“ไสหัวไปจากบ้านฉัน!” สามีล็อกประตูและไล่ฉันกับลูกแรกเกิดไปเผชิญยตากรรมนอกคฤหาสน์… แต่เขาไม่รู้เลยว่า ฉันคือเจ้าของที่แท้จริง และเพียงแค่สายเดียวจากฉัน จะทำให้เขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!

สายโทรศัพท์เปลี่ยนชีวิต

คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของมาร์คทำเอาฉันเกือบจะล้มทั้งยืน แต่ในวินาทีที่ฉันมองเห็นหยาดเหงื่อบนใบหน้าของลูกสาวตัวน้อยที่กำลังร้องไห้จ้า ความเสียใจและน้ำตาก็แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและโกรธแค้นทันที

มาร์คคงลืมไปแล้วว่า ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน เขาเป็นเพียงแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ๆ ที่ฉันคอยผลักดันและสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ประคองลูกน้อยไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงออกมาจากกระเป๋า แล้วกดโทรออกหาเบอร์ภายในสายตรงของ “คุณเกริก” ทนายความประจำตระกูลของฉัน และผู้บริหารสูงสุดของ “เอ็มไพร์ พร็อพเพอร์ตี้” เครือบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ

“คุณเกริกคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่มาร์คไม่เคยได้ยินมาก่อน “เปิดใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดของ ‘วิลล่าเลควิว’ และระงับสิทธิ์การใช้งานทุกอย่างของผู้ชายที่ชื่อ มาร์ค ทันทีค่ะ… อ้อ แล้วช่วยเตรียมฝ่ายกฎหมายกับทีมรักษาความปลอดภัยมาที่นี่ด่วนที่สุดเลยนะคะ”

มาร์คกับโคลอี้ที่อยู่หลังรั้วหัวเราะเยาะเย้ยทันทีที่ฉันวางสาย

“เล่นละครอะไรของเธอ โซเฟีย? โทรหาทนายเหรอ? คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง!” มาร์คถ่มน้ำลายลงพื้น “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นคนเซ็นชื่อในเอกสารซื้อขายบ้านหลังนี้ เงินทุกบาทที่ดาวน์ไปก็มาจากบัญชีของฉัน!”

“ใช่แล้วจ้ะ พี่มาร์คของฉันเป็นเจ้าของที่นี่ เธอไม่มีสิทธิ์!” โคลอี้เสริมพร้อมกับจิกตาใส่

ฉันไม่ได้ตอบโต้อะไร ทำเพียงแค่ยืนฮัมเพลงกล่อมลูกน้อยรอเวลาอย่างใจเย็น… 5 นาทีผ่านไป รถเอสยูวีสีดำทมิฬ 3 คันแล่นมาจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ ชายชุดสูทก้าวลงมาจากรถเกือบสิบคน นำโดยคุณเกริก ทนายความอาวุโส

ความจริงที่ทำให้หน้าถอดสี

“คุณหนูโซเฟีย! เป็นอะไรไหมครับ?!” คุณเกริกรีบวิ่งเข้ามาหาฉันด้วยความนอบน้อม พร้อมกับสั่งให้คนสนิทกางร่มกันแดดให้ฉันและลูกทันที

มาร์คที่ยืนอยู่ข้างในเริ่มหน้าซีดเมื่อเห็นรถและกลุ่มคนติดอาวุธระดับวีไอพี “พวกคุณเป็นใคร? บุกรุกบ้านคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง! รปภ. อยู่ไหน?!”

คุณเกริกหันไปมองมาร์คด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหยิบเอกสารสิทธิ์ที่ดินและโครงสร้างสัญญาสีทองเล่มหนาขึ้นมาเปิดต่อหน้าเขา

“คุณมาร์คครับ คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายบุกรุก” เสียงของทนายเกริกดังฟังชัด “ใช่ครับ… คุณเป็นคนลงชื่อในเอกสารซื้อขายจริง แต่คุณลืมอ่านเงื่อนไขในฐานะ ‘นิติบุคคลตัวแทน’ ของบริษัท เอ็มไพร์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือเปล่า? โครงการวิลล่าหรูแห่งนี้ทั้งหมด รวมถึงคฤหาสน์หลังนี้ เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของประธานกรรมการบริหารสูงสุด… ซึ่งก็คือ คุณหนูโซเฟีย ภรรยาที่คุณเพิ่งไล่ออกมา!”

“อะ… อะไรนะ?!” มาร์คตาค้าง สมองของเขาขาวโพลน “โซเฟีย… เป็นเจ้าของ เอ็มไพร์ พร็อพเพอร์ตี้ งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ!”

“เธอไม่เคยบอกคุณ เพราะเธออยากเลือกคู่ชีวิตที่รักเธอด้วยเนื้อแท้ ไม่ใช่เงินทอง” คุณเกริกกล่าวเสียงเข้ม “และเงินดาวน์ที่คุณภูมิใจนักหนาว่ามาจากบัญชีคุณ… มันก็คือโบนัสพิเศษที่บริษัทของคุณหนูอนุมัติให้คุณเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับลูกสาว!”

โคลอี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับปล่อยมือออกจากแขนของมาร์คทันที หน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ

บทเรียนราคาแพงและความพินาศ

ยังไม่ทันที่มาร์คจะหายช็อก เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นรัว ๆ เป็นข้อความจากธนาคารและระบบของบริษัท

  • [แจ้งเตือน: บัญชีเงินฝากและบัตรเครดิตทั้งหมดของคุณถูกระงับเนื่องจากเชื่อมต่อกับบัญชีค้ำประกันของเอ็มไพร์]

  • [แจ้งเตือน: คุณถูกปลดจากตำแหน่งประธานบริหารและไล่ออกจากบริษัททันที เนื่องจากละเมิดข้อตกลงจริยธรรมร้ายแรง]

“ไม่… ไม่จริง! โซเฟีย! พี่ขอโทษ!” มาร์คทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นปูนหลังลูกกรงเหล็ก เขาร้องไห้โฮและพยายามยื่นมือลอดช่องรั้วมาเพื่อจะจับเท้าของฉัน “พี่ผิดไปแล้ว! พี่โดนผู้หญิงคนนี้ยั่วใจ! พี่ทำไปเพราะความเครียด! โซเฟีย… เห็นแก่ลูกของเรานะ!”

โคลอี้เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบหันหลังจะเดินหนีเข้าบ้าน แต่หัวหน้ารปภ. ของโครงการก้าวเข้ามาขวางไว้ “คุณผู้หญิงครับ รหัสผ่านและลายนิ้วมือของคุณทั้งสองคนถูกลบออกจากระบบแล้ว และทรัพย์สินทุกอย่างในบ้านหลังนี้ถือเป็นของคุณหนูโซเฟีย หากพวกคุณหยิบอะไรออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว จะถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ทันที!”

ฉันมองดูอดีตสามีที่เคยทะนงตน บัดนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอกที่กำลังร้องขอชีวิต

“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีนะมาร์ค… ‘ไสหัวไปจากบ้านฉัน’ น่ะ” ฉันพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยือก “อ้อ… แล้วก็เตรียมเซ็นใบหย่าด้วยล่ะ อนาคตที่เหลืออยู่ของคุณ ฉันจะทำให้คุณได้รับรู้ว่า คำว่า ‘ไม่มีจะกิน’ และ ‘ความพินาศ’ มันสะกดยังไง”

ฉันอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินขึ้นรถเอสยูวีสุดหรูคันหรู โดยมีบอดี้การ์ดคอยเปิดประตูให้ ทิ้งให้มาร์คและชู้รักยืนร้องไห้โอดครวญอยู่ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา นอกประตูคฤหาสน์ที่พวกเขาไม่มีวันได้ย่างกรายเข้าไปอีกตลอดชีวิต!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *