[ตอนต่อจากในคอมเมนต์]
ทันทีที่ฉันได้ยินเสียงของพ่อ น้ำตาที่กั้นไว้ก็ไหลออกมา แต่ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ… มันคือความแค้น
“คุณพ่อคะ…” ฉันพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ช่วยส่งคนมารับหนูกับลูคัสที่โรงพยาบาลทีค่ะ แอนตันกับแม่ของเขา… ทิ้งพวกเราไว้ที่นี่”
ปลายสายเงียบไปอึดใจเดียว ก่อนที่น้ำเสียงของพ่อจะเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก “พ่อจะส่งขบวนรถที่เร็วที่สุดไปรับลูกเดี๋ยวนี้ คลารา… รถ SUV คันนั้น บ้านหลังนั้น และงานของมัน พ่อจะยึดคืนทั้งหมดภายในวันนี้!”
จุดเริ่มต้นของวันพิพากษา
เพียง 15 นาที รถลีมูซีนหรูพร้อมบอดี้การ์ดและพยาบาลพิเศษก็มาถึง พวกเขาประคองฉันและลูกขึ้นรถอย่างทะนุถนอม ราวกับฉันเป็นเจ้าหญิง ขณะที่ฉันเอนหลังบนเบาะหนังแท้ ฉันกดส่งข้อความสั้นๆ หาผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทพ่อ:
“ยกเลิกสัญญาจ้าง แอนตัน ซานโตส ทันที และอายัดบัญชีเงินเดือนของเขาทั้งหมด”
จากนั้น ฉันโทรหาทนายความส่วนตัวของตระกูลเพื่อสั่งการขั้นเด็ดขาด:
“เตรียมเอกสารฟ้องหย่า และคำสั่งศาลขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงคำสั่งขับไล่ผู้บุกรุกออกจากบ้านของฉัน”
คืนรังงูเห่า
เมื่อแอนตันและคุณนายมาร์ตากลับถึงบ้าน พวกเขาคิดว่าจะได้นอนพักผ่อนอย่างสบายใจในคฤหาสน์หรู แต่สิ่งที่พวกเขากลับต้องเจอก็คือ… กระเป๋าเสื้อผ้าของพวกเขาทั้งคู่ ถูกโยนกองไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
แอนตันพยายามจะเปิดประตูบ้าน แต่รหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปแล้ว แถมบอดี้การ์ดในชุดสูทดำสี่คนยังยืนขวางทางไว้
“พวกแกเป็นใคร?! กล้าดียังไงมาล็อกประตูบ้านฉัน?!” แอนตันตะโกนลั่นอย่างโกรธจัด
ในตอนนั้นเอง รถลีมูซีนสีดำคันหรูก็แล่นเข้ามาจอด ฉันก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพ่อและทีมทนายความ แผลผ่าตัดของฉันยังมีอาการเจ็บอยู่บ้าง แต่ความสะใจที่มีมันบดบังความเจ็บปวดไปจนหมดสิ้น
“คลารา! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!” แอนตันชี้หน้าฉัน “แล้วแกไปเอารถหรูพวกนี้มาจากไหน?!”
ฉันยิ้มเย็นชาและตอบกลับไป:
“บ้านหลังนี้ รถ SUV คันนั้น หรือแม้แต่บริษัทที่นายทำงานอยู่… ทั้งหมดมันไม่เคยเป็นของนาย แอนตัน แต่มันเป็นของฉัน… ของตระกูลที่นายเพิ่งเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน”
จุดจบของคนเนรคุณ
ทนายความก้าวขึ้นมาพร้อมยื่นเอกสารปึกใหญ่ใส่หน้าแอนตัน
“นี่คือจดหมายไล่ออกจากงาน และคำสั่งศาลให้คุณย้ายออกจากพื้นที่นี้ทันที ส่วนรถ SUV คันนั้น ทางเราได้ส่งคนไปยึดกุญแจสำรองและขับกลับมาแล้ว”
คุณนายมาร์ตาที่เคยหน้าเชิดคอแข็ง ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเมื่อรู้ความจริงว่าลูกสะใภ้ที่เธอเคยกดขี่ แท้จริงแล้วคือทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ
“คลารา… แม่ขอโทษ! แม่แค่ล้อเล่นเฉยๆ แอนตัน ลูกรีบขอร้องคลาราสิ!” ยายแก่มารยาสาไถยเริ่มบีบน้ำตาอย่างน่าสมเพช
แอนตันคลานเข้ามาคุกเข่าแทบเท้าของฉัน พยายามจะจับมือฉันไว้ “คลารา… ผมผิดไปแล้ว! ผมทำเพื่อครอบครัวเรานะ ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ!”
ฉันสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“เงินห้าร้อยที่คุณยัดใส่มือฉันเพื่อไล่ฉันไปขึ้นรถเมล์ตอนเพิ่งผ่าคลอด… ฉันคืนให้ และจำใส่หัวไว้ซะ แอนตัน… นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณกับแม่ของคุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกชายของฉันอีก และเตรียมตัวไปนอนข้างถนนได้เลย!”
ฉันหันหลังเดินกลับเข้าบ้านอย่างสง่าผ่าเผย ปล่อยให้สองแม่ลูกทรุดร้องไห้โฮอยู่ท่ามกลางความอับอายและสายตาของเพื่อนบ้าน… เกมนี้นายเลือกที่จะเริ่มมันเอง แอนตัน แต่นี่คือจุดจบที่ฉันเป็นคนขีดเขียน!