คุณหมอเดินออกมาพร้อมกับถอดหน้ากากอนามัย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งใจ
“ยินดีด้วยครับคุณคาร์ลอส ภรรยาและลูกชายของคุณปลอดภัยแล้ว… เป็นปาฏิหาริย์จริงๆ ครับที่คุณพาเธอมาส่งทันเวลา เพราะเธอไม่ได้ตาย แต่เธอถูกฉีดยาในกลุ่มยาสลบและยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรุนแรง ซึ่งส่งผลให้หัวใจเต้นช้ามากจนแทบวัดชีพจรไม่ได้ และทำให้หมดสติไปเหมือนคนตาย”
คำพูดของหมอทำให้ผมชาวาบไปทั้งตัว ยาสลบรุนแรงงั้นเหรอ? นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการฆาตกรรม!
หลังจากที่เอเลนาย้ายเข้าไปพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยวิชาชีพพิเศษ ผมรีบเข้าไปกุมมือเธอไว้ ไม่นานนัก เธอก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มทันทีที่เห็นหน้าผม
“ที่รัก… ฮือออ… คุณแม่… คุณแม่จะฆ่าฉันกับลูก” เอเลนาสะอื้นไห้ ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เธอเล่าความจริงทั้งหมดให้ผมฟัง หลังจากที่เราวิดีโอคอลกันเมื่อคืน ดอนย่า คาร์เมลา หรือแม่ของผม ได้เข้ามาหาเธอที่บ้านพร้อมกับแก้วนม อ้างว่าอยากจะผูกมิตรและดูแลสะใภ้ก่อนคลอด แต่หลังจากที่เอเลนาดื่มนมแก้วนั้นเข้าไป เธอก็เริ่มชาไปทั้งตัวและขยับไม่ได้ เธอได้ยินเสียงแม่พูดโทรศัพท์กับญาติๆ อย่างเลือดเย็นว่า:
“เตรียมโลงศพไว้ คืนนี้อีนี่มันต้องตาย และพรุ่งนี้ตอนที่คาร์ลอสกลับมา ทุกอย่างต้องฝังให้เรียบร้อย ฉันจะไม่ยอมให้สายเลือดชั้นต่ำของมันมาสืบทอดมรดกของตระกูลเราเด็ดขาด!”
เอเลนาถูกขังอยู่ความมืดมิดของโลงศพ ร่างกายขยับไม่ได้และหายใจโรยริน เธอได้ยินเสียงผมร้องไห้ และด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ เธอจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายทั้งหมด ส่งจิตไปหาลูกในท้องให้ช่วยกันสู้ จนเกิดเป็นแรงเตะที่ทำให้ผมสังเกตเห็น
บทสรุปอันสิ้นสุดของคนบาป
ความจริงอันโหดร้ายทำให้ผมไม่เหลือความผูกพันในความเป็นแม่ลูกอีกต่อไป ผมต่อสายตรงถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในคืนนั้นทันที พร้อมนำหลักฐานแก้วนมที่มีคราบยาตกค้าง และผลตรวจเลือดจากทางโรงพยาบาลส่งให้พนักงานสอบสวน
เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุม ดอนย่า คาร์เมลา และญาติที่มีส่วนรู้เห็นถึงในบ้านพัก วินาทีที่กุญแจมือสับลงบนข้อมือของเธอ แม่ยังคงกรีดร้องและจ้องมองผมด้วยสายตาเคียดแค้น: “แกมันลูกเนรคุณ คาร์ลอส! แกเลือกอีผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นมากกว่าแม่ตัวเอง!”
ผมไม่ได้ตอบโต้อะไร นอกจากการมองดูร่างของหญิงวัยกลางคนผู้ถือดีในศักดิ์ศรีถูกควบคุมตัวขึ้นรถตำรวจไป เพื่อชดใช้กรรมในคุกตลอดชีวิตที่เหลืออยู่
เมื่อเรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไป ผมเดินกลับเข้ามาในห้องพักฟื้น มองดูเอเลนาที่กำลังโอบกอดลูกชายตัวน้อยของเราไว้ในอ้อมอก แสงแดดอุ่นๆ ของเช้าวันใหม่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บ้านของเราอาจจะไม่ได้ร่ำรวยด้วยเงินทองอันสูงส่งของตระกูลเดิมอีกต่อไป แต่ ณ วินาทีนี้ ผมรู้ดีว่าครอบครัวที่แท้จริงของผมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว… และฝันร้ายในโลงศพนั้นจะไม่มีวันกลับมาทำร้ายเราได้อีกตลอดกาล