เรื่อง: รอยช้ำในเงาจันทร์ (ภาคจบ: หน้ากากที่หลุดลอก)
ฉากที่ 1: แผนร้ายในห้องประชุม
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในบริษัทอัครเดชากรเต็มไปด้วยความตึงเครียด ดลยา เดินเข้าบริษัทด้วยท่าทางมั่นใจ ผิดกับ พิม ที่ขอบตาบวมช้ำจากการร้องไห้ทั้งคืน แต่เธอก็ยังคงทำหน้าที่หอบแฟ้มเอกสารเดินตามหลังดลยาเหมือนเช่นเคย
เมื่อถึงเวลาประชุมใหญ่ประจำปีเพื่อคัดเลือกผู้บริหารโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ร่วมกับทุนต่างชาติ ท่านประธาน (พ่อของดลยา) นั่งเป็นประธานในที่ประชุม
“เอาล่ะ… แผนงานที่จะเสนอให้ต่างชาติรอบนี้ ดลยาเป็นคนคุมทีมใช่ไหม? ไหนลองเปิดไฟล์พรีเซนเตชั่นหลักให้ทุกคนดูหน่อยซิ” ท่านประธานกล่าว
ดลยาหันไปพยักหน้าให้พิมเป็นคนเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับคอมพิวเตอร์หลัก พิมทำตามหน้าที่อย่างว่าง่าย แต่ทันทีที่ภาพปรากฏบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ทุกคนในห้องประชุมต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ!
เพราะภาพบนจอไม่ใช่แผนงานธุรกิจ แต่กลับเป็นข้อมูลความลับทางการเงินของบริษัทที่ถูกแก้ไขตัวเลขจนเละเทะ พร้อมกับข้อความตราหน้าว่า บริษัทนี้โกงภาษี
“นี่มันอะไรกัน?!” ท่านประธานตบโต๊ะเสียงดังลั่น “ใครเป็นคนทำไฟล์นี้?!”
ดลยารีบลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับชี้หน้าไปที่พิมด้วยท่าทางตื่นตระหนกที่แสร้งทำขึ้น “คุณพ่อคะ! พิมเป็นคนถือแฟลชไดรฟ์นี้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ! ดลยาเห็นพิมทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่ห้องทำงานคุณพ่อ ดลยาไม่คิดเลยว่าพิมจะกล้าทรยศบริษัทเราเพื่อเอาข้อมูลไปขายให้คู่แข่ง!”
คุณหญิงนวลปรางที่นั่งฟังอยู่ด้วยรีบเสริม “ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมคะว่าอย่าเอาเด็กบ้านนอกไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้มาชุบเลี้ยง! สันดานหัวขโมย เลี้ยงไม่เชื่อง!”
พิมหน้าถอดสี ตัวสั่นด้วยความกลัว “ไม่จริงนะคะ! พิมไม่เคยจับแฟลชไดรฟ์อันนี้เลย คุณดลยาเป็นคนส่งให้พิมเมื่อกี้…”
“โกหก! เธอนั่นแหละที่อยากทำลายฉัน เพราะเธออิจฉาฉันใช่ไหมพิม?!” ดลยาตะคอกใส่พิมอย่างผู้ชนะ
ฉากที่ 2: ความจริงที่ถูกเปิดโปง
พิมน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอหันไปมองดลยาด้วยความผิดหวังและเจ็บปวดถึงขีดสุด แต่ในความสิ้นหวังนั้น พิมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวของเธอออกมา
“พิมรู้ค่ะ… ว่าไม่ว่าพิมจะพูดอะไร คุณดลยาก็ต้องหาเรื่องใส่ร้ายพิมอยู่ดี เพราะคุณดลยาเกลียดพิมมาตลอด” พิมพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเด็ดเดี่ยว
“เธอจะทำอะไร?!” ดลยาเริ่มหน้าเสีย
พิมกดปุ่มส่งสัญญาณภาพจากแท็บเล็ตขึ้นหน้าจอใหญ่แทน ทันใดนั้น ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของท่านประธานเมื่อคืนนี้! ในคลิปปรากฏภาพ ดลยา กำลังใช้คีย์การ์ดแอบเข้ามาในห้องทำงานตอนดึก เสียบแฟลชไดรฟ์ และจงใจลบไฟล์งานจริงทิ้ง ก่อนจะใส่ไฟล์ปลอมเข้าไปเพื่อโยนความผิดให้พิม
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วห้องประชุม ดลยาหน้าซีดเผือดล้มลงไปนั่งกับเก้าอี้
“ดลยา… นี่มันหมายความว่ายังไง?!” ท่านประธานมองลูกสาวด้วยสายตาที่ผิดหวังอย่างรุนแรง
“ค… คุณพ่อคะ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ! อีพิมมันตัดต่อคลิป!” ดลยาฟูมฟายพยายามจะเข้าไปเกาะแขนพ่อ แต่ท่านประธานสะบัดออก
“พอได้แล้วดลยา! ฉันยอมหลับตาข้างหนึ่งมาตลอดที่แกคอยรังแกพิม เพราะเห็นแก่ว่าแกเป็นลูก แต่วันนี้แกทำลายกระทั่งบริษัทของตัวเองเพียงเพราะความอิจฉาริษยา! แกไม่คู่ควรกับการเป็นทายาทของที่นี่อีกต่อไป!”
ท่านประธานหันไปทางพิมด้วยสายตารู้สึกผิด “พิม… ฉันต้องขอโทษแทนลูกสาวและเมียของฉันด้วย ต่อจากนี้ไป ฉันจะโปรโมทเธอขึ้นเป็นผู้จัดการโปรเจกต์นี้โดยตรง และจะออกค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของเธอทั้งหมด ถือเป็นคำขอโทษจากฉัน”
ฉากที่ 3: กฎแห่งกรรมใต้เงาจันทร์
หลายสัปดาห์ต่อมา…
ดลยาถูกตัดออกจากกองมรดกและถูกส่งตัวไปอยู่ต่างจังหวัดเพื่อดัดสันดาน โดยไม่มีเงินทองหรือคนคอยเอาใจอีกต่อไป ความอิจฉาริษยาที่เคยเผาไหม้คนอื่น วันนี้มันได้ย้อนกลับมาเผาทำลายชีวิตของเธอเองจนไม่เหลือชิ้นดี
ยามค่ำคืนที่บ้านสวนในต่างจังหวัด พิมยืนอยู่ริมระเบียงบ้านหลังใหม่ที่เธอซื้อให้แม่ แสงจันทร์คืนนี้ส่องสว่างนวลตาและอบอุ่น ต่างจากแสงจันทร์ที่เคยหม่นหมองในกรุงเทพฯ
แม่ของพิมเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง “เหนื่อยไหมลูก… กว่าจะผ่านมันมาได้”
พิมหันไปยิ้มให้แม่พร้อมกับปาดน้ำตาแห่งความสุข “ไม่เหนื่อยแล้วค่ะแม่… รอยช้ำพวกนั้นมันหายไปหมดแล้วค่ะ ต่อจากนี้ไป พิมจะยืนด้วยขาของตัวเอง และส่องแสงให้สะด่างฟ้ายิ่งกว่าดวงจันทร์ดวงไหนๆ”
พิมมองขึ้นไปบนฟ้ากว้าง ละทิ้งความเจ็บปวดในอดีตไว้เบื้องหลัง พร้อมที่จะก้าวไปสู่อนาคตที่สดใสด้วยเนื้อแท้และความดีของเธอเอง…
– จบบริบูรณ์ –