วันที่คนทั้งตระกูลปิดประตูใส่ “อาขี้คุก” มีเพียงแม่คนเดียวที่กอดเขา… เพื่อรอวันเปิดโปงปีศาจในคราบพ่อ

ความเงียบในห้องนั้นหนักอึ้งจนฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัว กลิ่นอับชื้นและฝุ่นจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนอึดอัด เสียงฝีเท้าของพ่อดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าห้องทำงาน

“เรือง… กูรู้ว่ามึงอยู่ที่นี่” เสียงของพ่อไม่ได้สั่นเครือเหมือนตอนเมาเหล้าที่บ้าน แต่มันนิ่ง เรียบ และแฝงไปด้วยความเยือกเย็นอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน

แสงจากไฟฉายสาดส่องเข้ามาตามร่องประตูที่แง้มอยู่ อาเรืองดันตัวฉันให้หลบไปอยู่หลังตู้เอกสารเก่าใบใหญ่ เขาเอานิ้วแตะปากเป็นสัญญาณให้ฉันเงียบที่สุด

“มึงพาลูกกูมาที่นี่ทำไม?” พ่อพูดพลางก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟฉายกวาดไปทั่วจนกระทั่งส่องไปโดนผนังที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายและหลักฐาน พ่อชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะในลำคอ “หึ… มึงยังเก็บขยะพวกนี้ไว้อีกเหรอวะ”

อาเรืองก้าวออกไปบังแสงไฟฉายนั้นไว้ “เดชไม่ใช่ลูกมึง… มึงฆ่าพี่เขยกู มึงฮุบทุกอย่างของพี่สาวกู แล้วมึงยังกล้าเรียกตัวเองว่าพ่ออีกเหรอ!”

“แล้วไง?” พ่อลดไฟฉายลง แสงไฟสะท้อนให้เห็นปืนพกสีดำสนิทในมือของเขา “ถ้าตอนนั้นมึงไม่ยอมรับผิดแทนกู พี่สาวมึงกับไอ้เด็กนี่ก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่สบายจนถึงปัญญาโตมาปีกกล้าขาแข็งแบบนี้หรอก”

คำพูดนั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของฉัน น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว… พ่อที่ฉันรู้จักมาตลอดชีวิต คนที่ฉันยอมดรอปเรียนเพื่อหาเงินมาจุนเจือ แท้จริงแล้วคือปีศาจที่ทำลายครอบครัวที่แท้จริงของฉัน

“มึงปล่อยสองคนนั้นไปเถอะ” อาเรืองพูดเสียงอ้อนวอน “บ้านมึงก็กำลังจะโดนยึด ทุกอย่างที่มึงโกงมามันกำลังจะพังหมดแล้ว มึงหนีไปซะ แล้วปล่อยให้เดชกับพี่สาวกูได้ใช้ชีวิตเถอะ”

“หนีงั้นเหรอ? กูไม่หนีไปไหนทั้งนั้นแหละ” พ่อขึ้นลำปืน เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊ก “ถ้ากูจะล่มจม พวกมึงก็ต้องล่มจมไปพร้อมกับกู ความลับนี้มันควรจะตายไปพร้อมกับมึงในคุกตั้งนานแล้ว… เรือง”

พ่อเล็งปืนไปที่อาเรือง วินาทีนั้นความกลัวของฉันหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความโกรธแค้น ฉันเหลือบไปเห็นท่อนเหล็กที่อาเรืองใช้พังแม่กุญแจวางอยู่บนพื้นข้างตู้เอกสาร ฉันคว้ามันไว้แน่นด้วยมือที่สั่นเทา

ปัง!

เสียงปืนแผดสนั่นโรงงานร้าง อาเรืองทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงฉานเริ่มไหลซึมออกมาจากหัวไหล่

“อาเรือง!” ฉันตะโกนลั่น ละทิ้งความกลัวทั้งหมดแล้วพุ่งตัวออกจากหลังตู้เอกสาร พร้อมกับหวดท่อนเหล็กในมือเข้าที่ข้อมือของพ่ออย่างสุดแรงเกิด!

