แผนร้ายพ่ายบารมี: ตอนจบ (อวสานคนโฉด)
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ทันทีที่ฉันวางสาย
ใบหน้าของธนาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาเบิกกว้างขยับมองฉันสลับกับโทรศัพท์ในมือ ส่วนเมย์ที่เคยยืนยิ้มเยาะกลับเริ่มเลิกล่ก เธอขยับเข้าไปเกาะแขนธนาแน่นขึ้น
“เธอ… เธอพูดบ้าอะไรของเธอ ออเดรย์?” ธนาพยายามคั้นเสียงหัวเราะแก้เกี้ยว แต่แววตาของเขากลับสั่นระริก “โรงพยาบาลเซนต์ออเรเลียเนี่ยนะเป็นของคุณตาเธอ? เลิกเพ้อฝันเรียกร้องความสนใจได้แล้ว! โรงพยาบาลระดับท็อปของประเทศขนาดนี้ เจ้าของคือท่านประธานอัครเดช มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยต่างหาก!”
ฉันไม่ตอบอะไร ทำเพียงแค่เดินกลับไปยืนเคียงข้างตู้อบของลูกแฝด นิ้วมือเรียวแตะกระจกเบา ๆ ส่งพลังใจให้สายเลือดทั้งสองที่กำลังสู้ชีวิต
“ธนาคะ… เมย์ว่าเรารีบไปกันเถอะค่ะ ออเดรย์คงเสียสติไปแล้วเพราะพิษไข้” เมย์กระซิบ เสียงสั่นเครือด้วยความระแวง สายตาของเธอเหลือบมองเสื้อคลุมแคชเมียร์ที่เธอขโมยไป ราวกับเพิ่งนึกได้ว่ามันอาจจะนำภัยมาสู่ตัว
“เออ! จะไปไหนก็ไป” ธนาตวัดเสียงใส่ฉัน “เซ็นใบหย่าแล้วก็ถือว่าจบกัน อย่าคิดว่าจะใช้ลูกมาเรียกร้องเงินจากฉันได้อีก!”
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะก้าวขาพ้นประตูห้อง…
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากดังระงมมาจากระเบียงทางเดิน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำเข้มกว่าสิบนาย ซึ่งเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงของโรงพยาบาลรุดเข้ามาปิดล้อมทางออกเอาไว้ทั้งหมด ท่าทางเฉียบขาดและดุดันจนธนาและเมย์ต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
และตรงกลางของผู้ทรงอิทธิพลเหล่านั้น… ชายชราผมสีดอกเลาในชุดสูทภูมิฐาน ผู้นำตระกูลวรโชติเมธี เดินก้าวเข้ามาด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรี
“คุณตา…” ฉันพึมพำ น้ำตาที่กักเก็บไว้ไหลรินออกมาด้วยความโล่งอก
ท่านประธานอัครเดชไม่ได้มองอดีตสามีสารเลวของฉันแม้แต่น้อย ท่านตรงดิ่งเข้ามาหาฉันและเหลนทั้งสองคน สายตาที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและห่วงใยเป็นที่สุด
“ตาอยู่นี่แล้ว ลินากับคินจะต้องปลอดภัย… ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องสายเลือดของวรโชติเมธี!” เสียงก้องกังวานของคุณตาทำเอาธนาถึงกับเข่าอ่อน
“ท่าน… ท่านประธานอัครเดช…” ธนาปากคออื้ออึง สมองของเขาแทบจะหยุดทำงานเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ “ออเดรย์… เธอ… เธอเป็น…”
“ฉันชื่อ ออเดรย์ วรโชติเมธี” ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาด้วยสายตาที่กร้าวแกร่ง “ผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของกองทุนและทรัพย์สินทั้งหมดที่คุณเคยดูถูกยังไงล่ะ ธนา”
ธนาหน้าถอดสี เขารีบปล่อยมือจากเมย์ราวกับต้องของร้อน แล้วถลาเข้ามาหาฉันทันที “ออเดรย์! ผมผิดไปแล้ว! ผมทำไปเพราะความชั่ววูบ เพราะความเครียดเรื่องบริษัทอุปกรณ์การแพทย์ของผม… คุณยกโทษให้ผมนะ เรากลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิมนะออเดรย์! ลูก ๆ ยังต้องการพ่อนะ!”
“หยุดอยู่ตรงนั้น” คุณตาก้าวมายืนบังฉันไว้ บารมีของชายชราทำเอาธนาหยุดกึกอยู่กับที่ “แกกล้าดียังไงมาเสนอหน้าอ้างคำว่าพ่อ? ในเมื่อแกเพิ่งโยนใบหย่าและตัดหางปล่อยวัดลูกแฝดที่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ!”
คุณตาหันไปสั่งการกับหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเสียงเฉียบ “ลากคอพวกมันสองคนออกไปจากโรงพยาบาลของฉัน! และจำใส่หัวเอาไว้… ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ของแก จะถูกระงับสัญญาส่งออกและคู่ค้าทั้งหมดในเครือวรโชติเมธี!”
“ไม่นะท่านประธาน! ออเดรย์ ช่วยผมด้วย!” ธนาร้องลั่นในขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยล็อกตัวแล้วลากออกไปอย่างหมดสภาพ
ส่วนเมย์ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่นั้น ฉันสบตาเธอแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ “ทิ้งเสื้อคลุมตัวนั้นไว้… เพราะผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ ไม่คู่ควรจะแตะต้องแม้แต่เส้นด้ายที่มีชื่อลูก ๆ ของฉัน!”
เจ้าหน้าที่หญิงตรงเข้ามากระชากเสื้อคลุมแคชเมียร์ตัวหนาออกจากร่างของเมย์อย่างไม่ใยดี ทิ้งให้ชู้รักยืนตัวสั่นระริกในชุดคลุมท้องบาง ๆ ก่อนจะถูกหิ้วปีกออกไปจากตึกผู้ป่วย ท่ามกลางสายตาเยาะหยันของเหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
เมื่อความวุ่นวายจบลง ห้อง NICU กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ฉันเดินเข้าไปโอบกอดคุณตา ร้องไห้เอาความทุกข์ระทมตลอดสามปีที่ผ่านมาออกไปจนหมดสิ้น ต่อจากนี้ไปไม่มีอีกแล้ว ออเดรย์ผู้หญิงบ้าน ๆ ที่ยอมทนให้สามีโขกสับ
ฉันหันกลับไปมองลูกแฝดในตู้อบ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าพร้อมกับคำมั่นสัญญาในใจ
‘ลินา คิน… ลูกแม่ ต่อจากนี้ไป ไม่มีใครหน้าไหนจะมารังแกพวกเราได้อีกแล้ว… เพราะแม่และคุณตาทวด จะเนรมิตโลกใบใหม่ที่ดีที่สุดให้พวกหนูเอง’