ตอนที่ 2: ความลับในซองจดหมายฉบับสุดท้าย และเกมซ้อนกลที่เธอคาดไม่ถึง

ตอนที่ 2: ความลับในซองจดหมายฉบับสุดท้าย และเกมซ้อนกลที่เธอคาดไม่ถึง

“พิมพ์ลดา…” เสียงของธันวาดังมาจากข้างหลัง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและสับสน

ผู้หญิงในชุดเดรสสีขาวก้าวเข้ามาในห้องแคบ ๆ ของเราโดยไม่รอคำเชิญ สายตาของเธอกวาดมองประเมินรอบห้อง—จากกระเบื้องห้องครัวที่มีรอยร้าว ไปจนถึงกล่องกระดาษที่ยังไม่ได้แกะ—ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะวางตะกร้าผลไม้ราคาแพงลงบนโต๊ะกินข้าวตัวเก่า

“ไม่คิดเลยนะธันวา ว่าคุณจะมาตกต่ำอยู่ในที่แบบนี้” พิมพ์ลดาพูดยิ้ม ๆ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม “พิมพ์สืบหาตัวคุณตั้งนาน รู้ไหมคะว่าพิมพ์เป็นห่วงคุณแค่ไหน?”

ฉันยืนกอดอก มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือก

ตลอด 3 ปีที่ฉันอยู่กับธันวา ฉันรู้ดีว่าพิมพ์ลดาคือใคร เธอคือลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ที่เคยทิ้งธันวาไปในวันที่เขาเริ่มมีปัญหาทางการเงินเมื่อปีก่อน แต่ตอนนี้ เธอกลับมาพร้อมกับข้อเสนอซื้อที่ดินเขาใหญ่ผ่านเอนก หุ้นส่วนที่ทรยศเขา

“คุณมีธุระอะไร พิมพ์ลดา?” ธันวาถาม เสียงของเขาเย็นชาลงอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน

“พิมพ์แค่จะมาช่วยค่ะ” เธอเปิดกระเป๋าแบรนด์เนม หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ “นี่คือสัญญารับซื้อที่ดินเขาใหญ่ฉบับใหม่ พิมพ์เพิ่มราคาให้คุณอีก 5 ล้านบาท เป็นเงินสด… แลกกับการที่คุณต้องเซ็นมอบสิทธิ์ขาดในที่ดินผืนนี้ให้พิมพ์ทันทีในคืนนี้”

เธอยื่นปากกาให้ธันวา “เซ็นซะสิคะธันวา เงินก้อนนี้จะช่วยให้คุณกับ… แม่ค้าขายขนมคนนี้ มีชีวิตที่ดีขึ้นในห้องเช่ารูหนูแบบนี้ได้นะ”

ธันวามองปากกาในมือเธอ มือของเขาสั่นเทาด้วยความกดดัน เงิน 5 ล้านบาทในเวลานี้มันสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้จริง ๆ เขากำลังจะยื่นมือไปหยิบปากกา

“อย่าเซ็นนะธันวา” ฉันพูดขัดขึ้น เสียงเรียบแต่หนักแน่น

พิมพ์ลดาหันมามองฉัน สายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “นี่เธอ… อย่าสอดเรื่องธุรกิจของผู้ใหญ่จะได้ไหม? เงิน 5 ล้านเธอต้องขายขนมปังอีกกี่หมื่นก้อนถึงจะได้เท่านี้? ถ้าอยากให้ธันวาสบาย ก็เงียบปากไปซะ”

ฉันไม่สนใจเธอ แต่เดินไปจับมือธันวาไว้ “คุณจำได้ไหมว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมขายที่ดินผืนนี้ให้ธนาคารตอนโดนฟ้อง? เพราะที่ดินผืนนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อคุณ… แต่มันมีชื่อของโครงการ ‘วิลล่า มอร์’ ที่คุณลงแรงสร้างมันมากับมือ และที่สำคัญ… มันเป็นที่ดินผืนเดียวที่ไม่ได้ถูกอายัดเพราะมันถูกจดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัทลูกที่คุณปิดตัวไปแล้ว”

ธันวาเงยหน้ามองฉัน แววตาของเขาเริ่มได้สติ

ฉันหันไปหาพิมพ์ลดา “คุณไม่ได้มาเพื่อช่วย… แต่คุณรู้ว่าถนนตัดใหม่กำลังจะผ่านหน้าผืนดินนี้ในอีกสามเดือนข้างหน้า มูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า! และที่คุณต้องรีบให้ธันวาเซ็นคืนนี้ เพราะคุณรู้ว่าถ้าเอกสารนี้ผ่านศาลในคดีล้มละลายสัปดาห์หน้า คุณจะไม่มีวันได้มันไปในราคาถูก ๆ แบบนี้ใช่ไหม?”

ใบหน้าของพิมพ์ลดาถอดสีทันที “เธอ… เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?!”

“เพราะฉันรับสายทนายของคุณที่โทรเข้าเครื่องธันวาเมื่อเช้าตอนเขาหลับไงล่ะ” ฉันยิ้มบาง ๆ “และฉันก็ให้เพื่อนที่เป็นนักข่าวอสังหาฯ เช็กผังเมืองใหม่ให้เรียบร้อยแล้วด้วย”

“แก…!” พิมพ์ลดาหลุดกิริยาไฮโซ คว้าซองเอกสารกลับมา “ธันวา! คุณจะเชื่ออีผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้ หรือจะเชื่อพิมพ์? ถ้าคุณไม่เซ็นคืนนี้ พิมพ์จะให้คุณพ่อฟ้องอายัดทรัพย์สินส่วนสุดท้ายของคุณให้หมด!”

“เชิญเลยครับ” ธันวาพูดขึ้น เสียงของเขานิ่งสนิท เขาไม่มองพิมพ์ลดาอีกต่อไป แต่กลับดึงฉันเข้าไปหลบข้างหลังเขา “ออกไปจากห้องของพวกเราได้แล้วพิมพ์ลดา… ต่อให้ผมต้องอดตาย ผมก็จะไม่ขายศักดิ์ศรีชิ้นสุดท้ายให้คนที่หักหลังผม”

พิมพ์ลดาโกรธจนตัวสั่น เธอกระชากกระเป๋าแล้วเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ทุบประตูเสียงดังลั่น

ห้องกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง

ธันวาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ไม้เท้าและกำแพงห้องที่ดูซอมซ่อไม่ได้ทำให้เขาดูอ่อนแอลงอีกต่อไป เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความซาบซึ้ง และ… ความรักที่เขาไม่เคยเปิดเผยมาตลอด 3 ปี

“มน…” เขาเรียกชื่อฉัน เสียงสั่นเครือ “ผมขอโทษ… ที่ผ่านมาผมละเลยเธอ ผมทำให้เธอต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่ในวันที่ผมไม่มีอะไรเหลือเลย เธอกลับเป็นคนเดียวที่ปกป้องผม”

เขาลุกขึ้นเดินมาหาฉัน คุกเข่าลงต่อหน้าฉัน แล้ววางมือหนาลงบนท้องของฉันอย่างแผ่วเบา น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาอีกครั้ง

“ต่อจากนี้ไป… ผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเธออีกแล้ว ผมจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่เพื่อเธอ และเพื่อลูกของเรา”

ฉันยิ้มทั้งน้ำตา ก้มลงกอดเขาไว้แน่น

6 เดือนต่อมา…

ที่ดินผืนนั้นที่เขาใหญ่ถูกพัฒนาเป็นโครงการโฮมสเตย์ระดับลักชัวรีท่ามกลางธรรมชาติ โดยธันวาได้ร่วมทุนกับกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ที่เห็นศักยภาพของผังเมืองใหม่ โดยมีฉันเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ และเงินจากการทำขนมออนไลน์ของฉันในวันนั้น ก็กลายเป็นทุนหมุนเวียนก้อนแรกที่ทำให้เขาตั้งตัวได้

ไม่มีอีกแล้ว… ธันวา วิลล่ามอร์ ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งในชุดสูทราคาแพงย่านทองหล่อ และไม่มีอีกแล้ว… มน ผู้หญิงในเงาที่ไม่มีใครรู้จัก

ในงานเปิดตัวโครงการใหม่ สื่อมวลชนและนักธุรกิจมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี ธันวายืนอยู่บนเวทีในชุดสูทที่ดูภูมิฐาน ท่ามกลางเสียงปรบมือเสียงดัง

เขาจับไมโครโฟน สบตาตรงมาที่ฉันซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าสุด พร้อมกับท้องที่เริ่มนูนเด่นชัด

“ความสำเร็จในวันนี้… ผมไม่ได้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว” ธันวาพูดออกไมค์ เสียงของเขาดังชัดเจนไปทั่วทั้งงาน “แต่เกิดจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมเดินลุยฝนไปพร้อมกับผมในวันที่ผมล้มละลาย ผู้หญิงที่เป็นทั้งชีวิต เป็นแม่ของลูกผม และเป็นประธานบริหารตัวจริงของวิลล่ามอร์โครงการใหม่นี้…”

เขาก้าวลงจากเวที เดินตรงมาหาฉัน ท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวส่องเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เขาจับมือฉันให้ลุกขึ้น ยืนเคียงข้างเขาอย่างเปิดเผยและภาคภูมิใจ

“ขอบคุณนะคร้บ… คุณผู้หญิงของผม” เขากระซิบที่ข้างหู ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากของฉันเบา ๆ

ในที่สุด… ฉันก็ได้ใช้นามสกุลร่วมกับเขา ไม่ใช่ในฐานะผู้หญิงที่เขาซ่อนไว้ แต่ในฐานะผู้หญิงคนเดียวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข และจับมือเขาข้ามผ่านมรสุมชีวิตมาได้จนถึงวันที่มีท้องฟ้าที่สดใสที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *