ความจริงอันโหดร้าย
เมื่อเธอได้ยินเสียงของผม เอเลน่าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเธอสั่นเทายิ่งกว่าเดิมด้วยความกลัว เธอพยายามจะอุ้มลูกวิ่งหนี แต่เพราะความอ่อนแรงทำให้เธอทรุดลงไปกองกับพื้น ผมรีบเข้าไปประคองเธอไว้ในอ้อมแขน น้ำตาของผมไหลอาบแก้มปนไปกับสายฝน
“เอเลน่า! นี่ผมเอง กาเบรียล! คุณหายไปไหนมา? รู้ไหมว่าผมตามหาคุณแทบเป็นบ้า!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง
เอเลน้าร้องไห้โฮ เธอซบหน้าลงกับอกของผมที่เคยคุ้นเคย ก่อนจะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระซิบที่ข้างหูของผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว… ความลับที่ทำให้ผมเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
“กาเบรียล… คุณแม่ของคุณ… คุณหญิงวิกตอเรีย… เป็นคนทำทั้งหมด…” เอเลน่าสะอื้น “คืนนั้น คนของคุณแม่บุกเข้ามาในบ้าน พวกเขาฉุดฉันไปขังไว้ที่ห้องใต้ดินของบ้านพักตากอากาศเก่าท้ายเมือง… คุณแม่ต้องการให้ฉันแท้ง เพราะบอกว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงชั้นต่ำที่ไม่คู่ควรกับตระกูลของคุณ…”
เธอพูดไปพร้อมกับโอบกอดลูกน้อยในอ้อมอกแน่นขึ้น
“ฉันต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นั่นสองปีเต็มๆ จนกระทั่งฉันคลอดลูก… เมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันอาศัยจังหวะที่คนเฝ้าเผลอ ขโมยลูกแล้วหนีออกมา ฉันไม่กล้ากลับไปหาคุณ เพราะคุณแม่ขู่ไว้ว่าถ้าฉันกลับมา… เธอจะสั่งเก็บทั้งฉันและลูกทันที!”
สายเกินไปสำหรับความกตัญญู
คำพูดของเอเลน่าเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของผม คนที่ผมรักและเคารพที่สุด… คนที่คอยปลอบใจผมในวันที่ผมแตกสลาย แท้จริงแล้วคือสุนัขจิ้งจอกในคราบนักบุญ คือคนที่พรากเมียและลูกของผมไป และปล่อยให้พวกเขาเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายยิ่งกว่าตายทั้งเป็น
ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นจนถึงขีดสุด ผมประคองเอเลน่าและลูกขึ้นรถ เปิดฮีตเตอร์ให้ความอบอุ่น และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที
ผมไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าภาพลักษณ์ของตระกูลจะเป็นอย่างไร ไม่สนว่าเธอจะเป็นผู้ให้กำเนิดผมหรือไม่ เพราะสิ่งที่เธอทำมันเกินกว่าความเป็นมนุษย์จะรับไหว
“ฮัลโหล… สถานีตำรวจใช่ไหมครับ? ผมต้องการแจ้งความดำเนินคดีข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว พยายามฆ่า และทารุณกรรมเด็ก…” ผมกรอกเสียงลงไปในสายด้วยความเด็ดเดี่ยว “ผู้ต้องหาคือ… คุณหญิงวิกตอเรีย แม่ของผมเองครับ”
บทสรุปแห่งผลกรรม
คืนนั้นเอง ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมคุณหญิงวิกตอเรียที่คฤหาสน์หรู ท่ามกลางความตกตะลึงของคนในบ้านและแวดวงสังคมชั้นสูง หลักฐานจากปากคำของเอเลน่า บาดแผลตามร่างกายของเธอ และทำเลที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศหลังนั้น แน่นหนาจนแม่ของผมไม่สามารถปฏิเสธได้
ในห้องสอบสวน แม่มองหน้าผมด้วยสายตาเคียดแค้นและตัดพ้อ แต่ผมไม่มีน้ำตาให้อีกต่อไป
สองปีที่สูญเสียไปอาจจะเรียกคืนมาไม่ได้ แผลเป็นในใจของเอเลน่าและลูกอาจต้องใช้เวลาเยียวยาอีกยาวนาน แต่ในวันนี้… ความยุติธรรมได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว ผมโอบกอดเอเลน่าและลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน สัญญาซ้ำๆ ว่าต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนมาพรากพวกเราออกจากกันได้อีก… ตลอดกาล