Narito ang buong salin sa wikang Thai ng karugtong ng iyong kuwento:
ลูกตาของกาเบรียลเบิกกว้างขวาง เขาแทบหยุดหายใจขณะจ้องมองกระดาษใบนั้นที่กำลังเปียกปอนท่ามกลางสายฝน เขาออกตัววิ่งไปตรงนั้นทันทีโดยไม่สนเสียงบีบแตรระงมของรถยนต์บนถนน EDSA
— คุณครับ! มันอันตรายนะ!
มีคนตะโกนเตือนมาจากข้างทางแต่เขาไม่ได้ยินเลย พอเขาเก็บกระดาษใบนั้นขึ้นมาได้ ก็รีบเปิดมันออกดูทันที และตรงนั้นเอง… ที่ทำให้เขาถึงกับยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก
Twin Pregnancy. (ครรภ์แฝด) เสียงหัวใจเต้นสองดวง เด็กสองคน
มือของเขาแข็งทื่อขณะถือใบอัลตราซาวด์นั้นไว้ ค่อยๆ หันกลับมามองฉัน ใบหน้าของเขาซีดเผือด
— แฝดงั้นเหรอ…?
ฉันไม่ได้พูดอะไร เขา รีบเดินดิ่งเข้ามาหาฉันทันทีแม้ว่าตัวเองจะเปียกโชกไปด้วยฝน
— อาลีนา… ทำไมเธอถึงไม่บอกฉัน?
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น
— แล้วตอนไหนล่ะที่คุณมีเวลาฟังฉันจริง ๆ?
ชะงักไปเลย ในบรรดาช่วงเวลาทั้งหมดตั้งแต่เรารู้จักกันมา… นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีท่าทีหวาดกลัวขนาดนี้
— มันไม่จริงใช่ไหม… เธอจะไม่ทิ้งฉันไปแบบนี้ใช่ไหม…
ฉันหยิบพาสปอร์ตออกจากกระเป๋าอย่างเงียบๆ
— เราจบกันแล้ว กาเบรียล
ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือฉันไว้ หมับ! แน่นหนา… ราวกับกลัวว่าฉันจะอันตรธานหายไป
— ไม่ ไม่จบ
— ปล่อยฉัน
— ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะได้คุยกัน
หยาดฝนไหลรินจากเส้นผมของเขาลงมาตามใบหน้า ฉันแยกไม่ออกว่ามันคือสายนํ้าฝนหรือมีนํ้าตาปนอยู่ด้วย แต่ในวินาทีแรกนี้… ฉันไม่มีความรู้สึกสงสารเหลืออยู่เลย ฉันเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยแทบขาดใจ
— กาเบรียล ตอนที่แม่ของคุณบอกให้ฉันไปทำแท้งลูกของเรา คุณเคยปกป้องฉันบ้างไหม?
เขาเงียบกริบ ตอบไม่ได้
— ตอนที่คืนแล้วคืนเล่าคุณไปอยู่กับเซรีน่า ทิ้งให้ฉันนอนร้องไห้อยู่คนเดียว คุณเคยเลือกฉันบ้างไหม?
เขายังคงเงียบ
— เพราะฉะนั้นตอนนี้… อย่ามาถามเลยว่าทำไมฉันถึงต้องไป
แรงบีบที่มือของเขาค่อยๆ คลายลงทีละน้อย และในจังหวะนั้นเอง… รถแท็กซี่ที่ฉันเรียกไว้ก็มาถึงพอดี ฉันก้าวขึ้นรถไปโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ในกระจกมองข้าง ฉันเห็นเขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน มือยังคงถือใบอัลตราซาวด์ลูกแฝดของเราไว้ ราวกับคนที่เพิ่งสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในชีวิต
ฉันบินมาถึงแวนคูเวอร์หลังจากนั้นสามวัน กาเบรียลไม่ได้ตามมาง้อที่สนามบิน แต่ทว่าทุกๆ คืน… มักจะมีข้อความจากเขาส่งมาเสมอ
“อาลีนา ได้โปรดคุยกับฉันหน่อยเถอะ” “ต่อให้เธอจะโกรธฉันก็ยอมรับมัน แต่อย่าพาลูกของเราหนีไปไกลจากฉันแบบนี้เลย” “ฉันไปที่คอนโดของเธอมาแล้ว แต่เธอไม่อยู่” “ได้โปรด…”
ฉันไม่ตอบกลับเลยแม้แต่ข้อความเดียว ที่แวนคูเวอร์ ฉันอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณป้า มันช่างเงียบสงบ ลมหนาวพัดผ่าน ไม่มีตระกูลเรเยส ไม่มีเซรีน่า ไม่มีแม่ของเขาที่คอยมองว่าฉันเป็นแค่ภาระตัวถ่วง เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี… ที่ฉันสามารถสูดหายใจเข้าได้เต็มปอด
แต่ถึงแม้ฉันจะพยายามทำตัวเข้มแข็งแค่ไหน… ก็ยังมีบางคืนที่ฉันแอบร้องไห้ เพราะลึกๆ แล้วฉันยังรักเขาอยู่ และนั่นแหละคือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด
สี่เดือนผ่านไป ท้องของฉันโตขึ้นเรื่อยๆ ฉันเริ่มทำงานออนไลน์เป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในโตรอนโต ฉันคิดว่าตัวเองกำลังจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งคืนหนึ่ง… คุณป้าเดินเข้ามาในห้องของฉันพร้อมกับถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ
— อาลีนา…
พอเห็นสีหน้าของคุณป้า ใจฉันก็หล่นวูบทันที
— มีอะไรเหรอคะคุณป้า?
— กาเบรียลอยู่ข้างล่าง
โลกของฉันเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
— อะไรนะค?
— เขาเดินทางมาจากฟิลิปปินส์น่ะ
มือไม้ของฉันเย็นเฉียบ ไม่รู้ทำไมหัวใจถึงเต้นระรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ ฉันค่อยๆ เดินลงบันไดมา และตรงนั้นเองที่ฉันได้เห็นเขา เขามีสภาพซูบผอม ดูเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน หนวดเคราเริ่มขึ้นครึ้ม และในมือของเขายังคงถือกระเป๋าสตางค์ใบเดิมที่เป็นของขวัญวันครบรอบปีที่ห้าที่ฉันเคยให้เขา พอเขาหันมาเห็นฉัน… ขอบตาของเขาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
— อาลีนา…
ฉันยืนนิ่งไม่ขยับ เขาเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาก่อน แต่ก็หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นฉันก้าวถอยหลัง แววตาของเขาดูเจ็บปวดรวดร้าวมาก
— ฉันจะไม่บังคับเธอหรอก ฉันแค่แค่อยากมาเจอหน้าเธอเท่านั้น
ฉันยังคงเงียบ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดต่อ
— ฉันตัดขาดกับเซรีน่าแล้วนะ
เปลือกตาของฉันขยับไหวเล็กน้อย
— แล้วยังไงต่อ?
เขายิ้มอย่างขมขื่น
— ตอนนี้ฉันก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับแม่ของฉันแล้วเหมือนกัน
ฉันถึงกับอึ้งไป
— อะไรนะ?
เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ท่าทางดูเหนื่อยล้าเต็มที
— ฉันรู้ความจริงทั้งหมดหลังจากที่เธอหนีมา
ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงสายฝนโปรยปรายอยู่ภายนอกเท่านั้น
— การที่เซรีน่าเข้ามาตีสนิทกับฉันอีกครั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ
— เธอแอบติดต่อกับแม่ของฉันมาตั้งนานแล้ว แม่เป็นคนยุยงให้เซรีน่ากลับมาที่ฟิลิปปินส์เอง
ฉันค่อยๆ เอามือกุมท้องตัวเอง
— แม่ต้องการให้ฉันเลิกกับเธอก่อนที่เราจะแต่งงานกัน
— ถึงว่าล่ะ… ทำไมท่านถึงเกลียดลูกของเรานัก…
ดวงตาของกาเบรียลแดงก่ำขณะจ้องมองมาที่ฉัน
— เธอรู้ไหมว่าเซรีน่าไปเป่าหูแม่ฉันว่า ลูกในท้องอาจจะไม่ใช่ลูกของฉันก็ได้?
