ภาค 2 (ตอนจบ) — ชัยชนะบนซากปรักหักพัง

ความเงียบที่เข้าจู่โจมห้องนอนนั้นหนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของจูเลียน

เบียทริซพยายามจะก้าวเข้ามาแทรก หล่อนอ้าปากเตรียมจะปั้นน้ำเป็นตัวอีกครั้ง แต่พ่อของฉันเพียงแค่ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง เป็นสัญญาณที่ทรงอำนาจและเด็ดขาดจนหล่อนต้องหุบปากลงทันที

“ผู้จัดการกองทัพบกและตำรวจท้องที่กำลังเดินทางมา” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า “ฉันแนะนำให้พวกแกยืนอยู่ตรงนั้น และอย่าคิดจะทำลายหลักฐานอะไรทั้งสิ้น”

“วิเวียน… ฟังผมนะ” จูเลียนเปลี่ยนท่าที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากแข็งกร้าวเป็นอ้อนวอนอย่างรวดเร็ว เขาก้าวเข้ามาหาฉัน คุกเข่าลงข้างเตียงพยายามจะจับมือฉัน “พวกเราแค่ทะเลาะกันตามประสาลิ้นกับฟันไม่ใช่เหรอ? คิดถึงลูกในท้องสิ… ถ้าคุณทำแบบนี้ อนาคตของผม ของพวกเรา จะพังทลายหมดนะ”

ฉันมองผู้ชายที่ฉันเคยรัก มองคนที่เคยสัญญาว่าจะปกป้องฉัน แต่กลับเป็นคนที่เป็นภัยร้ายแรงที่สุดในชีวิต

ฉันดึงมือกลับอย่างช้าๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ ที่ฉันแอบซ่อนไว้ใต้ฟูกนอนออกมา

หลักฐานที่ไม่โกหก

ฉันกดเปิดไฟล์เสียงล่าสุด มันคือเสียงของจูเลียนเมื่อคืนก่อน… เสียงตะคอกอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อ และเสียงของฉันที่ร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตให้ลูกในท้อง ตามมาด้วยเสียงของเบียทริซที่พูดอย่างเย็นชาว่า ‘ตบมันอีกทีซิ เอาให้มันจำว่าใครเป็นเจ้าชีวิตมัน’

เสียงจากคลิปนั้นดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบงัด

จูเลียนเบิกตากว้าง หน้าถอดสีจนกลายเป็นสีเทาเหมือนคนตาย ส่วนเบียทริซก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง

“แกพูดถึงอนาคตงั้นเหรอ จูเลียน?” พ่อของฉันพูดขึ้น แววตาของเขาคมกริบเหมือนใบมีด “ในฐานะนายทหาร แกละเมิดประมวลกฎหมายอาญาทางทหารอย่างร้ายแรง การทำร้ายร่างกายหญิงตั้งครรภ์ และการกักขังหน่วงเหนี่ยว แกจะไม่เหลืออนาคตให้คิดถึงอีกต่อไป”

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงไซเรนของรถตำรวจและรถฉุกเฉินของกองทัพก็ดังก้องเข้ามาในบริเวณบ้าน

นายทหารสารวัตรและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่บุกเข้ามาในห้อง จูเลียนพยายามจะอ้างสิทธิ์และใช้ยศร้อยเอกของเขาในการเจรจา แต่เมื่อพันเอกสเตอร์ลิงแสดงตัวและยื่นหลักฐานคลิปเสียงพร้อมรอยช้ำบนตัวฉันให้เจ้าหน้าที่ดู กุญแจมือเหล็กกล้าก็ถูกสับเข้าที่ข้อมือของจูเลียนทันที

เบียทริซกรีดร้องและพยายามจะห้ามปราบ แต่หล่อนก็ถูกรวบตัวไปในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดและสนับสนุนการทารุณกรรมเช่นกัน

ฟ้าหลังฝน

ก่อนที่จูเลียนจะถูกลากตัวออกจากประตูบ้าน เขาหันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและสิ้นหวัง บ้านหลังใหญ่ที่เขาเคยคิดว่าเป็นอาณาจักรของเขา… บัดนี้ได้กลายเป็นคุกที่กักขังความชั่วร้ายของเขาเอง

พ่อของฉันช่วยประคองฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างทะนุถนอม ทีมแพทย์ทหารเข้ามาดูแลและตรวจเช็กอาการของฉันและลูกในครรภ์อย่างละเอียด โชคดีที่เจ้าตัวเล็กในท้องปลอดภัยและแข็งแรงดี

หลายเดือนต่อมา… กระบวนการทางศาลทหารและศาลพลเรือนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จูเลียนถูกปลดออกจากกองทัพอย่างเสื่อมเสียเกียรติยศ และถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลาหลายปีพร้อมกับแม่ของเขา

ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกในบ้านหลังเดิม… บ้านที่ตอนนี้เต็มไปด้วยแสงแดดอบอุ่น ไม่มีกลิ่นอายของความกลัวหรือคราบน้ำตาอีกต่อไป โทรศัพท์ของฉันกลับมาใช้งานได้ เพื่อนๆ และครอบครัวแวะเวียนมาหาไม่ขาดสาย

พ่อของฉันเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับแก้วนมอุ่นๆ เขาเอามือลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน

“ทุกอย่างผ่านไปแล้วนะลูก” พ่อกระซิบ

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง สูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ฉันสามารถหายใจได้อย่างเต็มปอด… คำลวงของพวกเขาพังทลายลงไปหมดสิ้นแล้ว และต่อจากนี้ไป ฉันและลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก จะมีแต่ความจริง ความปลอดภัย และความรักที่แท้จริงโอบล้อมตลอดไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *