พาร์ท 2 (ตอนจบ): วันแห่งการพิพากษา

ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องบอลรูมจนแทบจะได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ แขกเหรื่อหลายคนเริ่มกระสับกระส่าย สายตาของป้าพิมพ์ที่มองมาเต็มไปด้วยความสะใจและถือดี ราวกับว่าเธอได้เหยียบฉันจมดินสำเร็จแล้ว

ธันวาไม่ได้ฟังคำห้ามของฉันอีกต่อไป ข้อมือแกร่งของเขาขยับยกไมโครโฟนขึ้น แววตาที่เคยอ่อนโยนคู่นั้นกลับกลายเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

“ในเมื่อคุณป้าพิมพ์และน้องเมย์เปิดประเด็นเรื่อง ‘ความเหมาะสม’ และ ‘แผลเป็น’ ของรดาขึ้นมา…” เสียงของธันวาดังผ่านลำโพงก้องกังวาน ทรงพลังจนทำให้หลายคนในห้องถึงกับหลังตรง “ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ทุกคนในห้องนี้ควรจะได้รู้ความจริง”

“ความจริงอะไรของแก?” เมย์เบ้ปาก “จะบอกว่ารักกันที่ใจงั้นเหรอ? น้ำเน่าสิ้นดี!”

ธันวาไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขากดรีโมตคอนโทรลในมือ ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีที่ควรจะฉายภาพพรีเวดดิ้ง กลับเปลี่ยนเป็นภาพเอกสารทางกฎหมาย สัญญากู้เงิน และใบเสร็จรับเงินจำนวนมหาศาลที่มีลายเซ็นของรดา… แต่เป็นลายเซ็นที่ถูกปลอมแปลงอย่างเห็นได้ชัด!

แขกในงานเริ่มกระซิบกระซาบ โดยเฉพาะโต๊ะของกลุ่มนักธุรกิจและพนักงานบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งซ้าย

“นี่คือเอกสารการฉ้อโกงและปลอมแปลงลายเซ็นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา” ธันวากล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ผู้หญิงที่พวกคุณรุมหัวเราะเยาะว่าอัปลักษณ์ คนที่ถูกป้าแท้ๆ ของตัวเองชุบเลี้ยงมาเหมือนคนรับใช้… แท้จริงแล้วเธอคือคนที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวนั้น และเป็นคนที่ถูกโกงเงินไปรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท!”

ป้าพิมพ์หน้าถอดสีทันที เธอพยายามร้องประท้วง “ไม่จริง! แกเอาเอกสารปลอมอะไรมาใส่ร้ายฉัน! รดา… แกให้ผัวแกหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”

“ยังไม่หมดแค่นั้นครับ” ธันวาพูดขัดขึ้น เสียงของเขาเยือกเย็นลงอีก “ทุกคนคงสงสัยว่าแผลเป็นบนใบหน้าของรดาได้มายังไง… เมื่อ 3 ปีก่อน เกิดไฟไหม้ที่คลังสินค้าของบริษัทจัดเลี้ยงของคุณพิมพ์ ทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ และรดาเข้าไปติดอยู่ข้างในเพราะความประมาท…”

ธันวาเปลี่ยนภาพบนจอ เป็นรายงานการสอบสวนภายในของบริษัทประกันภัยระดับประเทศ และคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดมุมตึกที่เคยหายไป

“แต่ความจริงคือ… มีคนตั้งใจวางเพลิงเพื่อโกงเงินประกัน และจงใจล็อคประตูจากด้านนอกเพื่อหวังจะฝังรดาไว้ในกองเพลิง ให้เธอตายไปพร้อมกับความลับเรื่องการยักยอกเงิน!”

