คืนนั้นฝนกำลังตก ตอนที่ฉันหมดสติไป

เสียงกระซิบจากความมืด

ในคืนที่ฝนตกกระหน่ำ… คือคืนเดียวกับที่ฉันหมดสติไป

ความทรงจำสุดท้ายของฉันคือเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงระหว่างฉันกับมาร์โกผู้เป็นสามี ตอนที่ฉันกำลังเดินลงบันได ก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว… ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่สมอง… หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดดับลง

ทว่าถึงแม้ดวงตาจะปิดสนิท และร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่ฉันกลับได้ยินทุกอย่าง

“อาการของเธอวิกฤตมากครับ” คุณหมอกล่าว “พวกเราไม่รู้เลยว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายของฉัน

ฉันรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในร่างของตัวเอง ฉันอยากจะกรีดร้อง อยากจะขยับตัว อยากจะพูด… แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

วันเวลาผ่านไปหลายวัน

ฉันได้ยินเสียงคลารา น้องสาวของฉันร้องไห้อยู่ข้างๆ

“พี่คะ… ต้องสู้หนา…”

แต่เสียงที่ฉันได้ยินบ่อยที่สุดกลับเป็นน้ำเสียงอันเย็นชาของสามีฉันเอง

“ถ้าหล่อนไม่ฟื้นขึ้นมา บริษัทก็ตกเป็นของพวกเราอยู่ดี”

บริษัท… ธุรกิจที่ฉันหยาดเหงื่อแรงกายสร้างมันขึ้นมา ตั้งแต่ก่อนที่จะได้รู้จักกับเขาเสียด้วยซ้ำ

เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าเขารักฉัน แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย

คืนหนึ่ง ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา ตามมาด้วยเสียงสะอื้นอันคุ้นเคยของเลียม ลูกชายวัยเจ็ดขวบของฉันเอง

“แม่ครับ…” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะกุมมือฉันไว้ “แม่ครับ อย่าเพิ่งลืมตานะ…”

คำพูดนั้นเหมือนกรีดลึกลงไปในใจของฉัน

“แม่ครับ…” เขาร้องไห้ “ผมได้ยินคุณพ่อกับคุณน้าวาเนสซ่าคุยกัน…”

วาเนสซ่า… น้องสาวแท้ๆ ของมาร์โก

“แม่ครับ… พวกเขากำลังรอให้แม่จากไป เพื่อที่พวกเขาจะได้ฮุบทุกอย่าง…”

ตัวฉันเย็นเฉียบราวกับถูกจับแช่ในน้ำแข็ง

“คุณพ่อบอกว่าถ้าแม่ไม่อยู่แล้ว บ้านหลังนี้จะเป็นของพวกเขา… รวมถึงตัวผมด้วย…”

ฉันกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในความคิดของตัวเอง

ไม่มีวัน. ฉันจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!

“แม่ครับ…” เลียมสะอื้น “ผมกลัว…”

และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ฉันตกอยู่ในอาการโคม่า… ฉันรู้สึกว่านิ้วมือของตัวเองขยับได้

เลียมสะดุดลมหายใจ

“ม… แม่ครับ?”

ฉันพยายามอีกครั้ง ขยับอีกเพียงเล็กน้อย แต่มันก็เพียงพอแล้ว

“แม่ครับ! คุณพยาบาลครับ! แม่ขยับตัวแล้ว!”

ผู้คนต่างรีบวิ่งเข้ามาในห้อง ความวุ่นวายเกิดขึ้นรอบตัว และหลังจากต่อสู้กับความมืดมิดอยู่ไม่กี่นาที ฉันก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

มันช่างสว่างจ้า… และเจ็บปวด… แต่ฉันยังมีชีวิตอยู่

คนแรกที่ฉันเห็นคือลูกชายที่กำลังร้องไห้พร้อมกับโอบกอดฉันไว้

“แม่ครับ…”

ฉันเค้นเสียงพูดออกไปอย่างแผ่วเบา

“แม่… ได้ยิน… ลูกแล้วนะ…”

มาร์โกที่เพิ่งเดินมาถึงประตูหน้าซีดเผือด และวาเนสซ่าก็ยิ่งหน้าซีดหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว

พวกเขานึกว่าเกมจบลงแล้ว แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า…

มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก

สองสัปดาห์ต่อมา ฉันได้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ฉันแกล้งทำเป็นยังอ่อนแอและคอยสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ

และในขณะที่พวกเขาลอบคิดไปเองว่าฉันไม่รู้อะไรเลย ฉันก็ค่อยๆ รวบรวมหลักฐานทีละชิ้น

ทั้งเอกสารที่ถูกยักยอก ลายเซ็นปลอม และที่สำคัญที่สุด…

ความสัมพันธ์ชู้สาวของพวกเขา

พวกเขาไม่ได้หวังแค่เงิน แต่พวกเขาสวมเขาให้ฉันมานานแล้ว

คืนหนึ่ง ฉันนัดทุกคนมาทานอาหารค่ำร่วมกันในครอบครัว มาร์โกอยู่ตรงนั้น วาเนสซ่าอยู่ตรงนั้น รวมถึงพวกทนายความและบอร์ดบริหารของบริษัทด้วย

มาร์โกส่งยิ้มให้ขณะรินไวน์

“ดีจังเลยนะที่ที่คุหายดีแล้ว น้ำผึ้งของผม”

ฉันยิ้มตอบ

“ใช่ค่ะ… โชคดีจริงๆ ที่ฉันฟื้นขึ้นมา”

หลังจากนั้น ฉันก็กดรีโมตคอนโทรล

ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ ภาพที่เขาโอบกอดกับวาเนสซ่า บทสนทนาที่พวกเขาวางแผนเรื่องมรดก และคลิปเสียงที่สำคัญที่สุด—คืนที่พวกเขากล่าวว่ากำลังรอให้ฉันตาย

ทุกคนในห้องหน้าซีดลงทันตาเห็น

“ม… มายา…” มาร์โกพูดตะกุกตะกัก

ฉันลุกขึ้นยืน

“คิดว่าฉันไม่ได้ยินสิ่งที่พวกแกพูดตอนที่ฉันโคม่าอยู่รึไง?”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

“ทุกแผนการของพวกแก… ทุกการทรยศหักหลัง… ฉันได้ยินมันทั้งหมด!”

วาเนสซ่าปล่อยโฮออกมา ส่วนมาร์โกคุกเข่าลงกับพื้น

“ได้โปรด… ยกโทษให้ผมด้วย…”

ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชา

“ตอนที่ฉันนอนอยู่บนเตียงอย่างหมดทางสู้… แกเคยคิดที่จะปรานีฉันบ้างไหม?”

เขาไม่มีคำตอบใดๆ

ฉันจูงมือเลียมขึ้นมา

“และตอนนี้” ฉันพูดพลางจ้องหน้าพวกเขา “พวกแกสองคนจะไม่ได้เงินจากฉันเลยแม้แต่บาทเดียว”

หลังจากนั้น ฉันก็ตัดขาดจากมาร์โกอย่างสิ้นเชิง เขาถูกจำคุกในข้อหาพยายามฉ้อโกงและสมรู้ร่วมคิดภายในบริษัท ส่วนวาเนสซ่าก็หายสาบสูญไปจากชีวิตของพวกเรา

และทุกๆ คืน ตอนที่เลียมเข้ามากอดฉันก่อนนอน เขามักจะพูดเสมอว่า—

“แม่ครับ ดีจังเลยที่แม่ฟื้นขึ้นมา”

ฉันยิ้มและลูบหัวเขาแผ่วเบา

เขาคงไม่รู้หรอกว่า… เขาคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *