ฉากที่ 2: ความจริงที่แตกสลาย
บรรยากาศในฮอลล์จัดงานแต่งงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก สายตาของแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและกล้องของสื่อมวลชนทุกแขนงต่างจับจ้องมาที่เด็กแฝดทั้ง 4 คน
“รินดา… เธอจริงๆ ใช่ไหม? แล้วเด็กๆ พวกนี้…” คิรินก้าวลงมาจากเวทีอย่างลืมตัว ชุดเจ้าบ่าวของเขาดูหมองลงถนัดตาเมื่อเทียบกับสายตาที่สั่นระรัวด้วยความช็อก
“อย่าเข้าไปใกล้ผู้หญิงแพศยาคนนั้นนะคิริน!” เจ้าสัวอนันต์ตวาดลั่น ใบหน้าโกรธจัดจนเส้นเลือดปูดโป่ง “รินดา! แกกล้าดียังไงถึงมาเหยียบที่นี่? ลืมไปแล้วหรือไงว่าแกรับเงิน 120 ล้านดอลลาร์ของฉันแล้วสัญญาว่าจะหายไปตลอดชีวิต?!”
คำสารภาพของเจ้าสัวอนันต์ทำเอาคนทั้งงานอ้าปากค้าง สื่อมวลชนเริ่มรัวชัตเตอร์ไม่หยุด เจ้าสาวของคิรินกรีดร้องด้วยความอับอายและโกรธแค้น
ฉันหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของฉันเต็มไปด้วยความสะใจ
“ฉันไม่ได้ลืมค่ะเจ้าสัว” ฉันสบตาตาแก่อย่างไม่เกรงกลัว “ฉันทำตามสัญญาฉบับนั้นอย่างเคร่งครัดตลอด 5 ปี… ฉันใช้เงิน 120 ล้านดอลลาร์ของท่านไปเรียนต่อ ไปลงทุน และสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่เพิ่งเข้าซื้อหุ้น 51% ในเครือบริษัทของท่านเมื่อเช้านี้!”
ฉันขยับยิ้มมุมปากก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายแทบกระอักเลือด
“ตอนนี้ฉันคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของตระกูลอนันต์… พูดง่ายๆ คือ ฉันเป็นเจ้านายของท่านแล้วค่ะ”
ฉากที่ 3: สายเลือดที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
“ไม่จริง! แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า จะมีปัญญามาฮุบบริษัทฉันได้ยังไง?!” เจ้าสัวอนันต์ก้าวเข้ามาหมายจะกระชากตัวฉัน แต่บอดี้การ์ดในชุดสูทของฉันก้าวมาขวางไว้ทันที
ในตอนนั้นเอง “น้องคิน” ลูกชายคนโตของฉันที่มีใบหน้าและแววตาถอดแบบมาจากคิรินราวกับพิมพ์เดียวกัน ก้าวออกมายืนบังฉันไว้ เด็กชายวัย 4 ขวบกว่าจ้องหน้าเจ้าสัวอนันต์ด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
“อย่ามาแตะต้องหม่ามี้ของพวกเรานะ!” น้องคินประกาศก้อง
คิรินทรุดเข่าลงกับพื้นตรงหน้าเด็กๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม แก้มกลมๆ แววตา และท่าทางแบบนั้น… เขาไม่ต้องตรวจ DNA ก็รู้ว่าเด็กแฝด 4 คนนี้คือสายเลือดของเขา
“รินดา… ทำไมเธอไม่บอกฉัน? ทำไมต้องหนีไปพร้อมกับลูกของเรา?” คิรินถามเสียงสั่นเครือ
“เพราะพ่อของนายขู่จะฆ่าพ่อแม่ของฉันที่ต่างจังหวัดไงล่ะคิริน” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึก “เขายื่นเช็คให้ฉันบีบให้ฉันเลือก ระหว่างความรักกับชีวิตของครอบครัว… นายคิดว่าฉันควรเลือกอะไร?”
คิรินหันไปมองพ่อของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจ “พ่อ… พ่อทำแบบนี้ได้ยังไง?!”
ฉากจบ: จุดจบของจักรวรรดิอันจอมปลอม
งานแต่งงานในฝันของเจ้าสัวอนันต์พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี เจ้าสาวและตระกูลนักการเมืองประกาศยกเลิกงานแต่งทันทีเพราะรับความอัปยศไม่ไหว สื่อมวลชนตีพิมพ์ข่าวฉาวโฉ่เรื่องที่เจ้าสัวใช้อำนาจมืดบีบบังคับคนรักของลูกชาย และเรื่องที่บริษัทโดนฮุบหุ้นจนเกลี้ยงภายในชั่วข้ามคืน
เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา หุ้นของตระกูลอนันต์ดิ่งลงเหว เจ้าสัวอนันต์ถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานบริหารโดยมติของฉัน… ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด
ชายชราผู้เย่อหยิ่งทนรับความพ่ายแพ้ไม่ได้จนล้มป่วยและต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลอย่างไร้คนเหลียวแล เงินทองที่เขาเคยคิดว่าซื้อได้ทุกอย่าง บัดนี้ไม่สามารถซื้อแม้กระทั่งความเคารพจากลูกชายของตัวเองได้
ที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่… ตอนนี้มันกลายเป็นทรัพย์สินของฉันแล้ว
คิรินยืนอยู่ตรงหน้าฉัน เขาไม่ได้เหลืออะไรในฐานะทายาทมหาเศรษฐีอีกต่อไป แต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจที่อยากจะชดเชยเวลาที่สูญเสียไป
“รินดา… ฉันรู้ว่าฉันไม่คู่ควรที่จะขอให้เธอยกโทษให้” คิรินพูดพลางมองไปที่เด็กๆ ทั้ง 4 คนที่กำลังวิ่งเล่นบนสนามหญ้า “แต่ขอให้ฉันได้ทำหน้าที่พ่อ… และขอให้ฉันได้จีบเธอใหม่อีกครั้งได้ไหม?”
ฉันมองผู้ชายที่ฉันเคยรักสุดหัวใจ ห้าปีที่ผ่านมาฉันอยู่ได้ด้วยความแค้น… แต่ตอนนี้ความแค้นนั้นได้รับการสะสางแล้ว
ฉันยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร แต่เป็นยิ้มของผู้หญิงที่อยู่เหนือกว่า
“การเป็นพ่อของเด็กๆ ฉันไม่ห้ามค่ะคิริน…” ฉันตอบพลางหันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์ “แต่ถ้าคิดจะจีบประธานบริหารระดับแสนล้านอย่างฉัน… บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ค่าตัวฉันแพงกว่า 120 ล้านดอลลาร์หลายเท่าค่ะ!”