จุดจบของการจองหอง

จุดจบของการจองหอง

ห้องพักฟื้นตกอยู่ในความเงียบกริบชนิดที่แม้แต่เสียงเข็มตกยังได้ยิน พ่อของฉันอ้าปากค้าง พยายามจะเค้นเสียงออกมา แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากลำคอ ส่วนแม่ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง มือของเธอยังคงกุมอยู่ที่อก

“คุ… คุณแซนเดอร์ส…” พ่อพูดติดอ่าง เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดซึมตามไรผม “มัน… มันต้องมีความเข้าใจผิดกันแน่ๆ ครับ พวกเราไม่รู้เลยว่า—”

“พวกคุณไม่เคยคิดจะถามมากกว่า” แอลลิสแตร์ตัดบท น้ำเสียงของเขายังคงนิ่งสงบ แต่น่าขนลุก “พวกคุณแค่ตัดสินใจเอาเองว่า ลูกสาวของพวกคุณไม่มีค่า และลูกชายของผมเป็นความอับอาย”

แอลลิสแตร์ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ ทนายความคนหนึ่งที่เดินตามเข้ามาจึงก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมเปิดแฟ้มเอกสารในมือ

“นายท่านแซนเดอร์สครับ” ทนายความพูดเสียงชัดถ้อยชัดคำ “เมื่อสิบนาทีที่แล้ว สัญญาร่วมทุนและวงเงินสินเชื่อทั้งหมดที่เครือบริษัทแซนเดอร์สปล่อยให้แก่บริษัทของตระกูลนี้ ได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้วครับ เนื่องจากมีการละเมิดข้อกำหนดด้านจริยธรรมและมาตรการการบริหารจัดการ”

สีหน้าของพ่อเปลี่ยนจากซีดเผือดกลายเป็นเขียวช้ำ

“ไม่ได้นะครับ! คุณทำแบบนี้ไม่ได้!” พ่อร้องออกมาอย่างลืมตัว “นั่นมันจะทำให้บริษัทของเราเข้าสู่ภาวะล้มละลายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะครับ!”

“งั้นเหรอครับ?” แอลลิสแตร์เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาไม่มีความสงสารเลยแม้แต่น้อย “นั่นฟังดูเหมือนปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของผม”

เขาก้าวเข้าไปหาพ่อของฉันอีกหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขากดทับจนพ่อดูตัวเล็กลงไปถนัดตา

“คุณบอกว่าคุณจะไม่ยอมรับลูกชายของผม” แอลลิสแตร์พูดกระซิบ แต่ทุกลูกคำหนักแน่นราวกับภูเขา “และคุณบอกว่าคุณจะไม่ยอมอุ้มเขา… งั้นผมจะทำให้มั่นใจว่า พวกคุณจะไม่มีวันได้ขยับเข้าใกล้เขา หรือแม่ของเขา ในระยะหนึ่งร้อยเมตรอีกเลยตลอดชีวิต”

ทนายความคนที่สองก้าวขึ้นมาทันที พร้อมยื่นซองเอกสารสีขาวให้พ่อกับแม่

“นี่คือคำสั่งห้ามเข้าใกล้ฉุกเฉินครับ” ทนายความกล่าว “และพรุ่งนี้เช้า ทางเราจะเริ่มดำเนินการฟ้องร้องเพื่อเรียกคืนหุ้นทั้งหมดของตระกูลที่คุณใช้เป็นหลักประกันไว้ รวมถึงการตรวจสอบบัญชีบริษัทย้อนหลังสิบปีเต็ม”

แม่เริ่มร้องไห้โฮออกมาด้วยความ panick เธอคุกเข่าลงกับพื้นห้องพักฟื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี แล้วหันมาทางฉัน

“ลูกจันทร์! ช่วยพูดกับคุณแอลลิสแตร์หน่อยสิจ๊ะ!” แม่ร้องอ้อนวอน น้ำตาไหลนองหน้า “พวกเราเป็นพ่อแม่ของลูกนะ! บริษัทนั่นมันเป็นของครอบครัวเรานะลูก!”

ฉันมองลงมาที่แม่ สายตาของฉันว่างเปล่า ความจงรักภักดีและความรักที่ฉันเคยมีให้พวกเขามันตายจากไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขาโยนเอกสารโอนหุ้นลงบนผ้าห่มของฉันแล้ว

“เมื่อกี้แม่บอกเองไม่ใช่เหรอคะ…” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ว่าฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะสั่งใครได้”

“ลูกจันทร์ ได้โปรดเถอะ!” พ่อพรวดพราดเข้ามาจะจับมือฉัน แต่แอลลิสแตร์ก้าวมาขวางไว้ทันที สายตาของแอลลิสแตร์เย็นชาจนพ่อต้องชะงักมือค้างไว้ในอากาศ

“รปภ.” แอลลิสแตร์พูดสั้นๆ

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งยืนรออยู่หน้าประตู รีบกวักมือเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร่างใหญ่สี่คนเข้ามาในห้องทันที

“นิมนต์พาคุณทั้งสองคนออกไปจากโรงพยาบาลของผมครับ” ผู้อำนวยการสั่งเสียงแข็ง “และยกเลิกสิทธิ์การเข้าเยี่ยมของคนตระกูลนี้ทั้งหมด”

พ่อและแม่ถูกเจ้าหน้าที่รปภ. หิ้วตัวออกจากห้องไป เสียงร้องโวยวายและเสียงอ้อนวอนของพวกเขาดังค้างอยู่ในโถงทางเดิน ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปเมื่อประตูห้องปิดลงอีกครั้ง

ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องพักฟื้นอีกหน

แอลลิสแตร์หันกลับมาหาฉัน ความเย็นชาบนใบหน้าของเขาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนและห่วงใย เขานั่งลงบนขอบเตียง กุมมือฉันไว้แล้วก้มลงจูบที่หลังมือของฉันอย่างแผ่วเบา

“ขอโทษนะที่ปล่อยให้พวกเขารังแกคุณกับลูกก่อนที่ผมจะมาถึง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดจริงจัง

ฉันยิ้มให้เขาพร้อมกับสั่นหน้า “ไม่เลยค่ะ… คุณมาได้เวลาที่เพอร์เฟกต์ที่สุดต่างหาก”

แอลลิสแตร์มองลงมาที่เคิร์กตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของฉัน เขายื่นนิ้วใหญ่ออกไป ให้ลูกชายตัวน้อยได้ใช้มือกำไว้หลวมๆ ใบหน้าของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในวงการธุรกิจเต็มไปด้วยรอยยิ้มของคุณพ่อเห่อลูก

“จากนี้ไป…” แอลลิสแตร์พูดพลางมองหน้าฉัน “ไม่มีใครหน้าไหนจะทำร้ายคุณ หรือเอาอะไรไปจากคุณกับลูกได้อีกแล้ว”

ฉันหลับตาลง ซบหัวลงกับไหล่ของเขา รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความมั่นคงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน พ่อแม่ของฉันอาจจะปฏิเสธลูกชายของฉัน… แต่พวกเขาได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว ส่วนฉันและลูก ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีแต่ความรักและความปกป้องจากชายคนที่พวกเขาสองคนไม่อาจแม้แต่จะแตะต้องได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *