คนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ต่อให้เคยเป็น… อดีต อะไรก็ตาม ก็ต้องแลกบัตรและรอการอนุมัติจากฝ่ายบริหารก่อนค่ะ”
คำว่า “อดีต” ที่หล่อนเน้นเสียง ชัดเจนว่าหล่อนต้องการจะเหยียบย่ำฉัน
ฉันยิ้มบางๆ แล้วหันไปพยักหน้าให้ หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย ที่เดินตามหลังฉันมาพร้อมกับลูกน้องอีกสี่คน
“หัวหน้าเฟรด” ฉันเรียก
“ครับ คุณออเดรย์” เฟรดขานรับอย่างนอบน้อม
“ตัดสิทธิ์คีย์การ์ดของพนักงานต้อนรับทุกคนบนชั้นนี้ โดยเฉพาะของเบลล่า” ฉันสั่งเสียงดังฟังชัด “และช่วยเชิญเธอออกไปจากตึกนี้ทันที”
เบลล่าหน้าถอดสีทันที หล่อนอ้าปากค้างก่อนจะหวีดร้องออกมา “คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันออก?! คุณโดมินิกเป็นคนเซ็นรับฉันเข้าทำงานนะ! ฉันจะฟ้องคุณโดมินิก!”
“โดมินิกงั้นเหรอ?” ฉันปัดปอยผมไปด้านหลัง “อีกไม่เกินสิบนาที แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่มีสิทธิ์จะเดินผ่านประตูนี้เข้ามาด้วยซ้ำ… อ้อ แล้วกระเป๋าแบรนด์เนมที่วางอยู่ใต้โต๊ะนั่นน่ะ ทิ้งไว้ที่นี่แหละ เพราะมันถูกซื้อด้วยบัตรเครดิตองค์กรของบริษัทฉัน ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นโมฆะไปแล้ว”
“ไม่จริง! แกไม่มีสิทธิ์!” เบลล่าโวยวาย แต่เฟรดและทีมรักษาความปลอดภัยไม่รอช้า พวกเขาเดินเข้าประกบตัวและลากหล่อนออกไปทางประตูหน้าท่ามกลางสายตาของพนักงานนับสิบชิวิต
ฉันมองตามร่างที่ถูกลากออกไป ก่อนจะหันไปสั่งงานเฟรดต่อ
“เฟรด ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ล็อกดาวน์ลิฟต์ทุกตัวที่ขึ้นสู่ชั้นผู้บริหาร ใครก็ตามที่มีรายชื่ออยู่ในแบล็กลิสต์ตระกูลแวนซ์ ห้ามให้ออกจากห้องทำงานจนกว่าฝ่ายบุคคลจะเข้าไปพบ และหลังจากเซ็นใบไล่ออกแล้ว… คุมตัวพวกเขาออกไปทางประตูหลัง ห้ามให้หยิบสิ่งของหรือเอกสารใดๆ ของบริษัทออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว”
“รับทราบครับคุณออเดรย์!”
ฉันหมุนตัวเดินตรงไปที่ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหาร กดปุ่มมุ่งหน้าสู่ชั้นบนสุด… ชั้นที่สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น
ตอนที่ 4: เผชิญหน้าในห้องกระจก
เมื่อประตูลิฟต์ชั้น 40 เปิดออก บรรยากาศภายในชั้นผู้บริหารเงียบสงัดจนน่ากลัว พนักงานฝ่ายบุคคลและทีมกฎหมายของพ่อฉันยืนสแตนด์บายอยู่หน้าห้องประชุมใหญ่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนมีแฟ้มเอกสารหนาปึกอยู่ในมือ
และคนที่ยืนเด่นอยู่หน้าห้องประธานบริหารก็คือ วิคตอเรีย แวนซ์ อดีตแม่สามีของฉันนั่นเอง
วันนี้หล่อนแต่งตัวเต็มยศ สวมเครื่องเพชรระยิบระยับ ราวกับว่าตัวเองเป็นราชินีของตึกนี้ หล่อนกำลังยืนสั่งการพนักงานบัญชีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แต่พอหล่อนหันมาเห็นฉัน เดินนำทัพฝ่ายบุคคลเข้ามา สีหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนเป็นเหยียดหยามทันที
“ออเดรย์? เธอมาทำไมที่นี่?” วิคตอเรียเดินนวยนาดเข้ามาหาฉัน “หย่ากันแล้วก็น่าจะไปให้พ้นๆ หน้าซะนะ นึกว่าจะมีความคิดพอที่จะไม่มาเสนอหน้าให้คนเขาหัวเราะเยาะ”
ฉันไม่ตอบ แต่ส่งสัญญาณให้ทีมกฎหมายยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้หล่อน
วิคตอเรียขมวดคิ้ว หล่อนกระชากซองไปเปิดออกดู ทันทีที่สายตากวาดอ่านข้อความในกระดาษ ใบหน้าที่โบกแป้งหนาเตอะของหล่อนก็เริ่มซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทา
“นี่มันอะไรกัน?! หนังสือแจ้งสิ้นสุดสภาพการจ้างงาน?! สั่งระงับสัญญาที่ปรึกษาของบริษัท แวนซ์ คอนซัลติ้ง?! นี่พวกแกบ้าไปแล้วเหรอ!” วิคตอเรียแผดเสียงลั่น “ฉันเป็นถึงรองประธานฝ่ายจัดซื้อ! และบริษัทของครอบครัวฉันก็เซ็นสัญญาระยะยาวกับเครสวูดไว้แล้ว! พวกแกไม่มีสิทธิ์มาเลิกสัญญาดื้อๆ แบบนี้!”
“เรามีสิทธิ์ทุกประการค่ะ คุณวิคตอเรีย” หัวหน้าทีมกฎหมายก้าวออกมาข้างหน้า “เนื่องจากเราตรวจพบการทุจริตเชิงนโยบาย การรับผลประโยชน์ทับซ้อน และการปลอมแปลงใบแจ้งหนี้จากบริษัท แวนซ์ คอนซัลติ้ง เป็นมูลค่าความเสียหายกว่าแปดสิบล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท ถือเป็นเหตุให้เลิกจ้างและยกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น”
“อีตอแหล! พวกแกปรักปรำฉัน! โดมินิก! โดมินิกอยู่ไหน! โทรเรียกโดมินิกเดี๋ยวนี้!” วิคตอเรียสติหลุด หล่อนหันไปสั่งเลขาฯ แต่ไม่มีใครขยับตัวเลยสักคน ทุกคนยืนนิ่งและมองหล่อนด้วยสายตาสมเพช
“ไม่ต้องเรียกหรอกค่ะ” ฉันพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “เพราะลูกชายสุดที่รักของคุณ… กำลังเดินทางมา และเขาก็กำลังจะเจอชะตากรรมที่ไม่ต่างจากคุณเลย”
ตอนที่ 5: จุดจบของผู้ทะเยอทะยาน
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ส่วนกลางดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของโดมินิกและนาตาลี ทั้งคู่เดินหัวเราะต่อกระซิกเข้ามาในออฟฟิศ โดมินิกยังคงถือกระเป๋าเอกสารด้วยท่าทางมั่นใจ แต่ทันทีที่เขาเห็นภาพความวุ่นวายตรงหน้า—แม่ของเขากำลังยืนโวยวายท่ามกลางวงล้อมของฝ่ายรักษาความปลอดภัย—รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็มลายหายไปทันที
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!” โดมินิกตะโกนพลางรีบเดินเข้ามา “แม่! เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“โดมินิก! ช่วยแม่ด้วย! อีนังออเดรย์มันเอาใบไล่ออกมาให้แม่ มันบอกว่าเราทุจริต!” วิคตอเรียรีบวิ่งไปเกาะแขนลูกชาย
โดมินิกหันขวับมามองฉัน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น “ออเดรย์! เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?! คิดว่าหย่ากับฉันแล้วจะมาพาลใส่ครอบครัวฉันยังไงก็ได้งั้นเหรอ? ฉันบอกเธอแล้วไงว่าบริษัทนี้อยู่ได้เพราะคนของฉัน! ถ้าเธอไล่พวกเราออก ระบบทั้งหมดของเครสวูดจะพังพินาศ!”
“มันไม่พังหรอก โดมินิก”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของฉัน ทุกคนในที่นั้นต่างพากันเงียบกริบและหลีกทางให้
พ่อของฉัน เดินก้าวออกมาจากห้องทำงานใหญ่ ท่านอยู่ในชุดสูทสากลสีเข้ม สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องตรงไปที่โดมินิก
“คุณพ่อ…” โดมินิกเสียงอ่อยลงทันที “คุณพ่อครับ ออเดรย์เธอทำเกินไปแล้วนะครับ เธอเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน…”
“อารมณ์ส่วนตัวงั้นรึ?” พ่อของฉันแค่นยิ้ม โยนแฟ้มเอกสารสีดำหนาปึกลงบนโต๊ะประชุมกลางออฟฟิศ เสียงดัง ปัง! จนนาตาลีที่ยืนอยู่ข้างหลังโดมินิกสะดุ้งสุดตัว
“เปิดดูซะ โดมินิก” พ่อฉันสั่งเสียงเฉียบขาด “นั่นคือหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของคุณในต่างประเทศ ตลอดห้าปีที่คุณแต่งงานกับลูกสาวฉัน คุณยักยอกเงินจากโครงการก่อสร้างไปกี่พันล้าน? คุณคิดว่าฉันแก่จนตามเล่ห์เหลี่ยมต่ำๆ ของครอบครัวคุณไม่ทันงั้นเหรอ?”
โดมินิกมือสั่น เขาเอื้อมมือไปเปิดแฟ้มดู เพียงแค่หน้าแรก ตาของเขาก็เบิกกว้าง หน้าซีดเผือดเหมือนคนเห็นผี ลายมือชื่อ เอกสารการโอนเงิน บิลสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างปลอม… ทุกอย่างถูกรวบรวมไว้หมดแล้ว อย่างละเอียดและไม่มีทางดิ้นหลุด
“คุณพ่อครับ… ผม… ผมอธิบายได้…” โดมินิกเริ่มพูดติดอ่าง เข่าของเขาแทบจะทรุดลงกับพื้น
“ไม่ต้องอธิบายกับฉัน ไปอธิบายกับตำรวจและศาลคดีทุจริตเถอะ” พ่อฉันพูดเสียงเย็นชา “ฉันยอมให้พวกคุณเข้ามาเสวยสุขในบริษัทนี้ ยอมให้พวกคุณโกงกินเงินไปนับร้อยล้าน… เพียงเพราะเหตุผลเดียว คือออเดรย์รักคุณ และฉันไม่อยากให้ลูกสาวฉันต้องเสียใจ แต่วันนี้… ในเมื่อลูกสาวฉันตาสว่างแล้ว หน้ากากโง่ๆ ของพวกคุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องใส่อีกต่อไป”
ฉันก้าวไปข้างหน้า สบตาโดมินิกที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
“จำคำที่พูดเมื่อชั่วโมงก่อนที่หน้าศาลได้ไหม โดมินิก?” ฉันถามพลางยิ้มเยาะ “ที่บอกว่ารากของครอบครัวคุณมันฝังลึกเกินไปจนถอนไม่ได้น่ะ… ฉันจะบอกอะไรให้นะ รากเน่าๆ แบบพวกคุณน่ะ แค่ฉันใช้ปลายเท้าสะกิด… มันก็หลุดออกมาทั้งยวงแล้ว”
“ออเดรย์… ผมขอโทษ… เรากลับมาคุยกันดีๆ ก่อนได้ไหม?” โดมินิกพยายามจะเข้ามาจับมือฉัน แตเฟรดและพนักงานรักษาความปลอดภัยรีบก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที
“หมดเวลาของพวกคุณแล้วค่ะ” ฉันพูดเสียงเฉียบขาด “เชิญพวกแวนซ์และพรรคพวกทุกคน ออกไปจากตึกของฉันได้แล้ว”
บทส่งท้าย: ตะวันตกดิน
เวลาใกล้ห้าโมงเย็น แสงอาทิตย์อุทัยสีส้มแก่กำลังจะลับขอบฟ้ากรุงแมนแฮตตัน
พนักงานกว่า 30 ชีวิตที่ถูกตระกูลแวนซ์ฝากฝังเข้ามาทุจริต ถูกฝ่ายรักษาความปลอดภัยคุมตัวเดินเรียงแถวออกจากประตูหลังของตึกทีละคน ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของพนักงานคนอื่นๆ ที่ทำงานด้วยความสุจริตมาโดยตลอด
ที่หน้าประตูใหญ่ของตึก…
วิคตอเรีย แวนซ์ ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เครื่องเพชรที่เคยดูหรูหราบัดนี้ดูหมองหม่น หล่อนกำลังยืนอ้อนวอนพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าประตูหมุน
“ขอร้องล่ะ… ให้ฉันเข้าไปเถอะ กระเป๋ายาของฉันยังอยู่ข้างบน! เอกสารส่วนตัวของฉันด้วย! ให้ฉันเข้าไปหยิบคืนเดี๋ยวนี้!” หล่อนกรีดร้องพยายามจะดันตัวผ่านแผงกั้น
แต่เฟรดยืนนิ่งเป็นหิน “เสียใจด้วยครับคุณผู้หญิง คุณไม่มีสิทธิ์เข้าตึกนี้อีกต่อไป ส่วนของใช้ส่วนตัว ทางเราจะจัดส่งทางไปรษณีย์ไปที่บ้านของคุณเองครับ”
โดมินิกเดินเข้ามาดึงแขนแม่ของเขาไว้ สภาพของเขาตอนนี้หมดรูปอดีตผู้บริหารหนุ่มไฟแรง เสื้อสูทราคาแพงยับยู่ยี่ สายตาของเขาเหม่อลอยเหมือนคนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ส่วนนาตาลี… หล่อนเดินหนีห่างออกไปโทรศัพท์หาใครบางคนตั้งนานแล้ว และดูเหมือนว่าจะรีบชิ่งหนีไปทันทีที่รู้ว่าโดมินิกไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่อนาคต
ฉันและพ่อนั่งอยู่บนห้องทำงานชั้น 40 มองลงมาผ่านกระจกบานใหญ่ เห็นภาพความล่มสลายของตระกูลแวนซ์ได้อย่างชัดเจน
ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความโล่งใจและความสุขที่แท้จริง
“พร้อมจะเริ่มงานใหม่หรือยัง ออเดรย์?” พ่อหันมาถามพลางยิ้มให้
ฉันหันไปมองพ่อ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและทรงพลัง
“พร้อมตั้งแต่วันที่เซ็นใบหย่าแล้วค่ะพ่อ… จากนี้ไป เครสวูด โฮลดิ้งส์ จะมีไว้สำหรับคนที่คู่ควรเท่านั้น”
แสงแดดสุดท้ายของวันลับขอบฟ้าไปพร้อมกับความพินาศของพวกคนโกง… และมันคือการเริ่มต้นใหม่อย่างสง่างามของฉัน ออเดรย์ เครสวูด ผู้เป็นเจ้าของปราสาทที่แท้จริง