น้ำตาที่ฉันพยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมา แต่มันไม่ใช่กระแสน้ำตาของความเสียใจ มันคือความโกรธแค้นและรังเกียจที่พุ่งขึ้นมาจนจุกอก
ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่เกาะฉันกิน แต่เขายังกล้าดีขโมยบัตรเครดิตเสริมที่ฉันเปิดไว้ให้ใช้ในยามฉุกเฉิน ไปรูดซื้อแหวนหมั้นราคาเกือบเจ็ดแสนบาทให้ชู้รัก ในขณะที่พ่อแท้ๆ ของตัวเองกำลังนอนรอความตายและรอเงินจากฉัน!
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกจากหน้าอย่างลวกๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
อันดับแรก: ฉันโทรหาธนาคารเพื่ออายัดบัตรเครดิตและบัญชีร่วมทั้งหมดทันที พร้อมขอสเตทเมนต์ย้อนหลังชิ้นนี้ส่งตรงเข้าอีเมล
อันดับสอง: ฉันกดส่งรูปใบเสร็จแหวนหมั้นนั้นไปให้คาร์โล พร้อมข้อความสั้นๆ:
“ฉันเซ็นใบหย่าให้แล้ว และกระเป๋าเสื้อผ้าของนายวางอยู่หน้าห้องนิติบุคคลอพาร์ตเมนต์ ส่วนเรื่องแหวนหมั้น… เจอกันที่ศาล ฉันจะฟ้องทั้งนายและชู้รักให้หมดตัว”
ไม่ถึงห้านาที โทรศัพท์ของฉันก็แทบระเบิด คาร์โลโทรกลับมาไม่หยุด แต่ฉันไม่รับสาย เขาจึงรัวข้อความมาแทน จากหน้ามือเป็นหลังมือ จากท่าทีอวดดีในตอนแรก กลายเป็นความตื่นตระหนกและบ้าคลั่ง
“ลิซ่า! เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ! พ่อโทรมาหาฉัน ร้องไห้จนหัวใจจะวายแล้ว! ทำไมเธอไม่จ่ายค่าผ่าตัด?! เธอมันผู้หญิงใจดำอำมหิต! แล้วเรื่องแหวนนั่นมันแค่อารมณ์ชั่ววูบ ฉันโดนยัยซาบรีน่าหลอกหลอน! เธอต้องกลับมาช่วยพ่อก่อน!”
ฉันอ่าน แต่ไม่ตอบ
ฉันลากกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ของเขาลงไปทิ้งไว้ที่ห้องนิติบุคคลตามที่พูด จากนั้นฉันก็โทรเรียกช่างมาเปลี่ยนแม่กุญแจและระบบดิจิตอลดอร์ล็อกของคอนโดทั้งหมด คอนโดห้องนี้ฉันเป็นคนดาวน์และผ่อนเอง ชื่อในโฉนดเป็นของฉันคนเดียว เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาอีก
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ฉันก็นั่งลงที่โซฟา ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม
ในที่สุด… เรื่องราวบ้าๆ นี้ก็จบลงซะที
สามเดือนต่อมา
ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ฉันมีเวลาส่องกระจก ทาครีมบำรุง และแต่งตัวสวยๆ ออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง เงิน 3.2 ล้านบาทที่ยังอยู่ครบในบัญชี ถูกนำไปลงทุนต่อยอดและให้รางวัลชีวิตตัวเองด้วยการทริปท่องเที่ยวที่ฉันเคยได้แต่ฝันถึงในช่วงห้าปีที่ผ่านมา
ส่วนคาร์โลและครอบครัวของเขา… ได้รับบทเรียนอย่างสาสม
เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าผ่าตัด คาร์โลต้องบากหน้าไปกู้เงินนอกระบบและหยิบยืมญาติพี่น้องจนเป็นหนี้สินรุงรังเพื่อยื้อชีวิตพ่อของเขา ลุงเรณูรอดชีวิตมาได้ แต่ต้องกลับไปนอนรักษาตัวที่บ้านต่างจังหวัดด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงเหมือนเก่า และต้องคอยตื่นตระหนกกับเจ้าหนี้ที่ตามทวงเงินทุกวัน
และที่ตลกร้ายที่สุด… ยัยซาบรีน่า “นางฟ้าผู้สูงศักดิ์” ของเขา ทันทีที่รู้ว่าคาร์โลไม่ได้ร่ำรวยอย่างที่คิด แถมยังมีหนี้สินท่วมหัวและกำลังจะโดนฉันฟ้องข้อหาเป็นชู้ หล่อนก็หอบแหวนเพชรวงนั้นหนีหายเข้ากลีบเมฆไปทันที ทิ้งให้คาร์โลเผชิญหน้ากับหมายศาลและกองหนี้เพียงลำพัง
วันนัดหย่าที่สำนักงานเขต คาร์โลเดินเข้ามาหาฉันด้วยสภาพที่ดูไม่ได้เลย เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าซูบตอบ และมีรอยคล้ำใต้ตาหนาเตอะ ยิ่งกว่าที่ฉันเคยมีเสียอีก เขาทรุดเข่าลงตรงหน้าฉันต่อหน้าธารกำนัล
“ลิซ่า… ฉันขอโทษ ฉันมันตากบอด มองข้ามเพชรแท้ไปคว้ากรวดจำแลง… ให้โอกาสฉันเถอะนะ กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิมเถอะ” น้ำตาของเขาไหลพรากอย่างน่าสมเพช
ฉันมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสมเพชและรังเกียจ
ฉันสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง ก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อลงในใบหย่าฉบับสมบูรณ์
“คาร์โล นายเคยบอกว่าฉันเหมือนคนใช้ใช่ไหม?” ฉันเหยียดยิ้มบางๆ “แต่วันนี้ คนใช้อย่างฉันลาออกแล้ว… และขอแสดงความยินดีด้วยนะ จากนี้ไป นายจะได้ลิ้มรสชีวิตที่ไม่มีฉันคอยรองมือรองเท้าดูบ้าง ว่ามันจะสง่างามเหมือนผู้หญิงของนายไหม”
ฉันหันหลังเดินออกมาจากสำนักงานเขต โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองเสียงร้องไห้คร่ำครวญข้างหลังอีกเลย
แสงแดดในวันนั้นช่างสว่างสดใส และฉันรู้ดีว่า… นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของฉันจะเป็นของฉันอย่างแท้จริง