IV. เผชิญหน้ากับปีศาจจากอดีต
ชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาไม่มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงเปลวไฟแห่งความเกลียดชังที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
“ดอน อเลฮานโดร น่ะเหรอ? หึ… เขาตายไปตั้งแต่อยู่ที่ยุโรปเมื่อหกเดือนก่อนแล้ว” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาหาฉันช้าๆ แต่ละก้าวของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนลืมหายใจ “ฉันคือคนช้อนซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลมอนเตเนโกร และฉันคือคนที่ยื่นข้อเสนอให้พ่อสารเลวของเธอขายลูกสาวตัวเองเพื่อแลกกับเงิน!”
“คุณทำแบบนี้ทำไม… ครอบครัวของฉันไปทำอะไรให้คุณ?!” ฉันถามทั้งน้ำตา ร่างกายยังคงสั่นสะท้าน
“จำตระกูล ‘วาลเดซ’ ได้ไหม คลาร่า?” คำพูดของเขาทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน “สิบปีก่อน พ่อของเธอหักหลังหุ้นส่วน ทรยศเพื่อนสนิทอย่างพ่อของฉัน แย่งชิงธุรกิจ ยัดข้อหาโกงเงินจนพ่อของฉันต้องติดคุกและจบชีวิตตัวเองในนั้น… แม่ของฉันตรอมใจตาย ส่วนฉันต้องระหกระเหินหนีตายไปต่างประเทศเหมือนหมาข้างถนน”
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายอันตราย “ฉันชื่อ ‘เอเดรียน วาลเดซ’ และฉันกลับมาเพื่อเอาทุกอย่างที่พวกมันเคยโกงไปคืน… รวมทั้งทำลายชีวิตของทุกคนในตระกูลมอนเตเนโกรให้ย่อยยับ!”
“แต่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ! ตอนนั้นฉันยังเด็ก…” ฉันพยายามประท้วง
“ฉันรู้” เอเดรียนขัดขึ้น เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงเฉียบขาด “เพราะแบบนั้นฉันถึงบอกไงว่าเธอไม่ใช่เป้าหมาย ฉันจะไม่แตะต้องเธอตราบใดที่เธออยู่เฉยๆ และทำหน้าที่เป็น ‘ภรรยา’ ของดอน อเลฮานโดรต่อหน้าสื่อและครอบครัวของเธอ”
V. แผนการลวงโลก
วันรุ่งขึ้น เกมการล้างแค้นของเอเดรียนก็เริ่มเปิดฉากขึ้น ในฐานะ “ดอน อเลฮานโดร” (ซึ่งกลับมาใส่หน้ากากอีกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น) เขาได้เชิญครอบครัวของฉันมาที่คฤหาสน์เพื่อเจรจาเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินและเคลียร์หนี้สิน พ่อและแม่ของฉันเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ประจบสอพลอชายชราบนรถเข็นอย่างน่าสมเพช โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังเดินเข้าสู่กับดักของมัจจุราช
“ดอน อเลฮานโดรครับ นี่คือเอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูลเรา และหุ้นทั้งหมดในบริษัท…” พ่อของฉันรีบยื่นเอกสารให้ด้วยความกระตือรือร้น “ตามสัญญา… เงินทุนก้อนใหม่ที่จะช่วยพยุงบริษัทของเรา…”
ทันใดนั้น ชายชราบนรถเข็นก็ส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอันทรงพลังออกมา พ่อและแม่ของฉันชะงักด้วยความแปลกใจ
เอเดรียนเอื้อมมือขึ้นไปลอกหน้ากากซิลิโคนออกต่อหน้าต่อตาพวกเขา!
“อ… เอเดรียน?! แกยังไม่ตาย?!” พ่อของฉันหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นผี ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด
“ใช่ ฉันยังไม่ตาย… และฉันกลับมาทวงหนี้เลือด” เอเดรียนลุกขึ้นยืน แววตาเต็มไปด้วยความแค้น “เอกสารที่แกเพิ่งเซ็นไปเมื่อครู่ไม่ใช่สัญญาพยุงบริษัท แต่มันคือสัญญาโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดของมอนเตเนโกรมาเป็นของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหนี้สินพันล้านของแก… ฉันได้ส่งหลักฐานการฉ้อโกงและเลี่ยงภาษีทั้งหมดของแกให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว”
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังสนั่นหน้าคฤหาสน์ พ่อและแม่ของฉันกรีดร้อง ไร้ซึ่งความสง่างามเหมือนในอดีต พวกเขาถูกใส่กุญแจมือและลากตัวออกไปต่อหน้าต่อตาฉัน ก่อนไป พ่อหันมาตะโกนใส่ฉัน “คลาร่า! ช่วยพ่อด้วย! อ้อนวอนมันสิ! แกเป็นเมียมันนะ!”
ฉันทำเพียงแค่ยืนดูเงียบๆ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะสงสาร… แต่เพราะในที่สุด ฉันก็หลุดพ้นจากพันธนาการของครอบครัวที่เห็นแก่ตัวนี้เสียที
VI. ตอนจบ: จุดเริ่มต้นใหม่ในกรงทอง
หลังจากพายุแห่งความแค้นผ่านพ้นไป ตระกูลมอนเตเนโกรล่มสลายลงในชั่วข้ามคืน พ่อและแม่ต้องชดใช้กรรมในคุก ทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึด
ฉันยืนอยู่ที่ระเบียงห้องนอน มองดูพระอาทิตย์ตกดิน รู้สึกว่างเปล่าแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกปลอดภัยเป็นครั้งแรกในชีวิต เสียงฝีเท้าของเอเดรียนเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังฉัน เขาไม่ได้ใส่หน้ากากอีกต่อไปแล้ว
“เธอเป็นอิสระแล้ว คลาร่า” เขาพูดพลางยื่นพาสปอร์ตและเงินจำนวนหนึ่งให้ฉัน “เธอจะไปไหนก็ได้ตามที่เธอต้องการ ฉันเคลียร์ชื่อของเธอออกจากเรื่องสกปรกทั้งหมดแล้ว”
ฉันหันไปมองหน้าชายหนุ่มผู้ลึกลับและอันตรายคนนี้ “คุณปล่อยฉันไปจริงๆ เหรอ? ทั้งๆ ที่ฉันคือสายเลือดของคนที่ทำลายครอบครัวคุณ?”
เอเดรียนเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้มีแววสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เธอไม่ใช่พ่อของเธอ… และตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเห็นว่าเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง”
ฉันมองเงินและพาสปอร์ตในมือ ก่อนจะส่งมันคืนให้เขา แล้วยิ้มออกมาบางๆ
“ฉันไม่มีที่ไปหรอกค่ะ… และถ้าฉันจะขออยู่ต่อในฐานะ ‘คลาร่า วาลเดซ’ ไม่ใช่เมียของดอน อเลฮานโดรลวงโลกคนนั้น… คุณจะรังเกียจไหม?”
เอเดรียนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้น เป็นยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา เขาเอื้อมมือมากุมมือของฉันไว้เบาๆ
“คฤหาสน์หลังนี้มันกว้างเกินไปสำหรับคนคนเดียวอยู่แล้ว… ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรา คลาร่า”
จากความแค้นที่แสนระทึกขวัญ บัดนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันบทใหม่ บนซากปรักหักพังของอดีตที่ได้รับการสะสาง