ท่านประธานไล่เมียท้องแก่เข้าเพนท์เฮ้าส์ชู้ หารู้ไม่… เมียคือเจ้าหญิงหมื่นล้าน ตระกูลมาเฟียสั่งถล่มยับ!

ตอนที่ 4: วันที่พญามารต้องกราบแทบเท้า

วันต่อมา… ณ เพนท์เฮ้าส์หรูของธาดา

เขากับศรินทร์ชู้รักกำลังนั่งฉลองจิบไวน์อย่างมีความสุขบนโซฟาตัวยาว แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อประตูห้องพักราคาหลักร้อยล้านถูกพังเข้ามาอย่างแรง! เสียงโครมดังสนั่นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำร่างยักษ์นับสิบคน เข้ามาเคลียร์พื้นที่และยืนล้อมห้องเอาไว้

“พวกแกเป็นใคร?! บุกรุกเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง! รปภ. หายไปไหนหมด!” ธาดาตะโกนลั่นด้วยความโกรธพลางเอาตัวบังศรินทร์ที่ร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ

ท่ามกลางชายชุดดำเหล่านั้น ร่างสูงสง่าสองร่างในชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสนก้าวเข้ามา “พี่ลีโอ” และ “พี่ไรอัน” สายตาของทั้งคู่เย็นเฉียบราวกับมัจจุราช และคนที่ก้าวตามหลังมา… คือฉัน “เบลล่า” ในชุดคลุมท้องผ้าไหมเนื้อดี แววตาที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายในคืนฝนตก บัดนี้กลับนิ่งสนิทและเปี่ยมไปด้วยทรงพลัง

“เบลล่า?! นี่เธอ…” ธาดาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “เธอไปพาพวกกุ๊ยพวกนี้มาจากไหน? อยากลองดีกับนักธุรกิจระดับฉันใช่ไหม!”

เพล้ง!

พี่ไรอันคว้าขวดไวน์ราคาแพงบนโต๊ะฟาดลงกับพื้นจนแตกกระจาย เสียงเฉียบขาดของพี่ลีโอดังขึ้น “กุ๊ยงั้นเหรอ? ไอ้กรวดในตมอย่างแก กล้าดียังไงมาเรียก ‘ตระกูลวรโชติเมธี’ ว่ากุ๊ย!”

คำว่า วรโชติเมธี ทำเอาธาดาหน้าถอดสี ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เจ้าของอาณาจักรการเงินและคมนาคมที่ทรงอิทธิพลที่สุด… ที่แม้แต่รัฐบาลยังต้องเกรงใจ

“บะ…เบลล่า… เธอเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลนี้?” ธาดาเสียงสั่น

“จำที่พี่ชายฉันเคยเตือนได้ไหมธาดา? ว่าคุณมันก็แค่ปลิงที่หวังรวยทางลัด” ฉันก้าวไปข้างหน้า สบตาเขาอย่างไม่ลดละ “ฉันคืออดีตลูกสาวคนเล็กที่หนีออกจากบ้านมาเพราะความรักบังตา แต่วันนี้… ฉันกลับบ้านของฉันแล้ว และตระกูลของฉันพร้อมจะลบชื่อคุณออกไปจากวงการ!”

ตอนที่ 5: พังพินาศใน 24 ชั่วโมง

“คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรฉันได้เหรอ?!” ธาดายังคงปากดี “บริษัทอัครเดชโภคินของฉันมีมูลค่าเป็นพันๆ ล้าน ไม่มีทางล้มง่ายๆ หรอก!”

“งั้นลองดูนี่หน่อยเป็นไง” ฉันหยิบไอแพดขึ้นมาแล้วกดเปิดไฟล์เอกสารสีขาว

“บัญชีลับที่เกาะเคย์แมน… เอกสารการเลี่ยงภาษีโครงการคอนโดหรู 3 โครงการล่าสุด… และคลิปเสียงการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อผ่าน EIA… ทั้งหมดนี้ถูกส่งตรงถึงกรมสรรพากรและดีเอสไอ (DSI) เรียบร้อยแล้วเมื่อ 10 นาทีที่ผ่านมา”

ธาดาตาเหลือก ลนลานหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดู และในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังระงมไม่หยุด สายโทรศัพท์จากบอร์ดบริหาร จากธนาคาร และจากสำนักงานใหญ่โทรเข้ามาพร้อมๆ กัน

“ท่านประธานครับ! หุ้นของบริษัทเราดิ่งเหวติดฟลอร์ (Floor) แล้วครับ! ธนาคารทุกแห่งสั่งระงับวงเงินกู้ทันที!” “ท่านประธาน! ตำรวจและเจ้าหน้าที่สรรพากรกำลังบุกเข้ามาที่ตึกสำนักงานใหญ่ครับ!”

ขาทั้งสองข้างของธาดาหมดแรง เขาทรุดฮวบลงบนพื้นหินอ่อนทันที ส่วนศรินทร์ชู้รักเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมแอบย่องหนีออกไปทางประตูหลัง แต่ถูกชายชุดดำล็อกตัวไว้ทันควัน

“เบลล่า… เบลล่าจ๋า…” ธาดาคลานเข่าเข้ามากราบแทบเท้าของฉัน น้ำตาไหลพราก “คุณผูกพันกับผมมา 5 ปีนะ… เห็นแก่ลูกในท้องเถอะนะเบลล่า ช่วยผมด้วย อย่าทำลายผมเลย!”

ฉันมองต่ำลงไปที่ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งฉันเคยรักสุดหัวใจ แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงความสมเพช “ในคืนที่ฝนตกหนัก คุณเคยเห็นแก่ลูกในท้องไหม? คุณไล่ฉันเหมือนหมูเหมือนหมา ตัดเงิน ตัดประกัน หวังจะส่งฉันเข้าโรงพยาบาลบ้า… วันนี้สิ่งที่มึงได้รับ มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ!”

พี่ไรอันก้าวเข้ามาเตะมือของธาดาให้ออกห่างจากเท้าของฉัน “อย่าเอาศพสกปรกของแกมาแตะต้องน้องสาวฉัน… ลากตัวมันออกไป!”

บทสรุป: แสงสว่างหลังมรสุม

หลังจากวันนั้น อาณาจักร “อัครเดชโภคิน” ล้มละลายและถูกฟ้องยึดทรัพย์จนหมดสิ้น ธาดาถูกศาลตัดสินจำคุกหลายสิบปีจากข้อหาฉ้อโกงและเลี่ยงภาษี ส่วนศรินทร์ก็ต้องโทษในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด ทั้งคู่ไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่เสื้อผ้าหรูๆ ที่เคยใส่

1 เดือนต่อมา… เสียงร้องไห้จ้าของทารกเพศชายดังลั่นห้องคลอด VIP ของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศ ฉันโอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมอก โดยมีพี่ลีโอและพี่ไรอันยืนยิ้มอยู่ข้างเตียงด้วยความเอ็นดูหลานชาย

“ต่อจากนี้ไป ลูกของแม่จะมีชีวิตที่ดีที่สุด และไม่มีใครหน้าไหนจะมารังแกเราได้อีกแล้ว” ฉันกระซิบข้างหูของลูกชายพลางน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน

มรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไปแล้ว บัดนี้… ฉันไม่ใช่ “เบลล่า” เมียแต่งหน้าโง่ที่ยอมคนอีกต่อไป แต่ฉันคือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสตรอง และเป็นเจ้าหญิงของตระกูลมหาเศรษฐีที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างสง่างาม!

[ จบบริบูรณ์ ]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *