“ซักผ้าแล้วไปทำอาหารเช้าซะ!” เสียงแผดจ้าวของหลานสาวสามีที่มาขออาศัยอยู่คอนโดฉันฟรีๆ

ตอนจบ: จุดจบของคนเนรคุณ

เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามคนขึ้นมาถึงหน้าห้อง เปาโลยังคงคุกเข่าอ้อนวอนพร้อมน้ำตาคลอเต็ง เขานึกว่าน้ำตาและการบีบน้ำตาแบบเดิมๆ จะทำให้ฉันใจอ่อนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

“อันเดรีย… ได้โปรดเถอะนะ! เราเป็นสามีภรรยากันนะ!” เปาโลร้องไห้คร่ำครวญ “ฉันผิดไปแล้ว คิมเบอร์ลี่ก็ยังเด็กและลืมตัว ไปยกโทษให้พวกเราเถอะนะ ให้โอกาสฉันแก้ไขตัวใหม่!”

ฉันยืนมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ “โอกาสเหรอ? ฉันให้โอกาสแกมาตลอด 8 เดือน เปาโล แต่แกกลับตอบแทนฉันด้วยการพาหลานสาวมาเหยียดหยามฉันถึงในห้องนอน”

ฉันหันไปหาหัวหน้า รปภ. “ช่วยยกกระเป๋าเสื้อผ้าของสองคนนี้ออกไปจากคอนโดฉันทีค่ะ ถ้าพวกเขาขัดขืน แจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุกได้เลย”

ถอดหน้ากากอลัชชี

คิมเบอร์ลี่ที่เพิ่งดึงกางเกงในออกจากปากได้ พยายามจะแผดเสียงกรีดร้องและด่าทอฉันอีกครั้ง “แกมันยักษ์มาร! แกมันยัยป้าใจดำ! Tito เปาโล ไม่ต้องไปง้อส้นเท้ามันหรอก! ให้มันรู้ไปเลยว่าปราศจากพวกเรา มันก็แค่ยัยแก่ขึ้นหนอง!”

“งั้นเหรอ?” ฉันยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดหน้าจอให้เธอและเปาโลดู

มันคือ รายงานการอายัดบัตรเครดิตเสริม ที่ฉันเพิ่งกดอนุมัติไปเมื่อ 5 นาทีก่อน พร้อมกับหน้าจอแชตที่ฉันรวบรวมไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งคิมเบอร์ลี่ใช้บัญชีปลอมโพสต์ด่าฉันลงอินเทอร์เน็ต และแอบเอาบัตรเครดิตของฉันไปรูดซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมรวมมูลค่ากว่าหลายแสนบาท

“กระเป๋า Chanel และรองเท้า Gucci ที่แกเพิ่งโพสต์อวดลง Instagram เมื่อสัปดาห์ก่อนน่ะ… ฉันยื่นหลักฐานให้ทนายแจ้งความข้อหา ลักทรัพย์และฉ้อโกง เรียบร้อยแล้ว” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “และเตรียมตัวโดนคดีทำร้ายร่างกายเพิ่มด้วย จากคราบ DNA บนกางเกงในเน่าๆ ของแกที่ขว้างใส่หน้าฉัน”

หน้าของคิมเบอร์ลี่ถอดสีทันที จากเด็กสาวกร่างๆ กลายเป็นไก่ต้มที่กำลังจะโดนเชือด เธอล้มพับลงไปกองกับพื้นพร้อมกับร้องไห้โฮด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง เพราะเธอรู้ดีว่าคดีอาญาจะทำให้หมดอนาคตทันที

การกวาดล้างครั้งใหญ่

รปภ. ช่วยกันหิ้วปีกเปาโลและลากตัวคิมเบอร์ลี่ออกไปจากเพนท์เฮาส์หรูของฉัน พร้อมกับถุงขยะใส่เสื้อผ้าของพวกเขาที่ฉันให้แม่บ้านช่วยกันกวาดลงถุงอย่างไม่ใยดี

ยามที่ประตูดิสเพลย์หรูหราปิดลง เสียงโวยวายและเสียงร้องไห้ของพวกเขาก็ดังลั่นอยู่ตรงโถงลิฟต์ข้างนอก ชาวบ้านและเพื่อนบ้านต่างออกมายืนดูด้วยความสมเพช

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น…

  1. รถยนต์หรู: ฉันส่งรถสไลด์ไปยึดรถยนต์ BMW ที่เปาโลเคยขับไปอวดเพื่อนๆ คืนทันที เพราะรถคันนั้นเป็นชื่อของฉันและซื้อด้วยเงินของฉัน

  2. คดีฟ้องหย่า: ทนายความของฉันยื่นฟ้องหย่าเปาโลโดยชี้ให้เห็นถึงการทอดทิ้งหน้าที่สามี การประพฤติชั่ว และเรียกศาลสั่งให้เขราชดใช้เงินทั้งหมดที่เขาแอบยักยอกไปจากบัญชีคู่

  3. บทเรียนของคิมเบอร์ลี่: พ่อแม่ของคิมเบอร์ลี่ (พี่สาวของเปาโล) รีบบิดไฟลท์บินมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาคุกเข่ากราบเท้าขอร้องฉันไม่ให้ส่งลูกสาวเข้าคุก ฉันยอมถอนแจ้งความคดีลักทรัพย์ให้ ก็ต่อเมื่อ พ่อแม่ของเธอยอมเซ็นสัญญาชดใช้เงินทั้งหมดที่คิมเบอร์ลี่รูดผ่านบัตรฉัน พร้อมดอกเบี้ย!

ฟ้าหลังฝนและความสุขที่แท้จริง

สามเดือนต่อมา คดีหย่าร้างเสร็จสิ้น ฉันหลุดพ้นจากพันธนาการของสามีเกาะกินและหลานสาวสุดแสบอย่างสมบูรณ์แบบ

เปาโลต้องย้ายกลับไปอยู่อยู่บ้านเช่ารูหนูในต่างจังหวัด ไม่มีรถขับ ไม่มีเงินใช้ และไม่มีใครคบหาเพราะทุกคนรู้พฤติกรรมชั่วของเขา ส่วนคิมเบอร์ลี่ถูกพ่อแม่สั่งห้ามเข้ากรุงเทพฯ อีกตลอดชีวิต และต้องทำงานหนักในโรงงานเพื่อหาเงินมาผ่อนชดใช้หนี้ที่เธอก่อไว้กับฉัน

เช้าวันเสาร์นี้ ฉันตื่นขึ้นมาในเพนท์เฮาส์ที่เงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ฉันจิบกาแฟร้อนๆ พลางมองออกไปที่ทิวทัศน์เมืองมาคาติด้วยความสบายใจ

“บ้านของฉัน ชีวิตของฉัน และกติกาของฉัน… ใครก็ตามที่คิดจะเข้ามาทำลาย มันจะต้องจ่ายบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต!”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *