เสียงโลหะเสียดสีกันดังลั่นสะท้อนเข้ามาในห้องนอน หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความโกรธมากกว่าความกลัว ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเปิดกล้องวิดีโอเพื่อบันทึกหลักฐาน ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านอย่างเงียบเชียบ
ผ่านตาแมว… ฉันเห็นอดีตสามีของตัวเอง อาร์เธอร์ แวนซ์ ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง สูทราคาแพงยับยู่ยี่ เขากำลังถือสว่านไร้สายเจาะเข้าที่รูกุญแจประตูอพาร์ตเมนต์สุดหรูของฉันอย่างบ้าคลั่ง
ข้าง ๆ เขาคือ วิกตอเรีย อดีตแม่สามีที่ยืนกอดอก ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความโกรธแค้น
ฉันไม่ได้เปิดประตู แต่พูดผ่านระบบอินเตอร์คอมเสียงดังฟังชัด:
“อาร์เธอร์ หยุดเดี๋ยวนี้! ฉันกำลังอัดวิดีโอไว้ และระบบรักษาความปลอดภัยของตึกกำลังแจ้งตำรวจ”
อาร์เธอร์สะดุ้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองกล้องอินเตอร์คอมด้วยแววตาเกรี้ยวกราด
“เอเลน่า! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เขาตวาดลั่น “เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับแม่ของฉัน! บัตรใบนั้นเป็นของครอบครัวเรา และอพาร์ตเมนต์นี้… ฉันก็มีสิทธิ์ครึ่งหนึ่งในฐานะสินสมรส!”
ฉันแค่นยิ้มผ่านหน้าจออินเตอร์คอม
“อพาร์ตเมนต์นี้งั้นเหรอ? อาร์เธอร์… นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?”
ตอนที่ 3: ความลับมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์
ก่อนที่อาร์เธอร์จะได้ลงมือเจาะประตูต่อ เสียงลิฟต์ส่วนตัวของชั้นนี้ก็ดังขึ้น พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามนายและบอดี้การ์ดประจำตึกที่ก้าวเข้ามาล็อกตัวอาร์เธอร์และวิกตอเรียไว้ทันที
“ปล่อยฉันนะ! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?!” วิกตอเรียกรีดร้อง “ยัยผู้หญิงคนนี้มันก็แค่สะใภ้ถังแตกที่เกาะตระกูลเรากิน! บัตรเครดิตที่หล่อนยกเลิกก็เป็นเงินของตระกูลแวนซ์!”
ฉันเปิดประตูอพาร์ตเมนต์ก้าวออกไปช้า ๆ ในชุดคลุมอาบน้ำที่เรียบหรู พร้อมกับ เดวิด ทนายความส่วนตัวของฉันที่เดินตามออกมาจากลิฟต์อีกตัวพอดิบพอดี พร้อมเอกสารปึกใหญ่ในมือ
“คุณวิกตอเรียครับ” เดวิดเอ่ยเสียงเรียบพลางเปิดเอกสาร “คุณเข้าใจผิดไปไกลมากเลยครับ”
เดวิดยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้อาร์เธอร์ดู มันคือ เอกสารแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และงบการเงิน
-
ความจริงข้อที่ 1: อพาร์ตเมนต์เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์นี้ ไม่ใช่สินสมรส แต่มันถูกซื้อโดย ‘เฮเลนา โฮลดิ้งส์’ ซึ่งเป็นบริษัทส่วนตัวของฉัน ตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะแต่งงานกับอาร์เธอร์เสียอีก
-
ความจริงข้อที่ 2: ตลอดเวลา 5 ปีที่แต่งงานกัน อาร์เธอร์คิดว่าฉันเป็นเพียง ‘นักออกแบบฟรีแลนซ์’ ที่มีรายได้พอประมาณ แต่แท้จริงแล้ว ฉันคือ ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่ปิดบังตัวตนไว้ภายใต้ชื่อกองทุนมรดกของคุณตา มูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวของฉันสูงถึง 350 ล้านดอลลาร์ (หมื่นกว่าล้านบาท)
-
ความจริงข้อที่ 3: บัตรเครดิตใบหรูที่วิกตอเรียใช้รูดซื้อของแบรนด์เนมมาตลอด 5 ปี แท้จริงแล้วถูกหักเงินโดยตรงจากบัญชีส่วนตัวของฉัน ไม่ใช่เงินของตระกูลแวนซ์เลยแม้แต่เซนต์เดียว!
อาร์เธอร์จ้องมองตัวเลขในเอกสาร ใบหน้าของเขาถอดสีจนกลายเป็นขาวซีด มือที่ถือสว่านสั่นเทาจนแทบจะร่วงลงพื้น
“ไม่จริง…” อาร์เธอร์พึมพำอย่างคนเสียสติ “เธอ… เธอมีเงินขนาดนี้ได้ยังไง? แล้วทำไมบริษัทแวนซ์เอนเตอร์ไพรส์ของเราถึง…”
“ทำไมบริษัทของครอบครัวนายถึงเพิ่งจะยื่นล้มละลายไปเมื่อสัปดาห์ก่อนน่ะเหรอ?” ฉันพูดขัดขึ้น พร้อมก้าวเข้าไปหาเขาช้า ๆ
“เพราะที่ผ่านมา บัญชีของตระกูลแวนซ์รอดพ้นจากการล้มละลายได้ ก็ด้วยเงินปันผลจากบริษัทของฉันที่ฉันแอบโอนเข้าไปช่วยจ้ำจี้จ้ำไชพยุงไว้ในฐานะภรรยา… แต่ตอนนี้ ฉันหย่าแล้ว เงินเหล่านั้นก็ตัดขาดทันที”
ตอนที่ 4: จุดจบและความสะใจ
วิกตอเรียแทบจะล้มพับลงไปกับพื้นเมื่อได้ยินความจริง ดวงตาที่เคยจองหองและมองฉันด้วยความเหยียดหยามบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
“เอเลน่า… แม่ขอโทษ” วิกตอเรียพยายามพุ่งเข้ามาจับมือฉัน “เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ…”
“เรา เคย เป็นค่ะ” ฉันถอยหลังออกมาอย่างเย็นชา “แต่ตอนนี้คุณเป็นแค่คนแปลกหน้า… ที่พยายามบุกรุกและทำลายทรัพย์สินส่วนบุคคล”
ตำรวจใส่กุญแจมืออาร์เธอร์ทันทีในข้อหาพยายามบุกรุก ทำลายทรัพย์สิน และคุกคามความปลอดภัย ส่วนวิกตอเรียก็ถูกเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด
ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง อาร์เธอร์หันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและอ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่มันสายเกินไปแล้ว
ฉันหันหลังกลับเข้าอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง ปิดประตูลง และสูดหายใจเข้าลึก ๆ ความเงียบสงบที่แท้จริงกลับคืนมาอีกครั้ง
ชีวิตใหม่ของฉันในฐานะมหาเศรษฐีสาวโสดผู้มีความสุขเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ… และครั้งนี้ ไม่มีใครหน้าไหนจะมาชุบมือเปิบจากความสำเร็จของฉันได้อีกต่อไป