ราวกับมีนํ้าเย็นจัดสาดเข้าที่หน้าของฉัน
— อะไรนะ?
เขาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
— และแม่ของฉันก็ดันเชื่อซะด้วย
ฉันทรุดตัวลงนั่งเงียบๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเจอเรื่องสกปรกขนาดนี้
— คืนที่เธอหนีไป… ฉันไปหาเซรีน่าจริง
— ฉันรู้
— แต่ไม่ใช่เพราะฉันรักเธอเลยนะ
เขาสบตาฉันตรงๆ
— ฉันไปเพราะเธออ้างว่ามีอาการแพนิกแอตแทก (Panic Attack) กำลังจะฆ่าตัวตาย
ฉันมองเขาด้วยสายตานิ่งเฉย
— พอฉันไปถึงที่นั่น… ถึงได้รู้ว่าเธอโกหกทั้งเพ เธอแค่ต้องการรั้งให้ฉันอยู่ต่อ
— แล้วคุณก็อยู่ต่อจริงๆ
คำพูดของฉันเหมือนศรที่ปักอกเขา เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงอย่างผู้แพ้
— ใช่… และนั่นคือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉัน
ห้องทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง ครู่หนึ่งเขาก็ค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน
— ฉันไม่ได้ขอให้เธอให้อภัยฉันในตอนนี้หรอกนะ
นํ้าตาเริ่มคลอเบ้าตาของเขา
— แต่ได้โปรด… อย่าตัดฉันออกจากชีวิตของลูกเราเลยนะ
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น หกปี… หกปีเต็มๆ ที่ฉันรักผู้ชายคนนี้ และนี่เป็นครั้งแรก… ที่ฉันได้เห็นเขาในสภาพแบบนี้ ไม่มีมาดความหยิ่งยโส ไม่มีศักดิ์ศรีหลงเหลือ แตกสลายไม่มีชิ้นดี
— กาเบรียล…
ฉันเรียกชื่อเขาเสียงเบา เขา รีบเงยหน้าขึ้นมามองฉันทันที
— เซรีน่าไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันเดินจากมาหรอกนะ
เขานั่งฟังอย่างสงบ
— ฉันเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องเป็นรองอยู่ตลอดเวลา
นํ้าตาเริ่มรื้นขึ้นมาในตาของฉัน
— เป็นรองแม่ของคุณ เป็นรองบริษัทของคุณ เป็นรองชื่อเสียงตระกูลของคุณ เป็นรองทุกๆ อย่าง
น้ำเสียงของฉันเริ่มสั่นเครือ
— ขนาดฉันท้อง… ฉันยังรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวบนโลกนี้เลย
ดวงตาของเขาแดงก่ำจนทนไม่ไหว และก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัว… เขา ก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่น อ้อมกอดที่แฝงไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าฉันจะบุบสลายไป
— ฉันขอโทษ…
เขาพร่ำบ่นคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าข้างหูฉัน
— ฉันขอโทษจริงๆ อาลีนา…
และในที่สุด… หลังจากหลายเดือนที่ฉันพยายามฝืนทำเป็นเข้มแข็งมาตลอด นํ้าตาของฉันก็ไหลทะลักออกมาในอ้อมแขนของเขาจนได้
เราไม่ได้กลับมาคบกันทันที กาเบรียลเลือกที่จะพำนักอยู่ที่แวนคูเวอร์ต่อ ทุกๆ วันเขาจะเป็นคนขับรถรับส่งฉันไปตรวจครรภ์ และเขายังเป็นคนทำอาหารให้ในยามที่ฉันแพ้ท้องอย่างหนัก ช่วงดึกๆ เวลาที่ฉันปวดหลัง เขาก็จะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมานวดบรรเทาอาการให้ฉัน เฝ้ามองดู… ฉันเห็นได้ชัดว่าเขาพยายามปรับปรุงตัวเพื่อพวกเราจริงๆ และนี่เป็นครั้งแรก… ที่ไม่ใช่แค่ฉันฝ่ายเดียวที่มอบความรัก แต่เขาเองก็ลุกขึ้นมาสู้เพื่อคำว่าเราเช่นกัน
ห้าเดือนต่อมา ฉันก็คลอดลูก ได้ลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน กาเบรียลแทบจะร้องไห้โฮออกมาในตอนที่เขาได้โอบอุ้มลูกแฝดของเราเป็นครั้งแรก
— หน้าตาเหมือนเธอเปี๊ยบเลย…
เขาหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา ฉันมองภาพพวกเขาสามคนพ่อลูก และวินาทีนั้นเองที่ฉันตระหนักได้… นี่แหละคือครอบครัวที่ฉันเฝ้าอธิษฐานขอมาตลอด มันอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ ไม่ได้หรูหราเลิศเลอ แต่มันคือเรื่องจริง
หนึ่งปีหลังจากคลอดลูก พวกเราย้ายกลับมาที่มะนิลา และที่นั่นเองที่ทุกอย่างกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เพราะแม่ของกาเบรียลเป็นฝ่ายเดินทางมาหาพวกเราที่บ้านด้วยตัวเอง พอฉันเปิดประตูออกไป ฉันแทบจำเธอไม่ได้เลย เธอซูบผอมลงไปมาก ดูแก่ชราลงอย่างเห็นได้ชัด และรังสีความร้ายกาจจองหองในอดีตได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เธอ ยืนมองลูกแฝดที่กำลังนั่งเล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่นอย่างเงียบๆ แล้วจู่ๆ น้ำตาของเธอก็ไหลพรากออกมา
— แม่ขอ… กอดหลานหน่อยได้ไหม?
ฉันมองเธอด้วยสายตานิ่งๆ ฉันไม่เคยลืมสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับฉันเลย แต่ฉันก็ไม่อยากให้ลูกๆ เติบโตมาท่ามกลางความเกลียดชังในครอบครัวเช่นกัน ฉันจึงพยักหน้าให้เบาๆ ตอนที่เธอโอบกอดลูกแฝดเอาไว้… เธอร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร
— แม่ขอโทษนะ อาลีนา…
เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ
— แม่มันตาบอดเพราะทิฐิและชื่อเสียงเงินทองแท้ๆ…
ฉันยืนมองภาพนั้นเงียบๆ และเป็นครั้งแรก… ที่ความหนักอึ้งในใจของฉันมลายหายไป เพราะฉันไม่มีอะไรที่ต้องพิสูจน์อีกต่อไปแล้ว ผู้ชายที่ฉันรักเลือกฉัน และที่สำคัญที่สุด… ฉันได้เลือกตัวฉันเองแล้วเช่นกัน
ในคืนนั้น ขณะที่ฉันกับกาเบรียลนั่งเคียงข้างกันที่ระเบียงบ้านในมะนิลา เขา ค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือฉันไว้เบาๆ
— ขอบคุณนะที่ไม่ปิดตายประตูหัวใจใส่ฉันจนถึงที่สุด
ฉันยิ้มพลางทอดสายตามองลูกแฝดที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างมีความสุขในห้องนั่งเล่น
— ฉันไม่ได้ยกโทษให้คุณเพราะว่าฉันรักคุณหรอกนะ
หันมามองหน้าฉัน ฉันส่งยิ้มบางๆ ให้เขา
— ฉันยกโทษให้เพราะคุณเรียนรู้ที่จะรักพวกเราอย่างถูกต้องต่างหากล่ะ
และในวินาทีนั้น… ในที่สุดฉันก็รู้ซะทีว่า ตัวเองจะไม่ต้องตกเป็นรองในชีวิตของใครอีกต่อไปแล้ว