ตอนที่ 3: กับดักที่ขุดไว้
(ภาพย้อนอดีต… ในห้องพักผู้ป่วย)
ทนายสมชายเปิดกระเป๋าเอกสารแล้วหยิบหนังสือสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมา สัญลักษณ์ตราประทับของสำนักงานกฎหมายเด่นหราอยู่บนปก
“คุณหนูไอริณครับ” ทนายสมชายอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะแต่งงานใหม่ ท่านได้ระบุในสัญญาก่อนสมรสอย่างชัดเจนว่า ‘คฤหาสน์และที่ดินผืนนี้ เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของท่านเจ้าสัวที่ส่งมอบให้คุณหนูไอริณแต่เพียงผู้เดียว โดยห้ามมิให้คู่สมรสใหม่นำไปซื้อขายหรือโอนย้ายเด็ดขาด’ และที่สำคัญที่สุด…”
คุณพ่อไอไอเบาๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยแววตาที่เป็นประกาย “ถ้าพิมพ์พิศาแอบอ้างสิทธิ์หรือพยายามขายบ้านหลังนี้ สัญญาจะระบุทันทีว่า เธอจะถูกตัดออกจากกองมรดกทุกส่วน และต้องชดใช้ค่าเสียหายคืนให้ลูกเป็น 3 เท่าของราคาที่เธอขายไป!“
ฉันมองหน้าคุณพ่อ น้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะซาบซึ้งในความรักและความฉลาดของคุณพ่อที่วางแผนปกป้องฉันไว้ล่วงหน้า
“ปล่อยให้ยัยนั่นทำตามใจไปเลยลูก…” คุณพ่อกระซิบ “ปล่อยให้ความโลภมันนำทางเธอไปสู่ความพินาศเอง”
ตอนที่ 4: วันแห่งการพิพากษา
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก พิมพ์พิศาเดินลงมาจากชั้นสองในชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสะใจ วันนี้คือวันที่เจ้าของใหม่จะย้ายเข้า และเป็นวันที่เธอคิดว่าจะได้เห็นฉันหอบกระเป๋าออกจากบ้านอย่างผู้แพ้
“อ้าว ไอริณ? ทำไมยังไม่ไสหัวไปอีกซะทีล่ะ” พิมพ์พิศาจิกตาตามองฉันที่นั่งจิบชาอยู่กลางห้องโถง “อ๋อ… หรือว่าไม่มีที่ไป? จะกราบเท้าขอร้องให้ฉันแบ่งเงินให้สักแสนสองแสนไปตั้งตัวก็ได้นะจ๊ะ”
ในตอนนั้นเอง เสียงรถหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ พิมพ์พิศารีบวิ่งออกไปต้อนรับด้วยท่าทางประจบสอพลอ คิดว่าเป็นเศรษฐีคนใหม่ที่จะมาย้ายเข้า
แต่คนที่ก้าวลงมาจากรถตู้วีไอพี กลับเป็น ทนายสมชาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามนาย และชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งที่เป็นผู้ซื้อบ้าน
“อ้าว ทนายสมชาย? มาทำไมคะ? แล้วนี่คุณตำรวจ…” พิมพ์พิศาเริ่มหน้าถอดสี
“คุณพิมพ์พิศาครับ” ทนายสมชายเอ่ยเสียงเรียบพลางชูเอกสารสัญญาก่อนสมรสฉบับจริงขึ้นมา “ผมมาในฐานะผู้จัดการมรดกของท่านเจ้าสัวอัครเดช และตัวแทนทางกฎหมายของคุณไอริณครับ”
“กฎหมายอะไร! ฉันเป็นเมียตีทะเบียน บ้านหลังนี้ต้องเป็นของฉันครึ่งนึง!” พิมพ์พิศากรีดร้อง
“บ้านและที่ดินหลังนี้เป็นของคุณหนูไอริณมาตั้งแต่ต้นครับ ตามสัญญาก่อนสมรสที่คุณเคยเซ็นยินยอมไว้ตอนแต่งงาน และในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า หากคุณนำสินทรัพย์ชิ้นนี้ไปขาย สิทธิ์ในมรดกส่วนอื่นของคุณทั้งหมดจะตกเป็นโมฆะทันที!” ทนายสมชายแถลงไขอย่างฉะฉาน
ตอนที่ 5: บทเรียนราคา 150 ล้านบาท
ชายที่เป็นผู้ซื้อบ้านก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าของเขาโกรธจัด “หมายความว่ายังไงครับทนาย? ยัยผู้หญิงคนนี้ไม่มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้งั้นเหรอ? แปลว่าสัญญาซื้อขายที่ฉันเซ็นไปเป็นโมฆะสิ!”
“ถูกต้องครับคุณลูกค้า” ทนายสมชายหันไปหาพิมพ์พิศา “และเนื่องจากคุณพิมพ์พิศาหลอกลวง นำทรัพย์สินของผู้อื่นไปขายอย่างผิดกฎหมาย คุณต้องคืนเงินมัดจำ 50 ล้านบาทให้คุณลูกค้าทันที และตามสัญญาพินัยกรรมลับ… คุณต้องจ่ายค่าปรับให้คุณไอริณเป็น 3 เท่าของมูลค่ามรดกที่เสียหาย รวมเป็นเงินทั้งหมด 150 ล้านบาทครับ!“
“ไม่จริง!!! พวกแกโกหก! ฉันไม่จ่าย!” พิมพ์พิศากรีดร้องจนเสียงหลง ทรุดฮวบลงไปกับพื้น หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อรู้ว่าเงินมัดจำ 50 ล้านที่เธอได้มา เธอแอบเอาไปซื้อมือถือหรู กระเป๋าแบรนด์เนม และล้างหนี้พนันจนเกือบหมดแล้ว
ฉันลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาเธอช้าๆ แล้วก้มลงมองแม่เลี้ยงใจร้ายที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
“พิมพ์พิศา… คุณบอกว่าอยากจะสอนบทเรียนเรื่องความเคารพให้ฉันใช่ไหม?” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง “ตอนนี้รู้หรือยังว่า ใครกันแน่ที่ต้องเรียนรู้บทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต?”
“ไอริณ… ไอริณลูกรัก แม่ขอโทษ! แม่หน้ามืดตามัวไปเอง ช่วยแม่ด้วย อย่าฟ้องแม่เลยนะ!” พิมพ์พิศาคลานเข้ามาเกาะขาฉัน ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเครื่องสำอางหนาเตอะไหลเยิ้มเต็มหน้า หมดคราบคุณนายเจ้าสัวผู้หยิ่งผยอง
ฉันสะบัดขาออกอย่างไม่ใยดี แล้วหันไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“คุณตำรวจคะ เชิญดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ได้เลยค่ะ ฉันจะไม่ยอมความใดๆ ทั้งสิ้น”
พิมพ์พิศาถูกตำรวจรวบตัวและลากออกไปจากคฤหาสน์ เสียงกรีดร้องและเสียงสะอื้นของเธอค่อยๆ จางหายไปจากเขตรั้วบ้าน บ้านหลังนี้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง… มันคือบ้านของตระกูลฉัน และจะยังคงเป็นของฉันตลอดไป ด้วยความรักและความฉลาดของคุณพ่อที่ปกป้องฉันไว้จากสรวงสวรรค์