คนทั้งห้องส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ เมย์เริ่มตัวสั่นหน้าซีดเผือด ขณะที่ป้าพิมพ์แทบจะยืนไม่อยู่

“แก… แกเป็นใครกันแน่?! แกเป็นแค่คนขายประกันต๊อกต๋อย จะไปมีหลักฐานพวกนี้ได้ยังไง!” ป้าพิมพ์กรีดร้องอย่างเสียสติ

ทันใดนั้น ประตูห้องบอลรูมก็ถูกผลักเปิดออก ชายชุดสูทก้าวเข้ามาสามคน นำโดย “อนันต์” รองประธานกรรมการบริหารของ Vance Group เครือบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุด

แขกเกือบครึ่งห้องจัดเลี้ยง ซึ่งรวมถึงนักธุรกิจใหญ่และคู่ค้ารายสำคัญ ต่างรีบลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นอนันต์ แต่แทนที่อนันต์จะเดินไปหาแขกผู้ใหญ่ เขากลับเดินตรงมาที่เวที โค้งคำนับธันวาอย่างนอบน้อม

“ท่านประธานครับ… เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบและทนายความของส่วนกลางมารออยู่ด้านนอกตามคำสั่งแล้วครับ” อนันต์รายงานเสียงดังฟังชัด

คำว่า “ท่านประธาน” ทำเอาคนทั้งห้องบอลรูมราวกับถูกฟ้าผ่า!

“ท่านประธานงั้นเหรอ…?” เมย์พึมพำอย่างคนโง่งม “พี่ธันวา… คือประธานสูงสุดของ Vance Group?!”

แขกที่เคยหัวเราะเยาะเมื่อครู่ต่างพากันหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดนั่งลงกับเก้าอี้ พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองเพิ่งจะหัวเราะเยาะภรรยาของชายที่กุมชะตาชีวิตและธุรกิจของพวกเขาไว้ในมือ

ธันวาหันไปมองป้าพิมพ์และเมย์ด้วยสายตาเฉียบขาด

“ผมไม่ได้ชื่อธันวาที่เป็นแค่ผู้จัดการประกัน… ผมคือ ธันวา แวนส์ ประธานบริหารสูงสุดของ Vance Group และผู้หญิงที่มีรอยแผลเป็นคนนี้ คือผู้หญิงที่ช่วยชีวิตผมไว้ในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น เธอคือคนที่ยอมฝ่ากองเพลิงเพื่อช่วยคนอื่น จนตัวเองต้องเสียโฉม”

ธันวากุมมือฉันแน่นขึ้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

“รอยแผลเป็นของรดา ไม่ใช่ความอัปลักษณ์… แต่เป็นเหรียญกล้าหาญชิ้นที่งดงามที่สุดในชีวิตของเธอ และสำหรับพวกคุณที่ใช้หน้าตาตัดสินคนอื่น…” ธันวากวาดสายตามองแขกในงาน “หลังจากวันนี้ไป บริษัทในเครือแวนส์ทั้งหมด จะยุติการร่วมทุนและการจ้างงานกับทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ที่ร่วมหัวเราะเยาะภรรยาของผม!”

เสียงกรีดร้องและขอร้องอ้อนวอนดังระงมขึ้นทันที แขกหลายคนพยายามจะเดินเข้ามาคุกเข่าขอโทษ แต่บอดี้การ์ดก็เข้ามาขวางไว้

ป้าพิมพ์และเมย์ทรุดลงกับพื้น ร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามาพร้อมหมายจับข้อหาวางเพลิงพยายามฆ่าและฉ้อโกงทรัพย์สิน

ฉันมองภาพความพินาศของคนที่เคยทำร้ายฉันด้วยความสงบ ก่อนจะหันไปสบตาเจ้าบ่าวของฉัน

“ขอบคุณนะคะ… พี่ธันวา” ฉันกระซิบ

ธันวายิ้ม จูบลงบนรอยแผลเป็นที่ข้างแก้มของฉันอย่างแผ่วเบาและรักใคร่ ต่อหน้าสายตาของคนทั้งงานที่บัดนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเราสองคนอีกต่อไป

“จากนี้ไป… จะไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีกแล้วครับ… เจ้าสาวของผม”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *