ตอนที่ 2: การตื่นจากฝันร้าย… และแผนการเอาคืน!

ตอนที่ 2: การตื่นจากฝันร้าย… และแผนการเอาคืน!

ในขณะที่ฉันนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เสียงหัวเราะเยาะของพี่น้องสามีและเสียงด่าทอของโรเบิร์ตยังคงดังแว่วเข้ามาในหู ไม่มีใครในครอบครัวนั้นคิดจะเข้ามาช่วยล้างแผลหรือพาฉันไปโรงพยาบาลเลยสักคน พวกเขาทำเพียงแค่เดินสะบัดตูดกลับไป โดยที่โรเบิร์ตทิ้งท้ายไว้ว่า “สำนึกผิดได้เมื่อไหร่ ค่อยไปกราบเท้าขอโทษแม่ฉัน!”

ฉันค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้น ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง สายตาของฉันจ้องมองไปที่เศษจานที่แตกกระจาย คราบเลือด และคราบซอสอาหารบนพื้น… วินาทีนั้น ความรักที่เคยมีให้โรเบิร์ตได้ตายจากไปสิ้นเหลือเพียงความแค้นที่เย็นเยียบ

“พวกแกอยากได้คอนโดของฉันนักใช่ไหม? ได้… ฉันจะจัดให้อย่างสาสม” ฉันพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มที่หยันเหยียด

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปบาดแผลที่หัว สภาพห้องอาหารที่พังยับเยินไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นก็โทรหาเพื่อนสนิทที่เป็นทนายความชื่อดัง และไม่ลืมที่จะดาวน์โหลดไฟล์จาก กล้องวงจรปิดซ่อนตัวเล็กๆ ที่ฉันเคยติดตั้งไว้ในห้องนั่งเล่นและห้องอาหารเพื่อความปลอดภัย… ซึ่งมันบันทึกภาพเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเมื่อครู่นี้ไว้ได้อย่างคมชัดทุกช็อต!

วันรุ่งขึ้น ฉันแอบไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อเอาใบรับรองแพทย์ และย้ายข้าวของสำคัญทั้งหมดรวมถึงเอกสารสิทธิ์คอนโดไปฝากไว้ที่อื่นทันที โดยที่โรเบิร์ตไม่รู้ตัว เพราะเขาคิดว่าฉันคงนอนร้องไห้ซมอยู่ด้วยความกลัว

ตอนที่ 3: กับดักที่หอมหวาน

สองวันต่อมา ฉันโทรหาโรเบิร์ตด้วยน้ำเสียงที่แกล้งทำเป็นสั่นเครือและยอมจำนน

“โรเบิร์ต… ฉันคิดดีแล้ว ฉันยอมแล้วค่ะ ฉันจะโอนคอนโดนี้ให้คุณแม่ และจะให้เงินเดือนละ 24,000 บาทตามที่ขอ แต่อย่าทำร้ายฉันอีกเลยนะ”

ปลายสายหัวเราะอย่างผู้ชนะ “ก็แค่นั้น! รู้จักเชื่อฟังผัวตั้งแต่แรกก็ไม่เจ็บตัวแล้ว พรุ่งนี้พาแม่ไปที่กรมที่ดินเลย!”

วันรุ่งขึ้น ครอบครัวของโรเบิร์ตแต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็มมารอที่กรมที่ดินด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง คุณแม่มินดาเดินเข้ามาหาฉันด้วยจริตคุณนายจับมือฉันแล้วแกล้งพูดว่า “ดีมากอีหนู รู้จักกตัญญูแบบนี้สิถึงจะเจริญ”

แต่ก่อนที่ขั้นตอนการโอนจะเริ่มขึ้น… จู่ๆ เพื่อนทนายของฉันพร้อมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 3 นาย ก็เดินเข้ามาล้อมโต๊ะของพวกเราไว้!

ตอนจบ: บทสรุปของคนหน้าด้าน

โรเบิร์ตหน้าถอดสี ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืน “นี่มันอะไรกัน ไดอาน่า?! เธอพาตำรวจมาทำไม?!”

ทนายความของฉันยิ้มอย่างเยือกเย็นและยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้ตำรวจ พร้อมกับเปิดแท็บเล็ตโชว์วิดีโอหลักฐานขนาดยักษ์ คอนเทนต์ในวิดีโอคือภาพที่โรเบิร์ตเอาจานฟาดหัวฉันอย่างโหดเหี้ยม ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มาทำธุระที่กรมที่ดินที่พากันหันมามองและกระซิบกระซาบ

“คุณโรเบิร์ตครับ คุณถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และพยายามกรรโชกทรัพย์ครับ” ผู้กองตำรวจกล่าวเสียงเฉียบขาด

“ไม่จริง! มันเป็นเรื่องในครอบครัว! เมียฉันมันสมยอม!” โรเบิร์ตโวยวาย หน้าดำหน้าแดง

“ฉันไม่เคยสมยอม!” ฉันพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทรงพลัง สายตาของฉันจ้องมองเขาเหมือนมองขยะชิ้นหนึ่ง “และนอกจากคดีอาญาแล้ว ฉันได้ยื่นฟ้องหย่า ยื่นฟ้องขับไล่พวกแกออกจากคอนโดของฉัน และฟ้องเรียกค่าเสียหายอีก 2 ล้านบาทด้วย!”

คุณแม่มินดาพอได้ยินคำว่าคดีความและเงิน 2 ล้านบาท ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปกับพื้น พี่สาวน้องสาวของเขาที่เคยปากดีก็พากันหน้าซีดเผือด ตัวสั่น พยายามจะเดินหนีแต่ก็ถูกตำรวจกักตัวไว้ในฐานะพยานและผู้สมรู้ร่วมคิด

โรเบิร์ตถูกใส่กุญแจมือต่อหน้าธารกำนัล เขาคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นพยายามจะเข้ามาเกาะขาฉัน “ไดอาน่า! ผมขอโทษ! ผมทำไปเพราะรักคุณนะ อย่าจับผมเลยนะ!”

ฉันสะบัดขาออก ถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วมองเขาด้วยความสมเพช

“ความรักของแกมันมีค่าแค่เศษจานแตกๆ บนหัวฉันวันนั้นแหละ… ไปนอนสำนึกผิดในคุกซะเถอะ”

หลังจากวันนั้น โรเบิร์ตถูกศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญาเนื่องจากมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ครอบครัวของเขาต้องขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มีเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าเสียหายให้ฉันจนกลายเป็นบุคคลล้มละลายและไม่มีที่อยู่ ส่วนฉัน… ฉันขายคอนโดห้องนั้นทิ้งเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศในฐานะสถาปนิกที่รุ่งโรจน์กว่าเดิม โดยไม่มีปลิงดูดเลือดพวกนั้นมาคอยรบกวนใจอีกต่อไป

เพราะผู้หญิงยุคใหม่ ถ้าเก่งพอที่จะหาเงินซื้อคอนโดเองได้… ก็แกร่งพอที่จะส่งสามีชั่วๆ เข้าคุกได้เช่นกัน!

จบสำหรับเรื่องราวนี้ค่ะ! อย่าลืมกดไลก์ กดแชร์ และกดติดตามช่องของเราเพื่อรับชมเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้นแบบนี้ได้ในตอนต่อไปนะคะ! ขอบคุณค่ะ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *