หลังจากหย่าร้าง อดีตแม่สามีและครอบครัวก็บุกมาดูถูกหาว่าฉันกลายเป็นคนจนตรอก… แต่เมื่อพวกเขาก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์ส่วนตัวของฉัน ถึงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่สูญเสียทุกอย่าง!

ตอนที่ 4: เผชิญหน้า ณ ประตูสวรรค์

รถบีเอ็มดับเบิลยูสภาพเก่าทรุดโทรมแล่นมาจอดที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีทองอร่าม แอนตันและคุณนายคาร์เมนก้าวลงมาจากรถ สายตาของพวกเขามองสำรวจกำแพงหินอ่อนและสวนสไตล์อิตาลีที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาด้วยความตกตะลึง แต่ความเย่อหยิ่งที่มีอยู่เต็มอกทำให้คุณนายคาร์เมนแค่นยิ้มออกมา

“หึ! คิดว่ามันจะหลอกเราได้เหรอแอนตัน?” แม่สามีหันไปพูดกับลูกชาย “อีตานั่นที่สืบมาบอกว่ายัยอิซาเบลล่าอยู่ที่นี่ มันคงมาสมัครเป็นคนใช้หรือคนสวนในคฤหาสน์นี้ล่ะสิ ไม่ก็คงเสี่ยแก่ๆ เลี้ยงไว้! คนอย่างมันจะมามีปัญญาอยู่อาศัยในที่แบบนี้ได้ยังไง”

“นั่นสิครับคุณแม่ วันนี้แหละผมจะสมน้ำหน้ามันให้สะใจ คอยดู!” แอนตันหัวเราะร่า ก่อนจะกดกริ่งหน้าประตูอย่างแรงราวกับเป็นเจ้าของบ้าน

ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูรั้วรีโมตบานยักษ์ก็เปิดออกอย่างช้าๆ บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำเข้มสี่คนเดินตรงออกมาล้อมพวกเขาสองคนไว้ทันที คุณนายคาร์เมนเริ่มหน้าถอดสี แต่ยังคงแผดเสียงแหลม “พวกแกทำอะไรน่ะ! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันมาหายัยผู้หญิงยากจนที่ชื่ออิซาเบลล่า ไปลากหัวมันออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้!”

ตอนที่ 5: ความจริงที่ตบหน้าอย่างแรง

“ไม่ต้องลากหรอกค่ะ… ฉันอยู่นี่แล้ว”

เสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากเบื้องหลังบอดี้การ์ด พวกเขาต่างแยกทางและก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม เผยให้เห็นร่างของฉันในชุดเดรสผ้าไหมแบรนด์เนมหรูหรา เครื่องเพชรระยิบระยับที่คอและข้อมือของฉันมีมูลค่ามากกว่าคฤหาสน์หลังเก่าของพวกเขาเสียอีก ข้างกายของฉันมีเลขานุการส่วนตัวและหัวหน้าพ่อบ้านคอยเดินตามอย่างใกล้ชิด

แอนตันอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน “อิ… อิซาเบลล่า? ทำไมเธอแต่งตัวแบบนี้? แล้วทำไมคนพวกนี้ถึง…”

“อ๋อ… นึกออกแล้ว!” คุณนายคาร์เมนหวีดร้อง ชี้หน้าฉันด้วยนิ้วที่สั่นเทา “แกขโมยเงินของคนในบ้านนี้ใช่ไหม! หรือแกยอมขายตัวเพื่อเอาเงินมาเช่าชุดพวกรวมถึงคฤหาสน์หลังนี้เพื่อมาหลอกพวกเรา?! แกมันก็แค่ยัยบ้านนอกไม่มีหัวนอนปลายเท้า!”

หัวหน้าบอดี้การ์ดก้าวเข้ามาข้างหน้าทันที แต่ฉันยกมือห้ามไว้ ฉันมองหน้าอดีตแม่สามีด้วยสายตาสมเพช

“คุณนายคาร์เมนคะ…” เลขานุการของฉันก้าวขึ้นมาข้างหน้า พลางเปิดแท็บเล็ตแล้วอ่านเสียงดังฟังชัด “ที่ดินผืนนี้ คฤหาสน์หลังนี้ รวมถึง ‘เดอ ลา แมร์เซด กรุ๊ป’ ทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์โดยชอบธรรมของ คุณหนูอิซาเบลล่า เดอ ลา แมร์เซด ประธานกรรมการบริหารสูงสุดแต่เพียงผู้เดียวค่ะ”

คำว่า ‘เดอ ลา แมร์เซด’ ทำเอาแอนตันถึงกับเข่าอ่อนจนเกือบทรุดลงกับพื้น “เดอ ลา แมร์เซด… ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้… เป็นไปไม่ได้!”

ตอนที่ 6: บทเรียนราคาแพงของคนตาบอด

“จำได้ไหมแอนตัน? ตลอดห้าปีที่แต่งงานกัน บริษัทของนายได้เซ็นสัญญากับบริษัทในเครือเดอ ลา แมร์เซด จนทำให้นายมีเงินใช้จ่ายมือเติบ” ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ มองอดีตสามีที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดเหมือนคนตาย “นั่นไม่ใช่เพราะความสามารถของนายเลยสักนิด… แต่เป็นเพราะฉันที่คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง”

“และทันทีที่พวกนายไล่ฉันออกจากบ้านพร้อมใบหย่าใบนั้น… ฉันก็แค่สั่งถอนทุนคืนทั้งหมด” ฉันยิ้มบางๆ “เป็นยังไงบ้างล่ะคะ? รสชาติของการเป็นคนล้มละลาย”

คุณนายคาร์เมนเมื่อได้ยินความจริงทั้งหมด ถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นหญ้า ใบหน้าหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจและหวาดกลัว หล่อนคลานเข้ามาเกาะชายกระโปรงของฉัน “อิซาเบลล่า… แม่ผิดไปแล้ว แม่มันตาบอดเอง! ช่วยบริษัทของแอนตันด้วยเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่ความรักห้าปีที่ผ่านมา…”

แอนตันเองก็รีบก้มกราบ “อิซาเบลล่า! ผมรักคุณนะ เรากลับมาแต่งงานกันใหม่ได้ไหม? ผมยอมคุณทุกอย่างเลย!”

ฉันถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อไม่ให้มือสกปรกของพวกเขาสัมผัสโดนตัว ก่อนจะสั่งเสียงเฉียบขาดกับบอดี้การ์ด

“ลากตัวพวกเขาสองคนออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของฉัน… แล้วสั่งห้ามไม่ให้ขยะสองชิ้นนี้เข้ามาเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด”

ตอนจบ: ผู้ชนะที่แท้จริง

เสียงกรีดร้องอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังของสองแม่ลูกตระกูลมอนเตลิบานูดังระงม ขณะที่พวกเขาร่างกายถูกลากออกไปนอกรั้วและถูกโยนทิ้งไว้ข้างถนนอย่างไม่ใยดี รถบีเอ็มเก่าๆ ของพวกเขาถูกยึดทรัพย์สินในวันต่อมา และพวกเขาก็ต้องย้ายไปอยู่ในสลัมแออัดเพื่อชดใช้หนี้สินที่ไม่มีวันหมดสิ้นไปตลอดชีวิต

ฉันหันหลังเดินกลับเข้าคฤหาสน์อันโอ่อ่าของฉัน หยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบพลางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสบายใจ

พวกเขามองว่าฉันเป็นขยะและขับไล่ฉันออกมา… แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาเองนั่นแหละที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วนิรันดร์!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *