เมื่อเสียงแตรสรรเสริญดังกระหึ่ม ร่างในเครื่องแบบเต็มยศที่เดินนำขบวนเข้ามากลับไม่ใช่ชายชาตรี แต่เป็นหญิงสาวที่เดินด้วยท่วงท่าสง่างามและทรงพลัง ทุกสายตาในฮอลล์ต่างจับจ้องมาที่เธอ โดยเฉพาะเครื่องแบบสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยเหรียญตราเกียรติยศเต็มแผงอก และบนบ่าที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกาย… ดาวหนึ่งดวงของยศพลตรี
คุณนายอกาธาที่กำลังหัวเราะร่าถึงกับตาค้าง เธอลุกขึ้นยืนพรวดพราดด้วยความโกรธจัดและโมโหจนหน้ามืด โดยไม่ทันสังเกตเห็นดวงดาวบนบ่าเสื้อของฉันเลยสักนิด
“จับเธอไว้! จับยัยคนนี้เร็วเข้า!” แม่สามีกรีดร้องลั่นเสียงแหลม ชี้มือสั่นเทาตรงมาที่ฉัน “แกกล้าดียังไงถึงไปขโมยเครื่องแบบท่านนายพลมาใส่! ยัยเสมียนชั้นต่ำ แกกำลังจะทำให้ลูกชายฉันเสื่อมเสียชื่อเสียง! ทหาร! ลากตัวยัยต้มตุ๋นคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!”
มาร์โกหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้ามาดึงแขนฉันอย่างแรง “เอลิน่า! เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?! อยากติดคุกหรือไง! ถอดชุดนี้ออกแล้วกราบขอโทษทุกคนเดี๋ยวนี้ ก่อนที่อนาคตร้อยเอกของผมจะพังเพราะเธอ!”
IV. ความจริงที่ทำให้ทุกคนต้องคุกเข่า
ท่ามกลางเสียงซุบซิบและท่าทีตื่นตระหนกของคนในงาน ฉันสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมาร์โกอย่างแรง สายตาเฉียบคมและทรงอำนาจที่ฉันซ่อนไว้มาตลอด 6 ปี จ้องลึกเข้าไปในตาของเขา ทำเอามาร์โกถึงกับก้าวถอยหลังด้วยความผวา
ก่อนที่คุณนายอกาธาจะอ้าปากโวยวายต่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายกลุ่มหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา ผู้บัญชาการทหารบก และเหล่าพลเอกระดับสูงของกองทัพเดินตรงเข้ามายังจุดที่พวกเรายืนอยู่
มาร์โกและแม่ของเขายิ้มออกทันที เพราะคิดว่าผู้ใหญ่กำลังจะมาจัดการกับฉัน
“ท่านผู้บัญชาการครับ! เมียของผมเธอสติไม่ดี เธอขโมยชุด…” มาร์โกพยายามจะฟ้อง
“ทำความเคารพ!”
เสียงตะโกนสั่งการดังลั่นห้องโถง แต่คนที่ทำความเคารพกลับไม่ใช่ฉัน… เป็นท่านผู้บัญชาการทหารบกและนายพลทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ที่พร้อมใจกันยกมือขึ้นวันทยหัตถ์ให้ฉันอย่างพร้อมเพรียงและนอบน้อมที่สุด
“ยินดีต้อนรับกลับสู่กองทัพอย่างเป็นทางการครับ ท่านพลตรี เอลิน่า วัลเดรามา ขอบคุณสำหรับภารกิจลับที่ท่านช่วยปกป้องประเทศชาติไว้ครับ!” เสียงของท่านผู้บัญชาการดังก้องผ่านไมโครโฟนไปทั่วทั้งงาน
V. จุดจบของคนจองหอง
วินาทีนั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งฮอลล์จนได้ยินเสียงลมหายใจ มาร์โกอ้าปากค้างจนแทบจะถึงอก ส่วนคุณนายอกาธาเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้น ห้องโถงหมุนคว้างในหัวของพวกเขาทั้งสองคน
“พ… พลตรีงั้นเหรอ?” มาร์โกครางออกมา น้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าไร้สีเลือดเมื่อตระหนักได้ว่า “เสมียน” ที่เขาคอยจิกหัวใช้และดูถูกอยู่ทุกวัน แท้จริงแล้วคือผู้บังคับบัญชาการระดับสูงที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาหลายเท่าตัว
ฉันหันไปมองมาร์โกที่กำลังตัวสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาด
“ร้อยโทมาร์โก… ตลอดหกปีที่ผ่านมา ฉันทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและอดทนต่อคำดูถูกของครอบครัวคุณมาโดยตลอด เพราะเห็นแก่หน้าที่การงานของคุณและภารกิจของชาติ” ฉันเว้นจังหวะ มองไปที่แม่สามีที่กำลังตัวสั่นเป็นลูกนก “แต่วันนี้ คุณบอกว่าฉันเป็นตัวถ่วง และแม่ของคุณบอกว่าฉันเป็นแค่คนรับใช้…”
“เ… เอลิน่า ผมขอโทษ… ผมไม่รู้จริงๆ” มาร์โกทรุดเข่าลงกับพื้น พยายามจะเอื้อมมือมาจับชายเสื้อของฉัน แต่นายทหารคนสนิทของฉันก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที
“ท่านพลตรีเอลิน่าครับ พิธีมอบเหรียญเกียรติยศสูงสุดและประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติจากท่านประธานาธิบดีพร้อมแล้วครับ” นายทหารคนสนิทรายงาน
ฉันมองข้ามหัวมาร์โกและแม่ของเขาไป ราวกับพวกเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
“ร้อยโทมาร์โก สำหรับพฤติกรรมการดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา และการใช้วาจาไม่เหมาะสมในสถานที่ราชการ ฉันจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยสอบสวนคุณอย่างเป็นทางการ… ส่วนเรื่องของเรา สัญญาหย่าจะถูกส่งไปที่บ้านภายในเย็นนี้”
ฉันเดินผ่านร่างของมาร์โกและคุณนายอกาธาที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น ตรงขึ้นไปยังเวทีเกียรติยศท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างกึกก้องของทหารทั้งกองทัพ ทิ้งให้สองแม่ลูกจมอยู่กับความอับอายและความจริงที่ว่า พวกเขาได้ทำลายชีวิตและโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตไป ด้วยความโอหังและดูถูกคนของตัวเอง!