“มาร์ค… กลับมาแล้วเหรอคะ” ลดาพยายามจะฝืนยิ้มให้ผม แต่เสียงของเธอกลับสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ “ขอโทษนะคะที่ยังล้างไม่เสร็จ ลดาปวดหลังจนต้องนั่งพักเป็นระยะ… แป๊บเดียวนะคะ เหลืออีกไม่กี่ใบแล้ว”
วินาทีนั้น หัวใจของผมเหมือนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมา 14 ชั่วโมงหายไปเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นมาจนอกแทบระเบิด ผมดึงภรรยาเข้ามาโอบกอดไว้แน่น สัมผัสได้ถึงตัวที่สั่นเทาและเหงื่อที่เปียกชุ่มเสื้อผ้าของเธอ
“พอแล้วลดา ไม่ต้องล้างแล้วครับ” ผมพูดเสียงสั่น พลางพยุงเธอไปนั่งพักที่เก้าอี้ทานข้าว “นั่งรอตรงนี้ครึ่งนาทีนะเดีย”
ผมหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความเดือดจดถึงขีดสุด เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าทีวีแล้วกดปิดสวิตช์หน้าจอทันที!
เลือดขึ้นหน้า
เสียงหัวเราะในห้องนั่งเล่นเงียบกริบลงในพริบตา ทั้งสามคนหันมามองผมด้วยสายตาไม่พอใจ
“ทำอะไรของแกน่ะมาร์ค? กำลังดูซีรีส์สนุกๆ” แม่พรโวยวาย
“สนุกมากใช่ไหมครับ?” ผมเค้นเสียงพูด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ “พวกแม่กับน้องมีหัวใจกันบ้างหรือเปล่า?! ลดาอุ้มท้อง 8 เดือน ท้องใหญ่จนเดินยังลำบาก แต่พวกแม่นั่งกินอิ่ม หนังท้องตึง แล้วทิ้งจานชามไว้ให้คนท้องแก่อย่างเธอมานั่งล้างตอนสี่ทุ่มเนี่ยนะ?!”
แซนดี้เบ้ปากแล้วพูดสวนขึ้นมาทันที “โอ๊ยพี่มาร์ค จะอะไรนักหนา แค่ล้างจานเอง คนท้องนะพี่ไม่ใช่คนป่วย ดัดจริตหรือเปล่า? อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร ก็ต้องทำงานบ้านตอบแทนบ้างดิ พวกหนูกับแม่มาอยู่ช่วยดูดวงนะ!”
“ช่วยดูดวง หรือมาเสวยสุขเป็นคุณนาย?!” ผมตวาดลั่นจนแซนดี้สะดุ้ง “เงินทุกบาทที่พวกเธอใช้ อาหารทุกมื้อที่กระแทกปากเข้าไป บ้านหรูๆ ที่นอนตากแอร์กันอยู่นี่ เงินผมทั้งนั้น! ผมให้เงินพวกเธอเดือนละหลายหมื่น แลกกับการที่ให้มาช่วยดูแลลดาตอนผมไม่อยู่ แต่สิ่งที่พวกเธอทำคือเห็นเมียผมเป็นคนรับใช้เหรอ?!”
มิกิน้องสาวอีกคนทำท่าจะอ้าปากเถียง แต่แม่พรรีบยกมือห้ามแล้วลุกขึ้นยืน ชี้หน้าผมด้วยความโมโห
“ไอ้มาร์ค! แกกล้าดีทำไมมาตวาดแม่ตวาดน้องเพราะผู้หญิงคนเดียวฮะ?! มันเป็นสะใภ้ มันก็ต้องปรนนิบัติคนในครอบครัวสิ แค่ล้างจานชามไม่กี่ใบทำเป็นจะเป็นจะตาย ทีตอนแกเด็กๆ ฉันเลี้ยงแกมาเหนื่อยกว่านี้ร้อยเท่า!”
จุดแตกหักและคำประกาศกร้าว
คำพูดทวงบุญคุณที่ไร้เหตุผลของแม่ ทำให้ความอดทนสุดท้ายของผมขาดสะบั้นลง
“ถ้าแม่คิดว่าการเลี้ยงผมมา มันทวงบุญคุณกันได้ไม่จบไม่สิ้น และคิดว่าการมาอยู่ที่นี่คือการมาเป็นเจ้าชีวิตเมียผม…” ผมจ้องหน้าแม่พรรวมถึงน้องสาวทั้งสองคนด้วยสายตาที่เย็นชาและเด็ดขาดที่สุดในชีวิต “งั้นตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป… พวกเธอไม่ใช่ครอบครัวของผมอีกต่อไป!”
ทั้งสามคนหน้าถอดสีทันที
“แกหมายความว่ายังไง?!” แม่พรเสียงสั่น
“ผมให้เวลา 10 นาที เก็บเสื้อผ้าข้าวของทั้งหมดของพวกเธอ แล้วไสหัวออกไปจากบ้านของผมซะ!”
“พี่มาร์ค! นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้วนะ จะให้พวกหนูไปไหน?!” แซนดี้กรีดร้อง
“จะไปไหนก็เรื่องของพวกเธอ! รถเก๋งที่ผมซื้อให้ แซนดี้เอาคีย์การ์ดวางไว้แล้วเดินไปแต่ตัว! คอนโดที่มิกิอยู่ ผมจะหยุดจ่ายค่าเช่าและค่าส่วนกลางตั้งแต่วันพรุ่งนี้! และเงินรายเดือนของแม่… ผมจะอายัดบัญชีทั้งหมด!”
ผมเดินไปเปิดประตูบ้านกว้างออก พลางชี้มือออกไปข้างนอกด้วยความเด็ดขาด
“ในเมื่อพวกเธอไม่มีความเมตตาให้เมียและลูกในท้องของผม ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องกตัญญูกับคนที่คิดจะทำลายครอบครัวของผมเหมือนกัน! ไป๊!!”
เริ่มต้นชีวิตใหม่
แม่พรและน้องสาวทั้งสองคนรู้ดีว่าเมื่อผมเอาจริง ไม่มีใครหยุดผมได้ พวกเธอรีบวิ่งไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างลนลานพลางร้องไห้คร่ำครวญละล่ำละลักพยายามจะขอโทษ แต่สายเกินไปแล้ว… ทันทีที่พวกเธอเดินพ้นประตูบ้าน ผมปิดประตูลงกลอนเสียงดังสนั่น ตัดขาดสายสัมพันธ์ที่เห็นแก่ตัวนั้นทิ้งไว้เบื้องหลัง
ผมเดินกลับเข้ามาในครัว ลดาซบหน้าลงกับอกของผมแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
“มาร์ค… ลดาขอโทษนะคะที่ทำให้มาร์คต้องทะเลาะกับแม่”
ผมจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ แล้วลูบท้องนูนของเธอด้วยความรัก “ลดาไม่ต้องขอโทษครับ ลดาไม่ได้ทำอะไรผิด ต่อจากนี้ไป หน้าที่ของมาร์คคือปกป้องลดากับลูก และใครก็ตามที่ทำร้ายลดา ต่อให้เป็นสายเลือดเดียวกัน… มาร์คก็จะไม่ไว้หน้ามันอีกต่อไป”
คืนนั้น ผมพาภรรยาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พาวิ่งไปนอนพักผ่อนบนเตียงนุ่มๆ ส่วนจานชามกองโตเป็นภูเขาในครัว… ผมลงมือล้างมันด้วยตัวเองจนสะอาดทุกชิ้น
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าเจียนตาย แต่หัวใจของผมกลับรู้สึกโล่งและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพราะผมรู้แล้วว่า… ‘ครอบครัวที่แท้จริง’ ที่ผมต้องปกป้องด้วยชีวิต คือผู้หญิงที่อยู่บนเตียงและลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาต่างหาก ไม่ใช่ปลิงในคราบญาติพี่น้องที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อเรา