Full Story: เสียงหัวเราะ และวันคิดบัญชี

จุดจบของคนทรยศ

ยังไม่ทันที่แชมเปญอุ่นๆ จะไหลลงคอของเบรนด้า เสียงประตูห้อง VIP ผนังกระจกก็ถูกเปิดออกอย่างแรง!

ชายในชุดสูทสากลสีเข้มสามคนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศตึงเครียดและเงียบกริบลงในพริบตา แขกเหรื่อที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจของคอนเนอร์ต่างมองหน้ากันด้วยความเลิ่กลั่ก

“คุณเบรนด้า และคุณคอนเนอร์ ใช่ไหมครับ?” ชายวัยกลางคนหัวหน้าชุดจับกุมชูป้ายประจำตัวและหมายศาลขึ้นมาตรงหน้า “ผมมาจากกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เรามีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ และยักยอกเงินลงทุนของบริษัท Apex Solutions”

เบรนด้าสำลักแชมเปญ หน้าซีดเผือด แก้วในมือสั่นสะท้าน “พวกคุณบ้าไปแล้วเหรอ! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?! นี่มันงานวันเกิดฉันนะ แล้วยัยนี่…” เธอชี้หน้าฉันด้วยมือที่สั่นเทา “ยัยนี่มันแค่คนบ้าที่ใส่ร้ายพวกเรา!”

คอนเนอร์ลุกขึ้นยืนพรวด หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด “พวกคุณเข้าผิดห้องแล้วครับ! บริษัทผมเป็นบริษัทนวัตกรรมที่มีความน่าเชื่อถือ—”

“ความน่าเชื่อถือที่สร้างบนลายเซ็นปลอมของฉันน่ะเหรอ คอนเนอร์?” ฉันพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะใช้ผ้าเช็ดคราบสลัดคราบสุดท้ายออกจากมืออย่างพิถีพิถัน

“เจสสิก้า… เธอพูดเรื่องบ้าอะไรของเธอ?!” คอนเนอร์ตะคอกใส่ฉัน แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความลนลาน

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา วางลงบนโต๊ะอาหารต่อหน้าทุกคน แล้วกดเล่นไฟล์เสียง…

เสียงของเบรนด้าดังก้องผ่านลำโพงชัดเจนทุกคำ:

‘โอนเงินงวดสุดท้ายมาให้แม่ก่อนที่ยัยเจสสิก้าจะรู้เรื่องการจำนองนะ พอเราได้บ้านมาเป็นของตัวเองเมื่อไหร่ เราค่อยปิดบริษัท Apex Solutions แล้วทิ้งหนี้ทั้งหมดไว้ให้มันรับผิดชอบ’

ไม่ใช่แค่ไฟล์เสียง… ฉันผสานหน้าจอโทรศัพท์เข้ากับจอทีวีพรีเซนเทชั่นของห้อง VIP แสดงหลักฐานเส้นทางการโอนเงินทั้งหมดจากบัญชี Apex Solutions ไปยังบัญชีม้าของเบรนด้า พร้อมสัญญากู้ยืมเงินที่ถูกปลอมลายเซ็นของฉัน โดยมีเอกสารรับรองการวิเคราะห์ลายเซ็นจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แนบอยู่อย่างครบถ้วน!

แขกในห้องทั้งหกคนซุบซิบกันเซ็งแซ่ หลายคนลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหเมื่อรู้ว่าเงินที่พวกเขาร่วมลงทุนในโครงการเทคโนโลยีทางการแพทย์ ถูกถ่ายโอนไปซื้อเครื่องเพชรและกระเป๋าแบรนด์เนมให้เบรนด้า

“เธอ… ยัยเด็กเมื่อวานซีน! แกแอบแฮกข้อมูล!” เบรนด้ากรีดร้อง ก้าวเข้ามาหมายจะตะปบหน้าฉัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารวบตัวเธอไว้ทันที ล็อคกุญแจมือเสียงดัง แกร๊ก!

“แม่!” คอนเนอร์ร้องเสียงหลง เขาหันมาหาฉัน สายตาเปลี่ยนจากความอวดดีกลายเป็นความอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช “เจสสิก้า… ไดนามิกของครอบครัวเรามันอาจจะแย่ แต่เราคุยกันได้ใช่ไหม? ผมรักเธอนะ! ผมถูกแม่บังคับ… มันเป็นความคิดของแม่ทั้งหมด!”

“คอนเนอร์! แกพูดบ้าอะไรของแก!” เบรนด้าแผดเสียงใส่ลูกชายอย่างไม่เชื่อหู

ฉันมองหน้าชายคนที่เคยสัญญาว่าจะปกป้องฉันไปตลอดชีวิต สายตาของฉันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

“ลูกชายที่น่ารักของคุณ ยอมโยนคุณลงเหวเพื่อรอดตัวคนเดียว… สมกับเป็น ‘ความจงรักภักดีในครอบครัว’ ที่คุณเพิ่งชนแก้วไปเลยนะคะ เบรนด้า” ฉันยิ้มบางๆ ให้เธอ

“อ้อ… แล้วไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบ้านของพ่อฉันนะ” ฉันหันไปพูดกับคอนเนอร์ที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่อีกนายควบคุมตัว “ศาลมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของ Apex Solutions และบัญชีส่วนตัวของพวกคุณสองคนเรียบร้อยแล้ว หนี้สินร้อยกว่าล้านที่พวกคุณสร้างขึ้น พวกคุณคงต้องไปนอนใช้ในคุกเอง”

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวทั้งสองคนเดินออกไปจากห้อง VIP ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามและเสียงด่าทอจากเหล่านักลงทุน เบรนด้าดิ้นรนกรีดร้องจนหมดคราบหรูหรา ส่วนคอนเนอร์เดินคอตก น้ำตาไหลด้วยความสิ้นหวัง… น้ำตาจริงๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการหัวเราะเยาะฉันอีกต่อไป

ฉันก้าวเดินออกจากร้านอาหารหรู ท่ามกลางความเงียบสงบของยามค่ำคืน ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้า

ฉันมองขึ้นไปบนฟ้า… พ่อคะ หนูกระโดดลงไปในกองสลัดนั่น เพื่อแลกกับการกระชากหน้ากากคนพวกนี้ออกมาให้หมด และวันนี้ หนูทำสำเร็จแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *