ห้องลับหลังร้าน
ผมเหยียบคันเร่งรถคู่ใจตรงดิ่งไปยังร้าน เดอะ เวลเวต โอค หัวใจเต้นรัวราวกับเสียงกลองศึก สมองพยายามคิดหาความเชื่อมโยงระหว่าง วิกตอเรีย ภรรยาผู้เพียบพร้อม และ เซียนน่า ลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง พวกเธอมีความลับอะไรซ่อนอยู่หลังแผ่นหลังของผม?
เมื่อไปถึง มาร์คัสรอฉันอยู่แล้ว ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาพาผมเดินเลี่ยงสายตาพนักงานเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ลึกที่สุด ล็อคประตูอย่างหนาแน่น ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ
“คุณแวนซ์… ผมเสียใจจริงๆ ที่ต้องให้คุณมาเห็นสิ่งนี้” มาร์คัสเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะกดเล่นไฟล์วิดีโอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
มันเป็นภาพเหตุการณ์ในห้องพักรับรอง VIP ของเจ้าสาว ช่วงเวลาราวๆ 1 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่มขึ้น
ในจอภาพ เซียนน่านั่งอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ เธอดูกระสับกระส่ายและกำลังร้องไห้ ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออก คนที่เดินเข้ามาคือ วิกตอเรีย วิกตอเรียในจอนั้นไม่ได้มีรอยยิ้มที่อ่อนโยนเหมือนทุกที ใบหน้าของเธอเรียบเฉย เย็นชา และดูทรงอำนาจจนน่ากลัว
วิกตอเรียเดินเข้าไปหาเซียนน่า ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนตักของเจ้าสาว เซียนน่าเปิดมันออกดูแล้วปล่อยโฮออกมาทันที เธอก้มกราบแทบเท้าวิกตอเรีย ร้องขอความเมตตา เสียงจากกล้องวงจรปิดแม้จะไม่ชัดเจน แต่ประโยคที่วิกตอเรียพูดนั้น ดังก้องเข้ามาในโสตประสาทของผมอย่างชัดเจน
“จำใส่หัวของเธอไว้ เซียนน่า… เด็กในท้องของเธอไม่ใช่ลูกของเกวิน และฉันรู้เรื่องนี้ดีทั้งหมด ถ้าเธออยากให้แม่ของเธอได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายของแวนซ์ต่อไป และถ้าเธอไม่อยากไปนอนในคุกเรื่องยักยอกเงินการกุศล… หน้าที่ของเธอคือแต่งงานกับลูกชายของฉัน ทำตัวเป็นเมียที่ดี และที่สำคัญที่สุด…”
วิกตอเรียเชิดคางเซียนน่าขึ้นมา สายตาจิกลึก “เมื่อชาร์ลส์โอนบ้านพักริมทะเลสาบให้พวกเธอในงาน… เธอต้องเซ็นยกมันให้ฉันทันทีหลังจากนั้น บ้านหลังนั้นต้องเป็นของฉันคนเดียว”
ผมเบิกตากว้าง ร่างกายชาหนึบจนแทบไม่รู้สึกขยับเขยื้อน เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเกวิน? วิกตอเรียรู้เรื่องนี้? และเธอกำลังใช้มันแบล็กเมล์เซียนน่าเพื่อฮุบสมบัติของผม!
แต่คำถามคือ… ทำไมต้องเป็นบ้านพักริมทะเลสาบหลังนั้น?
แผนซ้อนแผน
ผมพยายามตั้งสติในฐานะนักธุรกิจที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน บ้านพักริมทะเลสาบหลังนั้นเป็นมรดกเก่าแก่ที่ผมซื้อไว้เมื่อสามสิบปีก่อน และผมเพิ่งจะเซ็นอนุมัติให้มีการสำรวจที่ดินเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที โทรหาหัวหน้าทีมสำรวจที่ดินส่วนตัวของผม “แดน… เรื่องการสำรวจธรณีวิทยาที่บ้านริมทะเลสาบ ได้ผลยังไงบ้าง?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาเสียงต่ำ “คุณแวนซ์ครับ… ผมกำลังจะส่งรายงานให้คุณพอดี ผลตรวจวิเคราะห์ชั้นดินอย่างเป็นทางการเพิ่งออกเมื่อวานนี้ครับ ที่ดินผืนใต้บ้านหลังนั้น… มีแหล่งแร่ลิเธียมและมูลค่าทางพลังงานมหาศาลซ่อนอยู่ครับ มูลค่าของมันไม่ใช่แค่หลักล้าน… แต่มันอาจจะสูงถึง ร้อยล้านดอลลาร์”
แดนเงียบไปนิดนึงก่อนพูดต่อ “เอ่อ… จริงๆ คุณวิกตอเรียสั่งให้ผมส่งผลตรวจนี้ให้เธอคนเดียวตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วนะครับ ผมนึกว่าคุณทราบเรื่องแล้ว…”
โลกทั้งใบของผมพังทลายลงตรงนั้น
วิกตอเรียรู้เรื่องขุมทรัพย์นี้ก่อนผม เธอรู้ว่าผมไม่มีวันขายที่ดินมรดกผืนนี้แน่ๆ เธอจึงวางแผนการทั้งหมด… เธอจับได้ว่าเซียนน่าท้องกับชายอื่นและมีคดีติดตัว เธอไม่บอกเกวิน ไม่บอกผม แต่กลับเก็บความลับนี้ไว้เพื่อใช้เป็นอาวุธในการบีบบังคับเซียนน่าให้แต่งงานเข้าตระกูล และใช้เป็นเครื่องมือสะพานเชื่อมเพื่อฮุบที่ดินมูลค่าร้อยล้านดอลลาร์ไปเป็นของตัวเอง โดยมีเช็ค 500,000 ดอลลาร์ของผมเป็นเงินเบิกลูกทาง!
เธอยอมให้ลูกชายตัวเองแต่งงานกับผู้หญิงที่โกหก ยอมรับเด็กที่ไม่ใช่สายเลือดเข้ามา เพียงเพื่อความโลภของตัวเอง
บทสรุปและวันเอาคืน
ผมขอบคุณมาร์คัส คัดลอกไฟล์วิดีโอนั้นใส่แฟลชไดรฟ์อย่างเงียบๆ ความเสียใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันเย็นเยียบ วิกตอเรียคิดว่าเธอฉลาดที่สุดในเกมนี้… แต่เธอลืมไปว่า ใครเป็นคนสร้างอาณาจักรแวนซ์ขึ้นมา
ผมไม่ได้กลับบ้านไปอาละวาด ผมเลือกที่จะเดินเกมอย่างเงียบเชียบและเลือดเย็นที่สุด
บ่ายวันนั้น ผมนัดเซียนน่ามาพบเป็นการส่วนตัวที่สำนักงานทนายความของผม ทันทีที่เซียนน่าเห็นผมและแฟลชไดรฟ์ในมือ เธอทรุดตัวลงร้องไห้อย่างหมดสภาพ คิดว่าชีวิตของเธอจบสิ้นแล้ว
แต่ผมกลับยื่นข้อเสนอที่เธอปฏิเสธไม่ได้
“ฉันจะเคลียร์คดีความของแม่เธอ และจะให้เงินก้อนหนึ่งเพื่อไปตั้งตัวใหม่หลังหย่า… แต่เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง”
สองสัปดาห์ต่อมา ณ งานเลี้ยงอาหารค่ำฉลองความสำเร็จของตระกูลแวนซ์
วิกตอเรียนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ยิ้มแย้มอย่างผู้ชนะอย่างเช่นทุกวัน เธอยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้เซียนน่าเซ็นอย่างแนบเนียนต่อหน้าทุกคน—มันคือเอกสารการโอนสิทธิ์บ้านพักริมทะเลสาบ
“เซ็นสิจะลูกเซียนน่า… เรื่องบ้านริมทะเลสาบที่เราคุยกันไว้” วิกตอเรียยิ้มหวาน
เซียนน่ามองหน้าผมเล็กน้อย ก่อนจะจรดปากกาเซ็นลงไป วิกตอเรียรีบดึงกระดาษแผ่นนั้นกลับไปแนบตก ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม วิก?” ผมเอ่ยขึ้น เสียงเรียบเฉย
“ค่ะที่รัก… เอกสารเรียบร้อยดี” เธอตอบพลางเก็บมันใส่กระเป๋า
“ดี… งั้นเดี๋ยวเปิดวิดีโอนี้ให้แขกในงานดูหน่อยสิ” ผมหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบมัลติมีเดียในห้องจัดเลี้ยง
ทันใดนั้น หน้าจอยักษ์กลางห้องก็ปรากฏภาพคลิปวงจรปิดจากห้อง VIP เจ้าสาว… เสียงของวิกตอเรียที่ข่มขู่ แบล็กเมล์ และพูดจาดูถูกเหยียดหยามเซียนน่า ดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง แขกเหรื่อทุกคนในงานเงียบกริบ เกวินลุกขึ้นยืนด้วยความช็อก ใบหน้าของวิกตอเรียถอดสีจากชมพูระเรื่อกลายเป็นขาวซีดราวกับศพ
“ชาร์ลส์! นี่มันอะไรกันคะ?! มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด!” เธอหวีดร้อง เสียงสั่นสะท้าน
“ไม่มีอะไรเข้าใจผิดหรอก วิกตอเรีย” ผมยืนขึ้น มองเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “เอกสารที่เธอเพิ่งให้เซียนน่าเซ็นไปน่ะ… ไม่ใช่ใบโอนที่ดินหรอกนะ แต่เป็น ใบหย่าและข้อตกลงสละสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลแวนซ์ ที่เธอเพิ่งเซ็นยินยอมต่อหน้าพยานทั้งห้องนี้ต่างหาก”
ผมหันไปหาเกวินที่กำลังสับสน “เกวิน… พ่อเสียใจเรื่องเด็ก แต่ผู้หญิงคนนี้…” ผมชี้ไปที่วิกตอเรีย “…แม่ของแก พร้อมจะทำลายชีวิตสมรสของแกเพื่อเงินร้อยล้าน โดยไม่สนความรู้สึกของแกเลยสักนิด”
ตำรวจสามนายเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงตามที่ผมได้ประสานงานไว้ล่วงหน้า พร้อมหมายจับข้อข่มขู่กรรโชกทรัพย์และพัวพันกับการทุจริตที่ผมแอบสืบพบเพิ่มเติมหลังจากนั้น
วิกตอเรียถูกคุมตัวออกไปท่ามกลางสายตาเหยียดหยามของสังคมที่เธอเคยเทิดทูน เสื้อคลุมหรูหราและหน้ากากคนดีของเธอถูกกระชากออกไม่เหลือชิ้นดี
เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยความจริงอันโหดร้าย… โลกของผมอาจจะเคยพังทลายลงในเช้าวันนั้น แต่ในวันนี้ ผมได้สร้างมันขึ้นมาใหม่—โลกที่ไม่มีที่ยืนให้กับคนทรยศอีกต่อไป