สามีขับรถพาฉันไปพร้อมกับเงิน 43 ดอลลาร์

“คุณผู้หญิงครับ นี่ไม่ใช่แค่เงินธรรมดาๆ นะครับ” คุณดาลตันกระซิบกระซาบพลางขยับเมาส์ด้วยมือที่สั่นเทา “บัญชีนี้ไม่ใช่บัญชีออมทรัพย์ทั่วไป แต่มันคือ กองทุนมรดกผู้ก่อตั้ง (Founders’ Trust)”

ฉันจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจความหมาย

“คุณพ่อของคุณ คุณโจเซฟ วอร์ด ไม่ใช่แค่ช่างซ่อมเครื่องยนต์ธรรมดาๆ อย่างที่คุณเข้าใจหรอกครับ ท่านเป็นหุ้นส่วนลม (Silent Partner) และเป็นเจ้าของสิทธิ์ในที่ดินแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นที่ดินผืนที่ตั้งของเคลียร์วอเตอร์เบย์ทั้งหมดในตอนนี้… รวมไปถึงบริษัท แลงฟอร์ด ดีเวลลอปเมนท์ (Langford Developments) ของสามีคุณด้วย”

หัวใจของฉันหล่นวูบ ที่ดินที่ตั้งของคฤหาสน์แสนสวยที่ฉันเติบโตมา ตึกรามบ้านช่องที่มาร์คัสภาคภูมิใจนักหนา… ทั้งหมดนั้นเป็นของพ่อฉัน และในเมื่อท่านจากไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจึงตกเป็นของฉัน

“มันมีเงื่อนไขในสัญญาครับคุณวอร์ด” คุณดาลตันกล่าวต่อ “ค่าเช่าที่ดินทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีนี้โดยอัตโนมัติในทุกๆ เดือนตลอด 17 ปีที่ผ่านมา และเพราะคุณไม่เคยแตะต้องมันเลย เงินมันจึงงอกเงยขึ้นพร้อมกับดอกเบี้ย แต่มันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น…”

เขาส่งเอกสารที่สแกนมาจากตู้นิรภัยให้ฉันดู มันคือ “เงื่อนไขการขับไล่ (Eviction Clause)”

การแก้แค้นอันแสนหวาน

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา…

มาร์คัสและซาบรินากำลังเฉลิมฉลองกันอยู่ในคฤหาสน์ ทั้งคู่ถือแก้วแชมเปญและกำลังวางแผนจะเปลี่ยนห้องวาดรูปเก่าของฉันให้กลายเป็นห้องเก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่ (Walk-in closet) ทันใดนั้น ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะเตือน

ฉันเดินเข้าไปด้วยชุดสูทสีดำสุดหรู พร้อมกับทนายความสามคนและเจ้าหน้าที่นายอำเภออีกสองนาย

“เอเลนา? เธอมาทำอะไรที่นี่?” มาร์คัสตะโกนขึ้นพร้อมกับหัวเราะเยาะ “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าเธอไม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้อีกต่อไป ใครก็ได้เรียกตำรวจที!”

“ไม่ต้องลำบากเรียกตำรวจหรอก มาร์คัส” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพลางวางเอกสารลงบนโต๊ะ “พวกเรามาที่นี่เพื่อยื่น หมายขับไล่โดยมีผลทันที

ซาบรินาหัวเราะร่า “เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? บ้านหลังนี้เป็นของมาร์คัสยะ”

“บ้านน่ะเป็นของมาร์คัส” ฉันเน้นเสียงหนักแน่น “แต่ที่ดินเป็นของฉัน! และตามสัญญาที่พ่อของนายเซ็นไว้กับพ่อของฉันเมื่อ 30 ปีก่อน หากมีการผิดนัดชำระค่าเช่าที่ดิน ซึ่งนายไม่ได้จ่ายเลยตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเพราะคิดว่ามันใช้ฟรี… มันเปิดโอกาสให้ฉันมีสิทธิ์ยึดสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่อยู่บนที่ดินผืนนี้ได้ทันที”

การล่มสลายของจักรวรรดิ

มาร์คัสหน้าซีดเผือดทันทีที่เห็นลายเซ็นของพ่อแท้ๆ ของตัวเองและชื่อของพ่อฉัน ในวินาทีนั้น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลได้กลายเป็นคนไม่มีแม้แต่หลังคาจะซุกหัวนอน

“พวกคุณมีเวลา 30 นาทีในการเก็บข้าวของส่วนตัว” นายอำเภอกล่าว “สิ่งของทุกอย่างที่ซื้อด้วยเงินของบริษัท แลงฟอร์ด ดีเวลลอปเมนท์ จะต้องอยู่ที่นี่ เพราะตอนนี้บริษัทอยู่ภายใต้การพิทักษ์ทรัพย์โดยคุณวอร์ดแล้ว”

ฉันยืนมองพวกเขาเดินออกไปจากประตูรั้ว ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาพร้อมกับกระเป๋าไม่กี่ใบ มาร์คัสหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนึกเสียใจ เขาพยายามจะเดินเข้ามาหา “เอเลนา… ที่รัก เรามาคุยกันดีๆ ก่อน…”

ฉันไม่ปล่อยให้เขาพูดจบ ฉันชูการ์ด ATM ใบเก่าของพ่อให้เขาดู

“พ่อของฉันบอกว่า ให้เก็บสิ่งนี้ไว้สำหรับวันไหนที่ฉันไม่เหลืออะไรเลย” ฉันพูดพลางยิ้ม “ตอนนี้ นายต่างหากล่ะที่ไม่เหลืออะไรเลย… แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันมีเงิน $43 นี้อยู่ในกระเป๋า ฉันยกให้นายไว้เป็นค่าห้องโมเต็ลสำหรับคืนแรกแล้วกัน”

ฉันปิดประตูคฤหาสน์ลง ในที่สุด หลังจากผ่านไป 12 ปี ฉันก็ได้สัมผัสกับอิสรภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะเงินหลายล้านดอลลาร์เหล่านั้น แต่เป็นเพราะความรักของผู้เป็นพ่อ… ที่ต่อให้ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว ก็ยังคงปกป้องลูกสาวของท่านเสมอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *