ความโหดร้ายกลางโถง VIP
เมื่อได้ยินฉันทวงสิทธิ์ความเป็นเมียหลวงและเรื่องลูกในท้อง นดาแทนที่จะสำนึก เธอกลับกรีดร้องออกมาด้วยความขัดใจ
“ลูกงั้นเหรอ? ก็แค่เด็กที่เกิดจากผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ! คิดจะใช้ลูกมาเกาะภัทรไปตลอดชีวิตล่ะสิ!” นดาตวาดลั่น ก่อนจะถลาเข้ามาผลักไหล่ฉันอย่างแรงจนฉันเซไปชนกับผนังโรงพยาบาล
“หยุดนะนดา! อย่าทำอะไรบ้าๆ” ภัทรพยายามห้าม แต่เขากลับเลือกที่จะดึงนดาไปหลบข้างหลัง แทนที่จะเข้ามาประคองฉันที่กำลังอุ้มท้องแก่
“ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะคะภัทร! ในเมื่อมันกล้ามาแหกปากใส่หน้าฉัน!” นดาตาโตด้วยความโกรธจัด เธอสะบัดตัวหลุดจากภัทร แล้วก้าวเข้ามาข้างหน้าพร้อมกับยกเท้าขึ้น ถีบเข้าที่หน้าท้องโต 7 เดือนของฉันอย่างเต็มแรง!
“โอ๊ย!!!” ฉันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างของฉันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือทั้งสองข้างกุมท้องตัวเองไว้แน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนแทบจะขาดใจ
“นดา! เธอทำเกินไปแล้วนะ!” ภัทรตกใจจนหน้าถอดสีเมื่อเห็นฉันนอนกุมท้องร้องไห้ด้วยความทรมาน แต่เขาก็ยังคงยืนทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้ามาช่วยฉันเพราะกลัวว่าเรื่องจะบานปลายจนกระทบกับชื่อเสียงบริษัท
“สมน้ำหน้า! อยากปากดีนักใช่ไหม” นดายืนกอดอกสะใจ มองฉันที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นราวกับฉันเป็นสิ่งของไร้ค่า
ชายผู้ทรงอิทธิพลปรากฏตัว
ในขณะที่ฉันกำลังจะหมดสติเพราะความเจ็บปวด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงตวาดกร้าวที่ดังก้องไปทั่วทั้งโถง VIP จนทุกคนในบริเวณนั้นต้องสะดุ้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้!! พวกแกทำอะไรหลานสาวฉัน?!”
ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวภูมิฐาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเฉียบคมและทรงอำนาจ เดินตรงเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำอีก 4 คน ชายคนนั้นคือ “นายแพทย์อนันต์ วัฒนเวช” ผู้อำนวยการและเจ้าของโรงพยาบาลวัฒนเวช—โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ!
ภัทรที่ยืนตัวสั่นรีบปรับสีหน้าแล้วยกมือไหว้ทันที เพราะเขา รู้ดีว่าหมออนันต์คือนักลงทุนรายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในวงการธุรกิจ
“คุณหมออนันต์… สวัสดีครับ คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด—”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ?!” หมออนันต์ไม่ฟังคำแก้ตัว เขารีบทรุดตัวลงมาประคองฉันด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใย “ริน! รินลูก! ได้ยินลุงไหม?! …พวกแกยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบไปเอาเตียงรถเข็นมาด่วน!! หลานสาวฉันกำลังจะคลอด!”
คำว่า “หลานสาว” หลุดออกมาจากปากของมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ทำให้ภัทรและนดาถึงกับเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ใบหน้าของภัทรซีดเผือดราวกับคนตายในทันที
“ข… เขาบอกว่าอะไรนะ? หลานสาวงั้นเหรอ?” นดาพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความซ่าเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง
ความจริงที่น่ากลัว
หมออนันต์หันกลับมาจ้องหน้าภัทรและนดาด้วยสายตาที่พร้อมจะขยี้ทั้งคู่ให้แหลกคามือ
“ภัทร… แกคิดว่าหลานสาวคนเดียวของตระกูล ‘วัฒนเวช’ ตระกูลที่กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศนี้ จะเป็นแค่เด็กกำพร้าตัวคนเดียวจริงๆ งั้นเหรอ?!” เสียงของหมออนันต์เย็นเยียบจนน่าขนลุก “ที่รินยอมปิดบังฐานะ ยอมทิ้งชีวิตคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไปตกระกำลำบากกับแก เพราะยัยหนูอยากได้รักแท้… แต่แกกลับตอบแทนความรักของหลานฉันด้วยการพาอีผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้มาทำร้ายเธอถึงในถิ่นของฉัน!”
ภัทรเข่าอ่อนจนแทบจะทรุดลงกับพื้น สมองของเขาขาวโพลนไปหมด… เมียที่เขาคิดว่าเป็นแค่คนจนๆ ไร้ค่า แท้จริงแล้วคือทายาทเพียงคนเดียวของอัครมหาเศรษฐีที่สามารถสั่งยุบบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเขาได้ภายในวันเดียว!
“คุณลุงครับ… ผมไม่ทราบจริงๆ ผมขอโทษ! ผมถูกผู้หญิงคนนี้ปั่นหัว!” ภัทรรีบโยนความผิดให้นดาทันที พร้อมกับคลานเข้ามาหมายจะจับขาหมออนันต์
“อย่ามาเรียกฉันว่าลุง! และลองแตะต้องหลานสาวฉันอีกทีสิ… ฉันจะทำให้ตระกูลของแกไม่เหลือแม้แต่ที่ดินจะซุกหัวนอน!” หมออนันต์ตวาดลั่น บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนรีบเข้ามาล็อกตัวภัทรและนดาเหวี่ยงออกไปอย่างไม่ใยดี
บทสรุปและความสะใจ
ร่างของฉันถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน โชคดีที่แพทย์ช่วยชีวิตฉันและลูกชายเอาไว้ได้ทันเวลา ทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นมาและเห็นหน้าลูก สิ่งแรกที่ฉันทำคือเซ็นใบหย่าที่ลุงอนันต์เตรียมไว้ให้
หลังจากวันนั้น ชีวิตของภัทรและนดาก็ดิ่งลงเหวราวกับฝันร้าย:
-
บริษัทของภัทร ถูกตระกูลวัฒนเวชถอนทุนทั้งหมดและโดนฟ้องล้มละลายภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ เขาไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่บ้านที่เคยอยู่ก็ถูกยึด
-
นดา ถูกแฉพฤติกรรมฉาวจนถูกปลดจากทุกงานในวงการบันเทิง และถูกแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัส มีโทษจำคุกรออยู่
ภัทรพยายามมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาที่หน้าโรงพยาบาลทุกวัน แต่บอดี้การ์ดก็ลากเขาออกไปเหมือนหมูเหมือนหมา… สายเกินไปแล้วสำหรับผู้ชายตาบอดที่ทิ้งเพชรเม็ดงามเพื่อไปคว้ากรวดไร้ค่า!