ดนตรีบรรเลงในงานแต่งเงียบกริบลงทันทีที่สิ้นเสียงของฉัน
ความเงียบครอบคลุมทั่วทั้งฮอลล์จัดเลี้ยง แขกเหรื่อกว่าสามร้อยคนต่างหันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
บนเวที สีหน้าของโจวซีเปลี่ยนเป็นซีดเผือด เขาตระหนักได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงรีบก้าวลงจากเวทีและพุ่งตรงมาหาฉันอย่างรวดเร็ว
“เจี้ยนเว่ย! คุณบ้าไปแล้วเหรอ?! นี่มันงานแต่งงานของเรานะ!” เขาพยายามกดเสียงต่ำและเอื้อมมือมาแย่งไมโครโฟนจากฉัน
แต่ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าว เปิดโอกาสให้การ์ดของโรงแรมที่ซูตังเตรียมไว้ล่วงหน้าเข้ามาขวางเขาไว้
“ปล่อยนะ! นั่นเจ้าสาวผม!” โจวซีตะโกนลอยหน้าลอยตา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
แม่ของโจวซีและโจวหยวนรีบวิ่งเข้ามาจากด้านข้าง ใบหน้าของแม่โจวซีถอดสี ตาตั้งด้วยความตกใจ “เจี้ยนเว่ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! หนูจะทำลายหน้าตาของพวกเราทุกคนหรือไง?!”
ฉันไม่สนใจเสียงกรีดร้องเหล่านั้น กดยืนยันหน้าจอโทรศัพท์ในมือที่เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเสียงหลักของงาน
เสียงซ่าของสัญญาณดังขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ เสียงบันทึกการคอนเวอเซชัน ชัดเจนระดับ HD จะดังกระหึ่มไปทั่วฮอลล์ผ่านลำโพงทุกตัว
[เสียงของโจวซี]: “เจี้ยนเว่ย มีเรื่องนี้อยากให้คุณช่วยหน่อย… ถอนชื่อคุณออกจากโฉนดบ้านที่เป็นเรือนหอของเรา… โจวหยวนน้องชายผมจะกู้เงินไปซื้อหน้าร้าน…”
[เสียงของฉัน]: “เงินดาวน์บ้านหลังนี้ ฉันจ่ายไป 900,000 หยวนนะ”
[เสียงของโจวซี]: “ผมรู้ มันก็แค่ทำตามขั้นตอนน่ะ ไม่ได้จะยึดเงินคุณจริงๆ เสียหน่อย”
[เสียงของแม่โจวซี]: “เจี้ยนเว่ยฟังแม่นะ… หนูเซ็นชื่อแค่นี้ สิบนาทีก็เสร็จเรื่องแล้ว พอเงินกู้มันอนุมัติเรียบร้อย จะใส่ชื่อหนูกลับเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้…”
[เสียงของโจวหยวน]: “พี่สะใภ้… พี่กับพี่ชายผมก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว พูดกันตามตรง เงินมันก็แค่ย้ายจากมือซ้ายไปมือขวาเท่านั้นแหละ”
เสียงกระซิบกระซาบของแขกเหรื่อดังขึ้นระงมทั่วทั้งห้องทันที!
“ฟ้าผ่ากลางงาน! หลอกให้ฝ่ายหญิงจ่ายเงินดาวน์ตั้งเก้าแสนแล้วมาบีบถอนชื่อสิบนาทีก่อนงานเริ่มเนี่ยนะ?!” “บ้าไปแล้ว ครอบครัวนี้มันเห็นเขาเป็นบ่อเงินบ่อทองหรือไง!” “หน้าด้านจริงๆ เงินเกือบสิบล้าน (บาท) ไม่ใช่บาทสองบาทนะ นั่นมันบีบยึดบ้านชัดๆ!”
แม่โจวซีหน้าดำหน้าแดง กรีดร้องเสียงหลอน “ปิดมัน! ปิดเครื่องเสียงเดี๋ยวนี้!” แต่ทีมเทคนิคของโรงแรมซึ่งได้รับการประสานงานจากซูตังกลับยืนนิ่ง ไม่ยอมปิดตามคำสั่งเธอ
คลิปเสียงเล่นต่อไปจนถึงท่อนที่ฉันคุยกับแม่ของฉันเองที่ hành lang
[เสียงของฉัน]: “ค่าตกแต่งบ้านหลังนั้น 370,000 หยวน หนูเป็นคนจ่าย เครื่องใช้ไฟฟ้ากับเฟอร์นิเจอร์ 120,000 หยวน หนูจ่าย ค่างวดสุดท้ายของงานแต่งวันนี้ 86,000 หยวน ก็เงินโอนจากบัญชีหนู แล้วตอนนี้ พวกเขาจะให้หนูถอนชื่อตัวเองออกจากบ้าน…”
เมื่อประโยคนี้สิ้นสุดลง เสียงฮือฮาของแขกเหรื่อยิ่งดังสนั่นขึ้นไปอีก
ญาติฝั่งเจ้าสาวต่างลุกขึ้นยืนด้วยความแค้นเคือง แม่ของฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความอับอายและสำนึกผิดที่ตอนแรกพยายามบอกให้ฉันอดทน
ฉันถือไมโครโฟน เดินเข้าไปหาโจวซีที่ถูกกักตัวอยู่กลางทางเดิน
“โจวซี คุณบอกว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่คุณกลับใช้เงินของฉันจ่ายค่างานแต่ง ค่าตกแต่ง และเงินดาวน์บ้าน แล้วบีบให้ฉันยกเลิกสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมด ก่อนพิธีเริ่มแค่สิบนาที…”
ฉันหยุดเดิน มองหน้าเขาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดในชีวิต
“คุณไม่ได้อยากแต่งงานกับฉันหรอก คุณแค่อยากได้สูบเงินของฉันไปประเคนให้น้องชายและครอบครัวของคุณต่างหาก”
โจวซีหน้าเสียอย่างหนัก พยายามจะแก้ตัว “เจี้ยนเว่ย ฟังผมก่อน มันไม่ใช่แบบนั้น…”
“พอกันที” ฉันปลดดอกไม้ติดอกและมงกุฎเจ้าสาวออก ถอดวงแหวนหมั้นวางลงบนถาดของบริเวรใกล้ๆ
“งานแต่งวันนี้ ขอยกเลิก ค่ะ”
ฉันหันไปหาแขกเหรื่อทุกคน ย้อมตัวโค้งเคารพอย่างสุภาพ
“ต้องขออภัยแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ทำให้เสียเวลาและต้องมารับรู้เรื่องน่าอับอายเช่นนี้ อาหารและเครื่องดื่มในวันนี้ ทุกท่านสามารถรับประทานได้ตามสบาย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ในงานนี้… ฉันเป็นคนจ่ายทั้งหมดค่ะ“
สิ้นคำพูดของฉัน เสียงปรบมือและเสียงให้กำลังใจก็ดังขึ้นจากแขกฝั่งฉันและผู้คนที่เห็นใจ
โจวซีและครอบครัวของเขายืนสั่นเทิ้มอยู่กลางงาน ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามและเสียงนินทาจากคนสามร้อยคน แม่โจวซีถึงกับลมจับจนโจวหยวนต้องรีบเข้าไปพยุงด้วยสีหน้าอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ฉันหมุนตัว เดินออกจากฮอลล์จัดเลี้ยงโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย
หลังจากวันงาน เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่การยกเลิกงานแต่ง
-
การฟ้องร้องและคดีความ: ฉันดำเนินการยื่นฟ้องหย่าทันทีเนื่องจากเพิ่งจดทะเบียนสมรสไปได้ไม่นาน พร้อมทั้งยื่นหลักฐานสลิปการโอนเงิน สัญญาซื้อขาย และคลิปเสียงบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อฟ้องร้องขอแบ่งทรัพย์สินและเรียกคืนเงินทั้งหมด
-
เงินดาวน์และค่าตกแต่ง: ศาลตัดสินให้บ้านหลังดังกล่าวต้องขายทอดตลาด หรือไม่ก็ให้ฝั่งโจวซีชำระเงินคืนให้ฉันทั้งหมด 1,476,000 หยวน (เงินดาวน์ + ค่าตกแต่ง + ค่าเฟอร์นิเจอร์ + ค่างานแต่ง) เนื่องจากฉันมีหลักฐานการโอนเงินที่ชัดเจนทั้งหมด
-
วิกฤตของครอบครัวโจว: โจวซีไม่มีเงินก้อนมาคืนฉัน บ้านเรือนหอจึงถูกบังคับคดีขายทอดตลาด โจวหยวนน้องชายของเขาไม่เพียงแต่ไม่ได้เงินกู้ไปซื้อหน้าร้าน แต่ครอบครัวพวกเขายังต้องแบกรับหนี้สินและกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ในสังคมจนไม่มีใครกล้าคบหา
-
ชีวิตใหม่: ฉันได้รับเงินคืนครบทุกบาททุกสตางค์ พร้อมกับบทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับความรักและครอบครัว
ในวันที่ฉันได้รับเงินโอนคืนงวดสุดท้าย ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ถอดถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกโปร่งสบาย…
สิบนาทีในวันนั้น อาจดูเหมือนวิกฤตที่ทำลายงานแต่งงานของฉัน แต่แท้จริงแล้ว มันคือสิบนาทีที่ช่วยชีวิตฉันไปตลอดกาล