แกร๊ก! โอ๊ย! พ่อร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ปืนพกกระเด็นหลุดมือไปในความมืด พ่อหันมามองฉันด้วยแววตาโกรธแค้นราวกับสัตว์ป่า เขาพุ่งเข้ามาบีบคอฉันจนหลังของฉันกระแทกเข้ากับผนังอย่างจัง ฉันพยายามดิ้นรน แต่แรงของเด็กอายุสิบแปดหรือจะสู้แรงของชายผู้ใหญ่ที่กำลังจนตรอก

“ไอ้ลูกเนรคุณ! กูเลี้ยงมึงมานะ!” พ่อตะคอกใส่หน้าฉัน ลมหายใจคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าผสมกลิ่นคาวเลือดสติของฉันเริ่มเลือนลาง แสงไฟฉายบนพื้นส่องให้เห็นภาพถ่ายตอนที่ฉันยังเป็นทารกบนผนัง… ภาพของแม่ที่กำลังร้องไห้คอยท่าอยู่ที่บ้าน

อั่ก!

จู่ๆ แรงบีบที่คอก็คลายออก พ่อเบิกตากว้างก่อนจะล้มคว่ำลงไปข้างหน้า ที่ด้านหลังของเขา อาเรืองที่บาดเจ็บแผลที่ไหล่กำลังถือท่อนเหล็กอันเดิมไว้ในมือ ร่างของอาสั่นสะท้านก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พ่อที่นอนหมดสติอยู่

เราสองคนหอบหายใจในความมืด เสียงหวอของรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล…

“อา… อาแจ้งตำรวจไว้เหรอครับ?” ฉันถามพลางไอโขลกๆ และเข้าไปพยุงอาเรือง

อาเรืองยิ้มออกมาบางๆ ทั้งน้ำตา “ไม่ใช่แก… แม่ของแกต่างหากที่เป็นคนแจ้ง แม่แกเขารู้… รู้มาตลอดว่าวันนี้ต้องมาถึง”

หนึ่งเดือนต่อมา…

เรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผยต่อกระบวนการยุติธรรม พ่อถูกดำเนินคดีข้อหาฆาตกรรมปู่ของฉันเมื่อหลายปีก่อน ข้อหาฉ้อโกง และพยายามฆ่า หลักฐานทั้งหมดในซองเอกสารสีน้ำตาลและบันทึกในห้องทำงานร้างนั้นแน่นหนาพอที่จะส่งเขาเข้าคุกไปตลอดชีวิต ส่วนอู่ซ่อมรถและสินทรัพย์ที่ถูกโกงไปถูกสั่งอายัดเพื่อคืนให้แก่แม่ของฉันในฐานะทายาทที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เราไม่ได้บ้านที่สมุทรปราการคืน แต่นั่นไม่ได้สำคัญอีกต่อไปแล้ว

ปัจจุบัน ฉันกลับเข้าเรียนต่อจนจบ ม.ปลาย และกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย นามสกุลในบัตรประชาชนของฉันถูกเปลี่ยนเป็น “เรืองวาร์กัส” นามสกุลที่แท้จริงของแม่และอา

ในเย็นวันหนึ่ง ที่บ้านเช่าหลังเล็กแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ฉันนั่งมองแม่ที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว โดยมีอาเรืองนั่งช่วยเด็ดผักอยู่ข้างๆ แผลที่ไหล่ของอาหายดีแล้ว และแววตาที่เคยสิ้นหวังของเขาในวันแรกที่เดินออกจากคุก… บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขอย่างแท้จริง

อาเรืองหันมามองฉันแล้วยิ้มให้

“ขอบคุณนะเดช… ที่เชื่ออัศว”

ฉันไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ยิ้มตอบ และเดินเข้าไปสวมกอดชายผู้ที่เป็นทั้งอา และวีรบุรุษตัวจริงของครอบครัวเรา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *