ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
หลังจากส่งมายาและลูกชายเข้าห้องฉุกเฉิน แพทย์แจ้งว่ามายามีอาการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัดเนื่องจากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกสุขลักษณะและขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ส่วนเลียมมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ (Hypothermia) หากผมมาถึงช้ากว่านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั้งคู่อาจไม่รอดชีวิต
คำพูดของหมอทำให้ความใจเย็นที่เหลืออยู่ของผมแตกสลาย กลายเป็นความเด็ดขาดที่ไม่มีวันถอยหลังกลับ
ผมใช้นิ้วเลื่อนดูคลิปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดในแอปพลิเคชันอย่างละเอียด… และสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้ผมจุกจนพูดไม่ออก
กล้องบันทึกภาพล่วงหน้าก่อนคืนวันสิ้นปี 2 วัน: แม่ น้องสาว (โคลอี้) และสามีของเธอ (มาร์ก) กำลังช่วยกันขนของออกจากอพาร์ตเมนต์อย่างสนุกสนาน พวกเขาไม่ได้แค่หยิบเงินสด 14,000 ดอลลาร์ที่ผมโอนมาให้เป็นค่าอาหารและการดูแลมายาไปเท่านั้น…
แต่พวกเขายังขนกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมของมายา เสื้อผ้าแบรนด์หรู กระป๋องนมผงนำเข้าของเลียม ข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อน แม้กระทั่งวัตถุดิบอาหารสดชั้นดี สเต๊ก ปลาแซลมอน และชุดของขวัญที่ผมซื้อทิ้งไว้ให้มายาลงใส่ท้ายรถ
ในคลิป มีช่วงหนึ่งที่มายาพยายามเดินเกาะผนังออกมาอ้อนวอน ขอร้องให้แม่เหลืออาหารสดและนมผงของลูกไว้บ้าง แต่สิ่งที่แม่ทำคือการผลักมายาจนล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรง แล้วย่อตัวลงมาพูดใส่หน้าเธอว่า: “แกมันก็แค่ตัวสูบเงินลูกชายฉัน! อยู่เงียบๆ แล้วกินบะหมี่ซองไปซะ เดวิดหาเงินมาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่เอามาประเคนให้หญิงร่านอย่างแก!”
หลังจากขนของเสร็จ พวกเขาก็ล็อคประตูจากข้างนอก ยึดคีย์การ์ดสำรอง ปล่อยให้มายาและทารกแรกเกิดถูกขังอยู่ในห้องที่ไม่มีฮีตเตอร์และไม่มีอาหาร
เวลาประมาณ 01:30 น. ของวันปีใหม่ ณ รีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาวในเซาท์บีช ไมอามี
แม่ โคลอี้ มาร์ก และครอบครัวของฝั่งสามีน้องสาว กำลังนั่งดื่มแชมเปญราคาสูงลิบลิ่วฉลองปีใหม่ริมสระน้ำอย่างมีความสุข พวกเขาสั่งอาหารจานหรูมาเต็มโต๊ะ โดยชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเสริมที่ผูกกับบัญชีของผม
แต่แล้ว จู่ๆ บัตรเครดิตใบแรกก็ถูกปฏิเสธ (Declined)… พนักงานเดินมาแจ้งว่าบัตรถูกระงับ มาร์กจึงยื่นบัตรใบที่สองของโคลอี้ให้ แต่ก็ถูกปฏิเสธอีกเช่นกัน ในขณะที่พวกเขากำลังโวยวายใส่พนักงานบริการว่าระบบมีปัญหา เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นที่หน้าล็อบบี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 3 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนก้าวเข้ามาในบริเวณสระน้ำ “คุณเอเลน และ คุณโคลอี้ ใช่ไหมครับ?” นายตำรวจหัวหน้าชุดถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
แม่ผมปั้นหน้ายิ้ม พลางตอบว่า “ใช่ค่ะ มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่าคะตำรวจ? พอดีบัตรเครดิตของลูกชายฉันมีปัญหานิดหน่อย…”
“ไม่มีอะไรเข้าใจผิดครับ” ตำรวจตอบชัดถ้อยชัดคำ “เราได้รับแจ้งความร้องเรียนคดีลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และเจตนาทอดทิ้งบุคคลผู้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จนได้รับอันตรายสาหัส (Child neglect & Vulnerable adult abuse) จากคุณเดวิด สามีและลูกชายของผู้เสียหาย”
แม่กับน้องสาวหน้าซีดเผือด “เดวิดเหรอ?! ไม่จริง! เดวิดอยู่เยอรมนี!”
“คุณเดวิดอยู่ในนิวยอร์กครับ และเขาได้ส่งหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ ใบเสร็จการโอนเงิน ใบเสร็จรายการของที่ถูกขโมย รวมถึงรายงานการชันสูตรบาดแผลและอาการติดเชื้อจากแพทย์ รวบรวมให้ทางเราเรียบร้อยแล้ว”
ตำรวจไม่รอช้า เข้าควบคุมตัวทันที สายรัดกุญแจมือล็อกเข้าที่ข้อมือของแม่ น้องสาว และมาร์ก ต่อหน้าต่อตาครอบครัวฝั่งสามีของโคลอี้และแขกในโรงแรมหลายสิบคน
สามวันต่อมา ผมนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล มายาอาการดีขึ้นมาก ส่วนเลียมปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิด
โทรศัพท์ของผมดังไม่หยุด เสียงข้อความและสายโทรเข้าจากแม่และน้องสาวที่ถูกประกันตัวออกมาด้วยเงินกู้ยืม ฝากข้อความเสียงไว้เป็นสิบๆ ข้อความ:
“เดวิด! แกทำแบบนี้กับแม่แท้ๆ ได้ยังไง?! แม่แค่พาโคลอี้มาพักผ่อน! ยายมายามันตอแหล แกกำลังโดนมันหลอกนะ!”
ผมกดอัดเสียงตัวเองแล้วส่งกลับไปสั้นๆ เพียงประโยคเดียว:
“ผมเห็นทุกอย่างจากกล้องวงจรปิดแล้วครับแม่… เห็นตอนที่แม่ผลักภรรยาผมล้ม เห็นตอนที่แม่ขโมยนมของลูกผม และเห็นตอนที่พวกแม่ทิ้งให้คนป่วยกับทารกนอนหนาวตายในห้อง”
“เงิน 14,000 ดอลลาร์นั้น รวมถึงของทุกชิ้นที่พวกคุณขโมยไป ผมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่มีการยอมความ ไม่มีการถอนแจ้งความ และนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป… ผมไม่มีแม่และน้องสาวอีกต่อไป”
ผมกดบล็อกเบอร์โทรศัพท์และโซเชียลมีเดียของทุกคนในครอบครัวเดิมอย่างถาวร
ผ่านไปหกเดือน… ผลจากคดีความทำให้แม่และน้องสาวต้องรับโทษจำคุกและถูกสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด มาร์กถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากคดีความเสื่อมเสียศีลธรรมธรรมอย่างร้ายแรง
ส่วนผม… ผมขายอพาร์ตเมนต์ที่พาร์กสโลปทิ้ง แล้วย้ายพามายาและเลียมไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังใหม่ริมชายฝั่งที่สงบสุข ในที่สุด ผมก็ได้เป็นทั้งสามีและพ่อที่ได้ดูแลปกป้องครอบครัวที่แท้จริงของผมอย่างเต็มภาคภูมิ โดยไม่มีใครมาทำร้ายพวกเขาได้อีกต่อไป