Full Story: เงามืดที่ประตูหน้าบ้าน

เงามืดที่ประตูหน้าบ้าน

หัวใจของผมกระตุกวูบ สัญชาตญาณของการปกป้องคุกรุ่นขึ้นมาทันที ผมก้าวไปข้างหน้า ดันตัวเอมิลี่และลูกชายให้อยู่ข้างหลังผมอย่างระมัดระวัง

“กาวิน… อย่าเปิดนะ” เอมิลี่กระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือจนจับใจ “พวกเขามาเอาตัวนัวห์ไป…”

“ว่าไงนะ?” ผมหันกลับไปมองเธอด้วยความตะลึง “ใครจะมาเอาลูกของเราไป?”

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กระแทกหนักกว่าเดิมจนกรอบประตูไม้สั่นสะเทือน เสียงผู้ชายคนหนึ่งตะโกนเข้ามาจากด้านนอก

“เอมิลี่! เปิดประตู! คุณเลี่ยงเรื่องนี้ไม่ได้หรอกนะ สัญญาก็คือสัญญา!”

ผมจำเสียงนั้นได้ทันที… มันคือเสียงของ มาร์คัส แวนเดอร์เบิลต์ นักลงทุนรายใหญ่และศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจของผม ผู้ซึ่งพยายามจะเทกโอเวอร์ Rowan Technologies มาโดยตลอด

ความสับสนเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นในเสี้ยววินาที ผมเดินตรงไปที่ประตูแล้วเหวี่ยงมันเปิดออกอย่างแรง

มาร์คัสยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับชายร่างใหญ่ในชุดสูทสองคน หิมะตกหนักเกาะอยู่บนไหล่ของเขา เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นผมยืนจ้องหน้าเขาอยู่ รอยยิ้มเย้ยหยันค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา

“กาวิน โรแวน?” มาร์คัสเลิกคิ้ว “โอ้… เซอร์ไพรส์จริงนะเนี่ย ไม่คิดว่าจะเจอประธานบริหารผู้สูงส่งในบ้านหลังเล็กๆ แบบนี้”

“แกมาทำอะไรที่นี่ มาร์คัส?” ผมถาม เสียงต่ำและเย็นชาจนแทบเป็นน้ำแข็ง “และแกกล้าดียังไงมาคุกคามอดีตภรรยาของฉัน?”

“อดีตภรรยา?” มาร์คัสหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม “อ๋อ คุณยังไม่รู้สิการตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณอีกต่อไปแล้ว กาวิน… บ้านหลังนี้ เอกสารสิทธิ์ รวมถึงหนี้สินทั้งหมดของครอบครัวคาร์เตอร์ อยู่ในมือของฉันหมดแล้ว”

ผมขมวดคิ้วแน่น หันไปมองเอมิลี่ที่ยืนหน้าซีดผูกลูกไว้แน่นอยู่ตรงโถงทางเดิน

“หมายความว่ายังไง?” ผมถาม

มาร์คัสก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว “ก่อนที่พ่อของเอมิลี่จะเสียชีวิต บริษัทของเขาติดหนี้ฉันอยู่หลายสิบล้าน และเอมิลี่ใช้บ้านหลังนี้พร้อมกับทรัพย์สินทั้งหมดเป็นหลักประกันเพื่อยื้อเวลา แต่ตอนนี้สัญญาหมดอายุแล้ว… และเงื่อนไขที่เธอตกลงไว้กับฉันก็คือ ถ้าเธอไม่มีเงินจ่าย เธอต้องยกลูกชายของเธอให้ฉันเลี้ยงดู เพื่อแลกกับการยกเว้นหนี้ทั้งหมด!”

คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวของผม

“เธอไม่มีทางทำแบบนั้น!” ผมตะโกนใส่หน้ามัน

“เธอไม่มีทางเลือกต่างหาก!” มาร์คัสสวนกลับทันควัน “เพราะคุณมันงี่เง่าไง กาวิน! คุณบ้างานจนทิ้งเธอไป คุณเซ็นใบหย่าโดยไม่เคยถามสักคำว่าทำไมเธอถึงต้องการเงิน? ทำไมเธอถึงพยายามห่างจากคุณ? เธอไม่อยากให้หนี้สินของครอบครัวเธอมาดึงคุณลงไป และเธอก็รู้ว่าคุณไม่มีทางยอมรับลูกที่เกิดในตอนที่ความสัมพันธ์ของคุณกำลังพังทลาย!”

ทุกคำพูดของมาร์คัสเหมือนมีดที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจผม… มันเป็นความจริงที่แสนเจ็บปวด ผมมันหลงตัวเอง จมอยู่กับความอีโก้จนมองไม่เห็นความทุกข์ของคนที่ผมรักที่สุด

เอมิลี่ก้าวออกมาข้างหน้า น้ำตาไหลพรูเต็มแก้ม “มาร์คัส ได้โปรด… ให้เวลาฉันอีกหน่อย ฉันจะหาเงินมาคืนให้คุณทุกบาททุกสตางค์ แต่อย่าเอานัวห์ไปเลยนะ!”

“หมดเวลาแล้ว เอมิลี่” มาร์คัสพูดเสียงแข็ง แล้วพยักหน้าให้ชายฉกรรจ์สองคนข้างหลัง “ไปเอาเด็กมา”

“ถอยไป!” ผมก้าวเข้าขวางชายสองคนนั้นไว้ทันที สายตาของผมจ้องมองมาร์คัสด้วยความเกลียดชังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“อย่าหาเรื่องเลย กาวิน” มาร์คัสยิ้มเยาะ “คุณอาจจะเป็นมหาเศรษฐี แต่กฎหมายอยู่ข้างฉัน สัญญานี้มีผลสมบูรณ์ คุณไม่มีสิทธิ์มาแทรกแซงเรื่องนี้”

“แกอยากได้เงินใช่มั้ย?” ผมถาม เสียงของผมเริ่มกลับมาราบลื่นและเด็ดขาดแบบมหาเศรษฐีที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า “หนี้ทั้งหมดของเอมิลี่… เท่าไหร่?”

มาร์คัสหัวเราะ “สี่สิบล้านดอลลาร์! และฉันไม่รับเช็คส่วนตัวคืนนี้หรอกนะ พรุ่งนี้เช้าทรัพย์สินจะถูกยึด และเด็กคนนี้…”

ก่อนที่มันจะพูดจบ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดสายด่วนหาทนายความส่วนตัวและรองประธานฝ่ายการเงินของผมทันที แม้จะเป็นคืนคริสต์มาสอีฟ แต่เสียงของผมไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

“อลัน” ผมพูดใส่โทรศัพท์ “โอนเงินสี่สิบล้านดอลลาร์เข้าบัญชีของแวนเดอร์เบิลต์เอ็นเตอร์ไพรส์เดี๋ยวนี้… ซื้อหุ้นทั้งหมดที่เขามีในตลาด และเตรียมเอกสารดำเนินคดีฟ้องร้องมาร์คัส แวนเดอร์เบิลต์ ข้อหาข่มขู่คุกคามและพยายามเลี่ยงภาษีผ่านสัญญาเงินกู้ผิดกฎหมาย ทำเดี๋ยวนี้!”

มาร์คัสหน้าซีดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อเอกสารและข้อหาที่ผมพูดออกไป “แก… แกทำแบบนี้ไม่ได้!”

“ฉันทำได้” ผมก้าวเข้าไปหามัน จ้องตาเขม็ง “เพราะฉันคือ กาวิน โรแวน… และเด็กคนนี้คือ นัวห์ เจมส์ โรแวน ลูกชายของฉัน! ถ้าแกแตะต้องเขาลูกชายฉันหรือแม่ของเขาแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะใช้เงินทุกดอลลาร์ที่ฉันมี ลากแกเข้าคุกและทำลายชีวิตแกให้ไม่เหลืออะไรเลย!”

โทรศัพท์ของมาร์คัสดังขึ้นในวินาทีนั้น เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะมองหน้าผมด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ทนายของเขาคงแจ้งข่าวร้ายแล้วว่าฝันร้ายทางกฎหมายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นหากเขาไม่ถอย

“ถอยกลับไปที่รถของแก” ผมสั่งเสียงเรียบ “แล้วถ้าฉันเห็นแกเข้าใกล้บ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว… แกได้กินข้าวในคุกแทนมื้อเช้าแน่”

มาร์คัสกัดฟันแน่นด้วยความเค้นแค้น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอยกลับไป พวกเขารีบขึ้นรถและขับออกไปในสายหิมะอย่างรวดเร็ว

ความเงียบกลับคืนสู่บ้านหลังเล็กอีกครั้ง เสียงลมหนาวพัดกระพืออยู่ภายนอก แต่ข้างในบ้านกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น

ผมปิดประตูลง แล้วหันกลับมาหาเอมิลี่ เธอยังคงยืนสั่นสะท้อนอยู่ในโถงทางเดิน กอดนัวห์ไว้แน่นด้วยความทรมาน

ผมก้าวเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ร่างกายของผมที่เคยแข็งแกร่งและหยิ่งผยอง บัดนี้กลับทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าเธอและลูกชายของเรา

“กาวิน…” เอมิลี่สะอื้น ยกมือขึ้นปิดปาก

“ฉันขอโทษ… เอมิลี่” ผมพูดออกมาจากซอกลึกของหัวใจ น้ำตาที่ไม่เคยไหลมานานหลายปีพรั่งพรูออกมาอย่างกักเก็บไว้ไม่ได้ “ฉันขอโทษที่ปล่อยให้คุณต้องเผชิญเรื่องทั้งหมดนี้คนเดียว ขอโทษที่ฉันมันงี่เง่า บ้างาน และมองไม่เห็นความรักที่คุณมีให้…”

ผมยื่นมือที่สั่นเทาออกไป สัมผัสผ้าห่มผืนเล็กๆ ของนัวห์เบาๆ เด็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้เล็กน้อยในอ้อมอกของแม่

“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายคุณอีกแล้ว” ผมมองขึ้นไปประสานสายตากับเธอ “ฉันแค่อยากได้ครอบครัวของฉันคืน… ถ้าคุณจะให้อภัยผู้ชายงี่เง่าคนนี้ได้สักครั้ง”

เอมิลี่มองผมด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ความโกรธและความเคียดแค้นที่เธอเคยมี ค่อยๆ ละลายหายไปในสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและย้ำเตือนถึงความรักที่เราเคยมีให้กัน

เธอย่อตัวลงคุกเข่าข้างๆ ผม วางนัวห์ลงในอ้อมแขนของผมเป็นครั้งแรก

สัมผัสของลูกชายตัวน้อย อุ่นและเบาหวิว แต่มันกลับเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าและแตกสลายของผมให้กลับคืนมาสมบูรณ์อีกครั้ง นัวห์ลืมตาสีเขียวคู่นั้นขึ้นมองผม ราวกับจะบอกว่า… ในที่สุดพ่อก็กลับมาบ้านแล้ว

“เมอร์รี่คริสต์มาส… กาวิน” เอมิลี่กระซิบ พร้อมกับยิ้มทั้งน้ำตา

“เมอร์รี่คริสต์มาสครับ… เอมิลี่” ผมตอบ พลางดึงเธอและลูกเข้ามาสวมกอดไว้แน่นใต้อ้อมกอดของผม

ในคืนคริสต์มาสอีฟที่หิมะตกโปรยปราย ผมไม่ได้เพียงแค่ปกป้องลูกชายและอดีตภรรยาไว้ได้เท่านั้น… แต่ผมยังได้พบกับของขวัญที่วิเศษที่สุดในชีวิต นั่นคือโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ในฐานะพ่อ และสามีที่พร้อมจะรักและปกป้องครอบครัวนี้ไปตลอดกาล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *