ภาคจบ: แผ่นดินที่ถล่มทลาย
ความเงียบที่ปกคลุมลานกว้างของมหาวิทยาลัยแห่งมะนิลาในตอนนั้น บีบคั้นจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงหายใจ ดร. อากีลาร์ ขยับแว่นสายตา เพ่งมองเอกสารเงินกู้และสัญญารับทุนการศึกษาที่อยู่ในมือ ใบหน้าของท่านที่เคยนิ่งสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“นี่มันหมายความว่ายังไง คุณเดล โรซาริโอ?” อธิการบดีถาม เสียงของท่านสะท้อนผ่านไมโครโฟนที่ยังเปิดอยู่ ทำให้ทุกคนในลานกว้างได้ยินกันอย่างทั่วถึง
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ความเจ็บที่แก้มยังคงอยู่ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความสะใจที่ได้เห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของพ่อและแม่
“กระดาษแผ่นนั้นคือเอกสารกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษานอกระบบค่ะท่าน” ฉันประกาศก้อง “มีการใช้ชื่อของดิฉัน และปลอมแปลงลายเซ็นของดิฉันเพื่อนำเงินก้อนนั้นออกไป แต่ดิฉันไม่เคยเห็นเงินแม้แต่เปโซเดียว และในซองนั้นยังมีสเตทเมนต์บัญชีธนาคารที่แสดงให้เห็นว่า เงินทุนการศึกษาที่ดิฉันควรจะได้รับ รวมถึงเงินที่ญาติส่งมาจากต่างประเทศ ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนายรามอน และนางเมอร์นา เดล โรซาริโอ ทั้งหมดค่ะ”
“โกหก! มันสร้างเรื่อง!” พ่อตะโกนลั่น พยายามจะฝ่ากลุ่มอาจารย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อขึ้นมาบนเวที “อย่าไปฟังมันครับท่าน! มันเป็นเด็กใจแตก มันขโมยเงินบ้านแล้วหนีไป!”
“ถ้าดิฉันหนีไปเพราะใจแตก ดิฉันจะมายืนอยู่ตรงนี้ในฐานะเกียรตินิยมอันดับหนึ่งได้ยังไงคะ?!” ฉันหันไปเผชิญหน้ากับพวกเขา ตอกกลับด้วยเสียงอันดัง
ผู้ปกครองและนักศึกษาเริ่มส่งเสียงฮือฮา สายตาชื่นชมในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสายตาที่รังเกียจและวิพากษ์วิจารณ์ หันไปมองคู่สามีภรรยาที่แต่งตัวภูมิฐานแต่จิตใจเน่าเฟะ
แม่หน้าซีดเผือด พยายามจะหลบหลังนิโก้ แต่นิโก้ในตอนนั้นกลับก้มหน้าหลบสายตาคนรอบข้าง เขาจับนาฬิกาข้อมือราคาแพงของตัวเองไว้แน่น นาฬิกาที่ซื้อมันมาด้วยหยาดเหงื่อและอนาคตที่ถูกขโมยไปจากพี่สาวของเขาเอง
“นอกจากนี้…” ฉันหันกลับไปหาอธิการบดี “ในซองนั้นยังมีบันทึกการแจ้งความและหลักฐานการทำงานพาร์ทไทม์ของดิฉันตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่าดิฉันส่งเสียตัวเองเรียน โดยไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ปกครองเลยแม้แต่เซนตาโวเดียว”
ดร. อากีลาร์ มองเอกสารสลับกับมองไปที่พ่อและแม่ของฉัน ก่อนที่ท่านจะหันไปสั่งการกับคณบดีที่อยู่ข้างๆ “ต่อสายหาฝ่ายกฎหมายของมหาวิทยาลัย และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที นี่ไม่ใช่แค่เรื่องในครอบครัว แต่เป็นการฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ตำรวจ’ ขาของแม่ก็แทบจะหมดแรงจนต้องเกาะแขนเสื้อของนิโก้ไว้ ส่วนพ่อที่เคยเก่งกล้าและตบหน้าฉันต่อหน้าธารกำนัล ในตอนนี้ตัวสั่นเทา หน้าถอดสีอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ช่างภาพที่เคยลดกล้องลงในตอนแรก ตอนนี้รัวชัตเตอร์ไม่หยุด แสงแฟลชสะท้อนเข้าตาของพวกเขาราวกับสปอตไลท์ที่ประจานความผิดบาปที่พวกเขาพยายามฝังมันไว้ตลอดสี่ปี
ฉันเดินเข้าไปใกล้พ่อและแม่เป็นครั้งสุดท้าย มองดูคนที่ทำลายชีวิตของฉันเพียงเพื่อเชิดชูลูกชายคนโปรด
“หนูเคยคิดนะว่าถ้าเรียนจบ จะกลับไปกราบเท้าและถามว่าทำไมต้องทำกับหนูขนาดนี้” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่กรีดลึกเข้าไปในใจของพวกเขา “แต่วันนี้หนูได้คำตอบแล้ว… พวกคุณไม่เคยเห็นหนูเป็นลูก และตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หนูขอกรวดน้ำคว่ำขัน ขาดกันตรงนี้”
ฉันหันหลังกลับ เดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม ไม่มีการหันไปมองความพินาศเบื้องหลังอีก
เจสซ่าวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่นพร้อมน้ำตา “เธอเก่งมาก ลีรา… เธอทำได้แล้ว”
ฉันยิ้มออกมา น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้ม แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ มันคือน้ำตาแห่งการหลุดพ้นจากนรกที่ชื่อว่าครอบครัว
เบื้องหลังของฉัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังควบคุมตัวพ่อและแม่ไว้เพื่อรอตำรวจ ส่วนนิโก้เดินก้มหน้าหนีออกจากงานไปคนเดียวท่ามกลางเสียงสาปแช่งและสายตาดูถูกของคนทั้งมหาวิทยาลัย
หมวกปริญญาที่เคยร่วงลงพื้น ถูกฉันหยิบขึ้นมาสวมอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ วันนี้ฉันไม่ได้แค่รับปริญญาบัตร… แต่ฉันได้รับชีวิตของฉันกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์